
| วันเดินทางไป - กลับ | ผู้ใหญ่ท่านละ | พักเดี่ยวเพิ่มเงิน | ราคาเด็กท่านละ | |
|---|---|---|---|---|
| 04 พ.ค. 69 - 13 พ.ค. 69 | 136,900 บาท | 25,000 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 18 มิ.ย. 69 - 27 มิ.ย. 69 | 136,900 บาท | 25,000 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 17 ก.ย. 69 - 26 ก.ย. 69 | 136,900 บาท | 25,000 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 15 ต.ค. 69 - 24 ต.ค. 69 | 136,900 บาท | 25,000 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
19.30 น. คณะพบเจ้าหน้าที่และมัคคุเทศก์ได้ที่เคาน์เตอร์เช็คอิน ประตูทางเข้าที่ 7 หรือ 8 อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 เคาน์เตอร์เช็คอิน สายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์ส (TK) ณ สนามบินสุวรรณภูมิ
22.45 น. ออกเดินทางสู่นครอิสตันบูล ประเทศตุรกี โดยเที่ยวบิน TK 69 (ใช้เวลาบินประมาณ 10.55 ชั่วโมง)
สายการบินมีบริการ อาหารค่ำและอาหารเช้า ระหว่างเที่ยวบินสู่นครอิสตันบูล ประเทศตุรกี
05.10 น. เดินทางถึงกรุงอิสตันบูลแวะเปลี่ยนเครื่อง เที่ยวบิน TK1449 อิสระให้ท่านได้ช้อปปิ้งสินค้าปลอดภาษีภายในสนามบินอิสตันบูลซึ่งมีสินค้าให้เลือกซื้อมากมาย
06.45 น. ออกเดินทางจากสนามบินอิสตันบูล (IST) สู่ สนามบินปอร์โต้ (OPO)โดยสายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์ส
สายการบินมีบริการอาหารเช้าบนเครื่องบิน (ใช้เวลาบินประมาณ 5 ช.ม.)
09.45น. เดินทางถึงสนามบินปอร์โต้ ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร
นำท่านเดินทางสู่ เมืองปอร์โต้ (Porto) ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโดรูว์ทางเหนือของโปรตุเกส หนึ่งในเมืองศูนย์กลางเก่าแก่ของยุโรป อีกทั้งยังเป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศโปรตุเกส และเมืองท่าที่สำคัญ และมีชื่อเสียงอย่างมากทางด้านไวน์ซึ่งเป็นแหล่งน้ำเมาชั้นดีของคนที่รักการดื่ม ด้วยปัจจัยเหล่านี้ องค์การยูเนสโกจึงได้ขึ้นทะเบียนเมืองปอร์โต้เป็นเมืองมรดกโลกในปี ค.ศ.1996 นำท่านชมความงามของ เมืองมรดกโลกปอร์โต้ โดยเริ่มจากย่านจัตุรัสเลียโดส หรือ Praa dos Liberdade เป็นจัตุรัสใจกลางเมืองปอร์โต้ ที่ประกอบด้วยอาคารสวยงามที่เป็นที่ทำการของธนาคารและโรงแรม และศาลาว่าการเมือง (City hall) จัตุรัสแห่งนี้เป็นจัตุรัสขนาดใหญ่ และเป็นแหล่งรวมอาคารสถาปัตยกรรมเก่าแก่ของปอร์โต้ นำท่านแวะถ่ายรูปกับโบสถ์หลักที่เก่าแก่ที่สุดของเมือง S Catedral อายุกว่าพันปี โบสถ์แห่งนี้เป็นที่จัดงานอภิเษกสมรสของกษัตริย์ Joo ที่ 1 บิดาของเจ้าชายเฮนรี่ ผู้บุกเบิกการเดินเรืออันยิ่งใหญ่ของโปรตุเกสเพื่อออกแสวงดินแดนใหม่ จนโปรตุเกสมีอาณานิคมมากมายทั่วโลก และโปรตุเกสคือประเทศตะวันตกประเทศแรกที่มาติดต่อกับไทยในปี พ.ศ. 2054 โบสถ์แห่งนี้สร้างอยู่บนเนินที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของเมือง และ แม่น้ำโดรูว์ เป็นจุดชมวิวที่สวยอีกจุด อิสระให้ท่านเก็บภาพประทับใจ
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน
บ่าย นำท่านเข้าชม Stock Exchange Palace หรือ Palacio da Bolsa อาคารสไตล์นีโอคลาสสิคแห่งศตวรรษที่ 20 ซึ่งเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมแห่งเมืองปอร์โต้ และยังเป็นมรดกโลกแห่งเมืองปอร์โต้อีกด้วย (Unesco World Heritage) จากนั้นนำท่านชมสะพานเหล็ก Ponte de D.Luis I สะพานเหล็ก 2 ชั้นที่มีชื่อเสียงของเมืองปอร์โต้ สร้างและออกแบบโดยคนที่สร้างหอไอเฟล ด้านหลังคือเขตเมืองเก่าของปอร์โต้ ด้านบนเอาไว้ให้คนเดินและรถเมโทรวิ่ง ส่วนด้านล่างเอาไว้ให้รถยนต์วิ่ง สำหรับปอร์โต้นี้ มีการสร้างสะพานเหล็กเชื่อมระหว่างเมืองสองฝากฝั่งถึง 7 สะพาน ซึ่งมีความสวยงามมาก นำท่านสัมผัสประสบการณ์นั่ง เคเบิ้ลคาร์ ข้ามแม่น้ำโดรูว์และชมเมืองปอร์โต้จากมุมสูง อิสระให้ท่านได้เก็บภาพตามอัธยาศัย
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
นำท่านเข้าพักสู่โรงแรมที่พัก Mercure Porto Gaia Hotel / Holiday Inn Porto Gaia Hotel **** หรือเทียบเท่า (คืนที่ 1)
เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่เมืองกุสมาเรส (Guimaraes) (ระยะทาง 58 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชม.) เมืองแห่งอันเป็นสถานที่ประสูติของกษัตริย์ ดอม อฟองโซ เฮนริค (Dom Afonso Henriques) ในปี 1110 ซึ่งเมืองนี้ในอดีตคือเมืองหลวงของอาณาจักรโปรตุคาเล่ (Portucale) หรือ โปรตุเกสในปัจจุบัน เมืองนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโกให้เป็นเมืองมรดกโลกเมื่อปี ค.ศ.2001 ซึ่งเป็นศูนย์กลางแห่งประวัติศาสตร์การเกิดชาติโปรตุเกส นำท่านชมความงดงามของตัวเมืองเก่า และ เข้าชมปราสาทกุสมาเรส (Castelo de Guimaraes) ซึ่งเป็นศูนย์กลางแห่งประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของชนชาติโปรตุเกส ปราสาทแห่งนี้สร้างในสมัยศตวรรษที่ 10 โดย เฮนรี่แห่งแคว้นเบอร์กันดี นำท่านเข้าชมความงดงามของปราสาทที่ยังคงสมบูรณ์ และทรงคุณค่ายิ่งของชาวโปรตุเกส ปราสาทกุสมาเรสเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของประเทศโปรตุเกสเช่นกัน นำท่านเดินทางสู่เมืองบราก้า (Braga) (ระยะทาง 26 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที) นำท่านเข้าชมความงามของวิหาร Bom Jesis do Monte ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่มีความเก่าแก่ที่สุดในโปรตุเกส วิหารแห่งนี้สร้างด้วยไม้เป็นชั้นๆตามแบบสถาปัตยกรรมบาโร๊ค เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เก่าแก่และล้ำค่าอีกแห่งหนึ่งของประเทศโปรตุเกส และเป็นอีกหนึ่งในสถานที่ที่ได้รับการโหวตว่าต้องมาเยือนหากมาประเทศโปรตุเกส ได้เวลานำท่านเข้าชมความงามของ Sanctuary of Our Lady Of Sameiro อันเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อีกแห่งของชาวคริสต์ศาสนิกชน ตัวโบสถ์สร้างแบบโดมซึ่งมีความสวยงามมาก ได้เวลานำท่านเดินเล่นชมความงดงามของเมืองเก่าและถ่ายรูปกับศาลาว่าการเมืองเก่าแห่งเมืองบราก้า
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
บ่าย นำท่านเดินทางสู่เมืองเรกัว (Regua) (ระยะทาง 120 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.45 ชม.) ซึ่งเป็นเมืองที่ตั้งในหุบเขาโดรูว์ (Douro Valley) อันมีแม่น้ำโดรูว์ (Douro River) ไหลผ่าน และยังได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก ให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ (UNESCO World Heritage) ที่นี่นับเป็นแหล่งผลิตพอร์ตไวน์ (Port wine) ที่สำคัญอีกแห่งของโปรตุเกส ให้ท่านได้เก็บภาพความสวยงามของหุบเขาโดรูว์ นำท่านล่องเรือแม่น้ำโดรูว์ สัมผัสบรรยากาศไร่องุ่น อันเลื่องชื่อของโปรตุเกส สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางกลับสู่ เมืองปอร์โต้ (Porto)
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารจีน
นำท่านเข้าพักสู่โรงแรมที่พัก Mercure Porto Gaia Hotel / Holiday Inn Porto Gaia Hotel **** หรือเทียบเท่า (คืนที่ 2)
เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ เมืองโกอิมบรา (Coimbra) (ระยะทาง 124 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชม.) เป็นอีกเมืองสำคัญของโปรตุเกส ตั้งอยู่บนเนินเขาเหนือแม่น้ำมอนเดโก (Mondego) สมัยโรมันปกครองเมืองนี้ได้รับการเรียกขานว่า เอมีเนียม แต่ในปี ค.ศ. 711 เมืองนี้ถูกปกครองโดยชาวแขกมัวร์ และเป็นเมืองที่เชื่อมการค้าระหว่างชาวคริสต์ทางตอนเหนือ และชาวมุสลิมทางตอนใต้ และในปี ค.ศ. 1064 กษัตริย์เฟอร์ดินานด์ที่ 1 แห่งลีออน ได้รบชนะชาวแขกมัวร์ และปลดปล่อยเมืองโกอิมบราจากการปกครองของชาวมัวร์ นำท่านเข้าชมมหาวิทยาลัยโกอิมบรา (Coimbra University) ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกก่อตั้งในปี ค.ศ. 1290 โดยกษัตริย์ดินิสที่ 1 และในปี ค.ศ.1338 กษัตริย์อฟองโซ่ที่ 4 ได้ทำการย้ายมหาวิทยาลัยและสร้างมหาวิทยาลัยใหม่ที่กรุงลิสบอน และในปี ค.ศ.1537 กษัตริย์จอห์นที่ 3 ได้เปลี่ยนเป็นพระราชวังหลวง (Coimbra Royal Palace) นำท่านชมและถ่ายรูปในบริเวณมหาวิทยาลัย ที่ยังคงศิลปะสไตล์บาโรค
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
บ่าย นำท่านเดินทางสู่ เมืองฟาติมา (Fatima) (ระยะทาง 86 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ช.ม.) เมืองซึ่งเป็นที่รู้จักของผู้แสวงบุญผู้ซึ่งเดินทางมาสักการบูชาพระแม่มารีที่มหาวิหารขนาดใหญ่ซึ่งถูกสร้างขึ้นเพื่ออุทิศแก่พระแม่มารี นำท่านเข้าชมมหาวิหารฟาติมา มหาวิหารที่ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1928 โดยในทุกๆปีจะมีชาวคาทอลิคผู้แสวงบุญเดินทางมาสักการบูชาพระแม่มารีย์นับล้านคนในมันที่ 13 พฤษภาคม และ 13 ตุลาคม นอกจากนี้ยังมีศูนย์ศึกษาพอลที่ 5 อยู่บริเวณใกล้เคียงซึ่งถูกสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1982 โดยสมเด็จพระสันตะปาปาจอห์นพอลที่ 2 จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองโทม่า (Tomar) (ระยะทาง 27 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 35 นาที) เมืองเก่าแก่ที่ล้อมรอบด้วยอาคารสมัยศตวรรษที่ 17 เป็นเมืองที่มีเสน่ห์และมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ที่โดดเด่นมากแห่งหนึ่ง โดยตัวเมืองนั้นตั้งอยู่ ในเขตจังหวัดซานตาเร็ม (Santarm) บริเวณตอนกลางของประเทศที่มีพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์ โดยส่วนใหญ่จะประกอบไปด้วยพื้นที่การเกษตรที่ถือว่าใหญ่ที่สุดของโปรตุเกสอีกด้วย
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
นำท่านเข้าพักสู่โรงแรมที่พัก Hotel Dos Templarios Tomar/ Villa Gale Collection Tomar Hotel **** หรือเทียบเท่า
เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านเข้าชมปราสาทและคอนแวนต์แห่งพระคริสต์ในโทม่า (Convent of Christ in Tomar) อีกหนึ่งสถาปัตยกรรมที่ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 12 เป็นคอนแวนต์ที่ได้กลายเป็นอนุสาวรีย์ทางประวัติศาสตร์ที่มีความสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในโปรตุเกส มีความโดดเด่นทางด้านลักษณะรูปแบบสถาปัตยกรรม ที่ได้รับการผสมผสานระหว่าง ศิลปะแบบโรมัน โกธิค เมนูเอลีน และเรเนอซองส์ ต่อมาปราสาทและคอนแวนต์ได้รับการรับรองจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลก ด้านวัฒนธรรม ในปี ค.ศ.1983
นำท่านเดินทางสู่ เมืองบาตาญ่า (Batalha) (ระยะทาง 38 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 40 นาที) นำท่านเข้าชมอารามบาตาญ่า (Batalha Monastery) อารามนิกายโดมินิกันแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองชัยชนะของชาวโปรตุเกสที่มีต่อชาวคาสติเลี่ยนในสงครามอัลชูบาร์โรตา ซึ่งเกิดขึ้นระหว่าง ค.ศ.1385 อารามแห่งนี้เป็นโครงการก่อสร้างหลักของสถาบันกษัตริย์ของโปรตุเกสตลอดช่วง 2 ศตวรรษ และนับเป็นสถาปัตยกรรมสไตล์โกธิคชิ้นเอกอีกแห่งหนึ่งซึ่งได้รับอิทธิพลจากศิลปะเมนูเอลีน อารามบาตาญ่าได้รับการรับรองเป็นมรดกโลก โดยยูเนสโก้ เมื่อปี ค.ศ.1989 และเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของประเทศโปรตุเกสเช่นกัน
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
บ่าย นำท่านเดินทางต่อสู่ เมืองอัลโคบาซา (Alcobaca) (ระยะทาง 21 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที) เมืองทางตอนกลางของประเทศโปรตุเกส ตั้งอยู่ในจังหวัดอูเอสเต้ มีประชากรอาศัยไม่ถึง 60,000 คน นำท่านเข้าชมอารามซานต้ามาเรีย (Santa Maria Monastery) ศาสน์สถานที่ถูกสร้างขึ้นโดย อฟองโซ่ เฮนริค เพื่อรำลึกถึงชัยชนะที่แย่งชิงดินแดนได้จากชาวมัวร์เมื่อปี ค.ศ.1147 ถูกขนานนามว่าเป็นสถาปัตยกรรมชิ้นเอกสไตล์ ซิสเตอร์เชี่ยนโกธิค ซึ่งเป็นหนึ่งในวิหารสไตล์โกธิคที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศโปรตุเกส นอกจากนี้ อารามซานต้ามาเรียยังได้รับการรับรองเป็นมรดกโลก โดยยูเนสโก้ เมื่อปี ค.ศ.1989 และเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของประเทศโปรตุเกส นำท่านเดินทางสู่ เมืองออบิโดส (Obidos) (ระยะทาง 41 ก.ม. ใช้เวลาเดินทาง 40 นาที) นำท่านชมเมืองออบิโดส (Obidos) เมืองป้อมปราการโบราณ ซึ่งมีประชากรอยู่เพียงหมื่นกว่าคนในปัจจุบัน ชื่อเมืองตั้งมาจากภาษาละตินโบราณ ซึ่งแปลว่า ป้อมปราการอันแข็งแกร่ง ก่อตั้งขึ้นโดนอาณาจักรโรมัน และยึดครองโดยแขกมัวร์เมื่อช่วงศตวรรษที่ 7 และอีก 400 ปีถัดมาได้ถูกยึดครองโดย อฟองโซ่ เฮนริค กษัตริย์องค์แรกแห่งโปรตุเกส มีเวลาให้ท่านเดินชมบริเวณเมืองเก่าที่ยังคงอนุรักษ์ความดั้งเดิมไว้ตั้งแต่รุ่นโบราณ ราวกับว่าวันเวลาจะหยุดนิ่งอยู่ที่ต้นยุคกลางเมื่อครั้งที่กษัตริย์เดนิสได้ส่งมอบเมืองออบิโดสนี้ให้แก่แม่นางอิซาเบลแห่งอาณาจักรอารากอน เป็นของขวัญวันอภิเษกสมรสเมื่อ ค.ศ. 1282 ป้อมปราการและปราสาทออบิโดสถูกขนานนามเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของประเทศโปรตุเกส
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
นำท่านเข้าพักสู่โรงแรมที่พัก Pousada Villa Obidos Hotel **** หรือเทียบเท่า
เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่เมืองอิโวรา (Evora) (ระยะทาง 196 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.30 ช.ม.) เมืองมรดกโลก UNESCO ที่มีชื่อเสียงด้านเสน่ห์ยุคกลางที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดี เมืองอิโวรา มีอายุยาวนานถึงห้าสหัสวรรษ หรือห้าพันปี เมื่อแรกสร้างใช้ชื่อเมืองว่า อิโบร่า โดยชาวเซลติกสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นที่ตั้งเมืองหลวงของตน นำท่านเข้าชมวิหารกระดูก (Chapel of Bones) ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 15 โดยพระในนิกายฟรังซิสกัน ซึ่งเป็นกลุ่มคณะนักบวชคาทอลิก ที่นักบุญฟรังซิสแห่งอัสซีซีได้ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1228 ฝาผนังตามคานของวิหารแห่งนี้ ถูกประดับและสร้างขึ้นมาจากกระดูกของมนุษย์กว่า 5,000 คน ในวิหารนั้นยังมีโครงกระดูกมนุษย์ 2 ร่าง แขวนห้อยอยู่ตรงฝาผนังของห้องข้างหนึ่งด้วย จากนั้นนำท่านเที่ยวชมเมืองเก่าอิโวรา (Old town) ซึ่งมีหมู่อาคารสถาปัตยกรรมที่สวยงามที่ยังคงความสมบูรณ์ สะท้อนให้เห็นถึงการเป็นเมืองหลวงในอดีต นำท่านชมวิหารโรมัน (Roman Temple) ซากปรักหักพังของเมืองโรมันโบราณที่ยังคงมีสภาพดี เป็นสัญลักษณ์ของเมือง เที่ยวชมเมืองอิโวรา ซึ่งเป็นเมืองที่มีหมู่อาคารสีขาวสวยงามให้ท่านได้เก็บภาพตามอัธยาศัย
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
บ่าย นำท่านเดินทางสู่เมืองการ์วอยโร (Carvoeiro) ลงเรือ Speed Boat เพื่อไป ชมถ้ำเบนาเกิล (Seas Cave Of Benagil) สถานที่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติที่มีชื่อเสียง เดิมเป็นหมู่บ้านประมงเล็ก ๆ ในเขต Lagos, Algarve จนกระทั่งปลายศตวรรษที่ 20 บริเวณนี้ได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่มีชื่อเสียง ถ้ำ เบนาเกิล ถ้ำริมทะเลแห่งนี้มีความสวยงามเฉพาะตัวเกิดขึ้นโดยฝี มือธรรมชาติ ด้านบน ของถ้ำ มีรูขนาดใหญ่ทำให้แสงสว่างกระทบมาถึงด้านล่าง นับเป็นความสวยงามทางธรรมชาติที่สวยอีกแห่ง
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
นำท่านเข้าพักสู่โรงแรมที่พัก Wyndham Residence Alvor Beach **** หรือเทียบเท่า
เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่เมืองลิสบอน (Lisbon) เมืองหลวงของโปรตุเกสตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเตจู้ (Tejo) (ระยะทาง 280 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3.30 ช.ม.) โดยผ่านเส้นทางมอเตอร์เวย์สายสำคัญที่ท่านจะได้เพลิดเพลินกับภาพชีวิตชนบท ชาวไร่ ชาวสวน และป่าคอร์ค (Cock) ตลอดการเดินทางท่านจะได้ให้ภูมิประเทศที่แตกต่าง ทั้งริมฝั่งมหาสมุทรและฝั่งแผ่นดินใหญ่ ลิสบอนเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 800 ปี และเคยประสบกับเหตุการณ์แผ่นดินไหวในศตวรรษที่ 17 จึงทำให้อาคารเก่าแก่โบราณได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก ผู้นำคนสำคัญของเมืองในสมัยนั้น คือ มาร์คิส เดอร์ ปองปาล (Marquis de Pombal) ได้เริ่มบูรณะและจัดวางผังเมืองลิสบอนใหม่ให้ทันสมัย เกิดการสร้างถนนและอาคารสมัยใหม่กลายเป็นเมืองลิสบอนที่สวยงามมีเอกลักษณ์เป็นของตนเองจนถึงปัจจุบัน
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
บ่าย นำท่านเดินทางสู่ เมืองซินทรา (Sintra) เมืองแห่งสถาปัตยกรรมโรแมนติก ซึ่งถูกล้อมรอบไปด้วยภูเขาอันงดงาม เป็นที่ตั้งของพระราชวังมากมาย ไม่ว่าจะเป็นพระราชวังพีน่า, พระราชวังหลวง, พระราชวังมอนเซอราเต้, และพระราชวังควินต้าเดอรีกัลเลร่า นอกจากนี้พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงเคยเสด็จพระราชดำเนินเยือนเมืองนี้เมื่อคราวเสด็จประพาสยุโรป เมืองซินทราได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโกให้เป็นเมืองมรดกโลกในปี ค.ศ. 1995 นำท่านชมตัวเมืองเก่า ซินทราที่มีอายุมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 11 และเข้าชมพระราชวังพีน่า (Pena National Palace) พระราชวังที่ตั้งอยู่บนเนินเขาเหนือเมืองซินทรา โดยพระราชวังแห่งนี้ถือว่าเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของประเทศโปรตุเกส ปัจจุบันพระราชวังแห่งนี้ได้กลายเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีผู้เข้าชมมากที่สุดในโปรตุเกส โดยในอดีตพระราชวังถูกใช้เป็นที่ประทับของกษัตริย์โปรตุเกสมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 14 ภายในถูกตกแต่งประดับประดาอย่างวิจิตรงดงาม โดยเฉพาะพื้นกระเบื้องที่ว่ากันว่าสวยงามที่สุดในโปรตุเกส
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารจีน
นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก Radisson Blu Lisbon / Mercure Lisbon Hotel / Holiday Inn Lisbon **** หรือเทียบเท่า (คืนที่ 1)
เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ เมืองมาฟรา (Mafra) (ระยะทาง 71 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.15 ชั่วโมง) นำท่านเข้าชมพระราชวังมาฟรา (Mafra Palace) พระราชวังที่ผสานศิลปะสองสไตล์เข้าด้วยกัน ระหว่างบาโรคและอิตาเลี่ยนนีโอคลาสสิค ก่อสร้างช่วงต้นศตวรรษที่ 17 และถูกรองรับเป็นหนึ่งในอนุสรณ์แห่งชาติเมื่อปี ค.ศ.1910 พระราชวังแห่งนี้ถูกใช้รองรับเป็นที่ประกอบราชพิธีมากมาย เนื่องจากมีอาณาเขตกว้างขวางกว่า 40,000 ตารางเมตร นับเป็นหนึ่งในพระราชวังของประเทศที่มีเนื้อที่กว้างขวางที่สุดแห่งหนึ่งก็ว่าได้ จากนั้นนำท่านเที่ยวชมเมืองมาฟรา
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
บ่าย นำท่านเดินทางสู่ Quinta de Sant'Ana เพื่อชมไร่องุ่น และ ชิมไวน์ (Wine Tasting) ที่ผลิตในพื้นที่อุดมสมบูรณ์ สำหรับไวน์โปรตุเกส เรียกได้ว่าเป็นไวน์ที่มีชื่อเสียงติดอันดับโลกเช่นกัน โดยเฉพาะพอร์ตไวน์ ได้เวลานำท่านเดินทางชมแหลมโรกา Cabo da Roca (ระยะทาง 46 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 50 นาที) ที่ถือว่าเป็นสุดเขตทวีปยุโรปทางตะวันตก จุดตะวันตกสุดของโปรตุเกสและของทวีปยุโรป ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติซินทรา ห่างจากลิสบอนเมืองหลวงประมาณ 45 กม. ตัวแหลมจะยื่นออกไปทางตะวันตกสู่มหาสมุทรแอตแลนติก ซึ่งบริเวณนี้จะเป็นชะง่อนผาสูงประมาณ 100 เมตรเกิดจากการกัดเซาะของน้ำทะเลซึ่งทำให้เกิดคลื่นขนาดใหญ่สูงกว่า 30 เมตร และถือได้ว่าใหญ่ที่สุดในโลกก็ว่าได้ จากตรงนี้ท่านจะได้ชมความงามของมหาสมุทรแอตแลนติกอันยิ่งใหญ่ไพศาลในยามอาทิตย์อัศดง เป็นภาพที่งดงามยิ่งนักและยังมี ป้อม Cabo da Roca มีความสำคัญมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 ในด้านการป้องกันตามแนวชายฝั่งและการเดินเรือ ประภาคารบนแหลมนี้ยังคงใช้งานอยู่ถึงปัจจุบัน ได้เวลานำท่านเดินทางสู่เมืองลิสบอน นำท่านเดินทางสู่ Freeport Lisboa Fashion Outlet ซึ่งเป็นเอาท์เลตขนาดใหญ่ใกล้เมืองลิสบอน ให้ท่านได้เพลิดเพลินกับการซื้อของฝากและเสื้อผ้าแบรนด์ อาทิ ZARA, MANGO และอื่นๆ
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารไทย
นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก Radisson Blu Lisbon / Mercure Lisbon Hotel / Holiday Inn Lisbon **** หรือเทียบเท่า (คืนที่ 2)
เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านถ่ายรูปหอคอยเบเล็ง (Belem Tower) เดิมสร้างไว้กลางน้ำเพื่อเป็นป้อมรักษาการณ์ดูแลการเดินเรือ เป็นจุดเริ่มต้นของการเดินเรือออกไปสำรวจ และค้นพบโลกของ วาสโก ดากามา และนักเดินเรือชาวโปรตุเกส เป็นอีกหนึ่งสถาปัตยกรรมแบบมานูเอลไลน์ที่สวยงาม จากนั้นนำท่านแวะถ่ายรูปกับอนุสาวรีย์ดิสคัฟเวอรี่ สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1960 เพื่อฉลองการครบรอบ 500 ปี แห่งการสิ้นพระชนม์ของ เจ้าชายเฮนรี่เดอะเนวิเกเตอร์ จากนั้นนำท่านเข้าชมมหาวิหารเจอโรนิโม ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ วาสโก ดากามา ซึ่งได้เดินเรือสู่ประเทศอินเดียได้เป็นผลสำเร็จในปี ค.ศ.1498 โดยมหาวิหารแห่งนี้เป็นผลงานอันเยี่ยมยอดของงานสถาปัตยกรรมแบบมานูเอลไลน์ (Manueline) ใช้เวลาก่อสร้างทั้งสิ้นถึง 70 ปี จึงเสร็จสมบูรณ์ ได้รับการรับรองจากองค์การยูเนสโกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 1983
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
13.30 น. นำท่านเดินทางสู่สนามบินเพื่อเชคอิน
16.30 น. ออกเดินทางจากสนามบินลิสบอนกลับกรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ TK1760 (ใช้เวลาบินประมาณ 4.50 ชั่วโมง)
สายการบินมีบริการอาหารหนึ่งมื้อและเครื่องดื่มระหว่างเที่ยวบิน
23.20 น. เดินทางมาถึงนครอิสตันบูล แวะเปลี่ยนเครื่อง
01.40 น. ออกเดินทางสู่ประเทศไทย โดยเที่ยวบินที่ TK68 (ใช้เวลาบินประมาณ 9.45 ชั่วโมง)
สายการบินมีบริการอาหารสองมื้อ และเครื่องดื่ม ระหว่างเที่ยวบิน
15.25 น. เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ (BON VOYAGE)
18 ซอย27 (บุญศิริ 2) ถนนสุขุมวิท ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ 10270
ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
ค้นหาโปรแกรมทัวร์
หน้าหลัก
ขอใบเสนอราคา