
| วันเดินทางไป - กลับ | ผู้ใหญ่ท่านละ | พักเดี่ยวเพิ่มเงิน | ราคาเด็กท่านละ | |
|---|---|---|---|---|
| 08 ต.ค. 69 - 17 ต.ค. 69 | 99,900 บาท | 114,800 บาท | 87,900 บาท | จอง |
| 16 ต.ค. 69 - 25 ต.ค. 69 | 99,900 บาท | 114,800 บาท | 87,900 บาท | จอง |
| 05 พ.ย. 69 - 14 พ.ย. 69 | 99,900 บาท | 114,800 บาท | 87,900 บาท | จอง |
| 28 พ.ย. 69 - 07 ธ.ค. 69 | 99,900 บาท | 114,800 บาท | 87,900 บาท | จอง |
| 25 ธ.ค. 69 - 03 ม.ค. 70 | 105,900 บาท | 120,800 บาท | 92,900 บาท | จอง |
22.00 น. คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ เคาน์เตอร์สายการบิน Emirates เจ้าหน้าที่คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวก
01.35 น. ออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ โดยสายการบิน Emirates เที่ยวบินที่ EK 385
04.40 น. เดินทางถึงสนามบินดูไบ ให้ท่านรอเปลี่ยนเครื่อง
07.25 น. ออกเดินทางจากสนามบินดูไบ โดยสายการบิน Emirates เที่ยวบินที่ EK 191
12.35 น. เดินทางถึง สนามบินลิสบอน ประเทศโปรตุเกส (Portugal) นำท่านผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 6 ชั่วโมง)
นำท่านเดินทางเข้าสู่ กรุงลิสบอน (Lisbon) เมืองหลวงประเทศโปรตุเกส นครเก่าแก่นครหนึ่งในยุโรป ทั้ง ยังเป็นเมืองท่าที่สำคัญ และเป็นศูนย์กลาง ทางการเมือง การค้า อุตสาหกรรม พร้อมทั้งยังเป็นอุทยานนครที่เขียวชอุ่มร่มรื่น นำท่านเข้าชม มหาวิหารเจอโร นิโม (Jeronimos Monastry) ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ วาสโกดากามา ที่เดินทางสู่อินเดียเป็นผลสำเร็จ ในปี ค.ศ.1498 จัดเป็นผลงานอันเยี่ยมยอดของงานสถาปัตยกรรมที่เรียกกันว่ามานูเอลไลน์ (Manueline) ใช้เวลาก่อสร้างทั้งสิ้นถึง 70 ปี จึงแล้วเสร็จสมบูรณ์ และได้รับการรับรองจากองค์การยูเนสโก้ว่าให้เป็นมรดกโลก (UNESCO World Heritage)
ชม หอคอยเบเลม (Belem tower) 1 ในแลนด์มาร์กสำคัญของกรุงลิสบอนโดยหอคอยนี้ได้เริ่มสร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 เดิมทำหน้าที่เป็นประภาคารดูแลการเดินเรือ ต่อมาได้กลายเป็นป้อมปราการของเมืองลิสบอนด้วยโดยหอคอยเบเลมได้รับการจัดให้เป็นมรดกโลกโดยองค์กร Unesco เมื่อปี ค.ศ.1983 และยังถูกจัดให้เป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโปรตุเกสอีกด้วย และให้ท่านถ่ายรูปกับ อนุเสาวรีย์แห่งการค้นพบ (Padro dos Descobrimentos) อนุสรณ์รำลึกถึง "ยุคแห่งการสำรวจทางทะเล" สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงยุคทองของโปรตุเกสในช่วงศตวรรษที่ 15–16 ซึ่งเป็นช่วงที่นักเดินเรือชาวโปรตุเกสเดินทางไปค้นพบดินแดนใหม่ๆ ทั่วโลก และทำให้โปรตุเกสกลายเป็นมหาอำนาจทางทะเล
ค่ำ รับประทานอาหารคำ ณ ภัตตาคารจีน
ที่พัก นำท่านเข้าสู่ที่พัก Mercure Lisboa Almada หรือเทียบเท่า
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านเดินทางชม แหลมโรกา (Capo Da Roca) จุดที่เป็นปลายด้านตะวันตกสุดของทวีปยุโรป ซึ่งท่านสามารถซื้อใบประกาศนียบัตร (Certificate) เป็นที่ระลึกในการมาเยือน ณ ที่แห่งนี้
จากนั้นเดินทางสู่เมืองซินทรา (Sintra) อีกหนึ่งเมืองตากอากาศยอดนิยมของนักท่องเที่ยว เป็นที่ตั้งของพระราชวังที่สวยงามที่ได้รับการรับรองจากองค์การยูเนสโก้ให้เป็นมรดกโลก ความร่มรื่นของเขตอุทยานเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจในวันหยุดของชาวเมือง เป็นอีกเมืองที่มีสถาปัตยกรรมที่ค่อนข้างมีความโดดเด่นของแคว้นแกรนด์ลิสบอน ประเทศโปรตุเกส
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
บ่าย นำท่านเดินทางสู่ เมืองฟาติมา (Fatima) ซึงเป็นอีกเมืองหนึ่งที่มีความสำคัญของคริสต์ศาสนิกชน นำท่านเข้าชมโบสถ์แม่พระฟาติมา (The Lady of Fatima Basilica) ซึ่งเป็นโบสถ์โรมันคาทอลิก ก่อสร้างในปี 1928 – 1953 ชมรูปปั้นพระแม่มารี ที่มีความศักดิ์สิทธิ์และเป็นหนึ่งในหลายเส้นทางของคริสต์ศาสนิกชนในการแสวงบุญ ที่มีความเชื่อว่าพระแม่มารีได้เคยปรากฏตัวให้เด็กน้อย 3 คนได้เห็นเป็นครั้งแรกที่แอบหลบภัยสงครามโลกครั้งที่ 1 และได้บอกกับเด็กทั้งสามคนถึงเหตุผลที่พระองค์ลงมาจากสวรรค์ เพื่อให้ลูเซียได้บันทึกไว้ถึงคำทำนายและคำสอนของพระแม่มารี ซึ่งเหตุการณ์ต่างๆที่ลูเซียได้บันทึกไว้ก็ล้วนเป็นความจริงที่ปรากฏขึ้นมาภายหลัง
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองโกอิมบรา (Coimbra) อีกเมืองหนึ่งที่สำคัญของโปรตุเกส ตั้งอยู่บนเนินเขาเหนือแม่น้ำมอนเดโก (Mondego) ซึ่งสมัยถูกปกครองโดยอาณาจักรโรมันได้รับการเรียกขานว่า เอมีเนียม และได้ถูกยึดครองโดยชาวแขกมัวร์ ในปี ค.ศ.711 และเป็นเมืองที่เชื่อมการค้าระหว่างชาวคริสต์ทางเหนือและชาวมุสลิมทางใต้ จนในปี ค.ศ.1064 กษัตริย์เฟอร์ดินัลที่ 1 แห่งลีออน ได้รบชนะแขกมัวร์และปลดปล่อยเมืองโกอิมบรา นำท่านถ่ายรูปกับอาคารของ มหาวิทยาลัยโกอิมบรา(Coimbra University) ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ก่อตั้งในปี ค.ศ.1290 ซึ่งถูกเปลี่ยนมาจากพระราชวังหลวง (Coimbra Royal Palace) โดยกษัตริย์คิงส์จอห์นที่ 3 ในปี ค.ศ.1537 ซึ่งยังคงศิลปะสไตล์บาร็อคที่สวยงาม
ค่ำ รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
ที่พัก นำท่านเข้าสู่ที่พัก Conimbriga Hotel do Paco หรือเทียบเท่า
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ เมืองปอร์โต้ (Porto) ทางเหนือของประเทศโปรตุเกส เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงถึง “ไวน์ปอร์โต้” ซึ่งเป็นแหล่งไวน์ชั้นดีของคนที่มีรสนิยมในการดื่มไวน์ และเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองและตั้งอยู่ริมแม่น้ำโดรู และเมืองนี้ยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโก้ ในปี ค.ศ.1996 อีกด้วย นำท่านชมเมืองมรดกโลกปอร์โต้ ชมย่าน จัตุรัสกลางเมือง Praa dos Liberdade ประกอบด้วยอาคารสวยงามที่เป็นที่ทำการของธนาคารและโรงแรมและศาลาว่าการเมือง ชม สถานีรถไฟ So Bento ซึ่งภายในมีการตกแต่งด้วยกระเบื้องเขียนสีที่มีลวดลายสีน้ำเงิน ที่เล่าเรื่องราวของชาวโปรตุเกส แวะถ่ายรูปกับ โบสถ์ S de Porto ที่เก่าแก่ที่สุดของเมืองอายุกว่าพันปี โบสถ์แห่งนี้เป็นที่จัดงานอภิเษกสมรสของกษัตริย์ Joo ที่ 1 บิดาของเจ้าชายเฮนรี่ ผู้บุกเบิกการเดินเรืออันยิ่งใหญ่ของโปรตุเกส สร้างอยู่บนเนินที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของเมือง
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน
บ่าย นำท่านเดินทางข้ามพรมแดนสู่ เมืองซาลามังกา (Salamanca) ในแคว้นคาสตีลและเลออน ทางภาคตะวันตกของประเทศสเปน ตั้งอยู่บนที่ราบสูงริมแม่น้ำตอร์เมส เป็นเมืองที่มีความสำคัญเนื่องจากเป็นศูนย์กลางของการค้าขายในสมัยโรมันเรืองอำนาจ ปัจจุบันเมืองนี้ได้รับขึ้นเป็นมรดกโลกจากยูเนสโก้ ในปี ค.ศ. 1988
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
ที่พัก นำท่านเข้าสู่ที่พัก Crisol Regio หรือเทียบเท่า
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเข้าสู่ พลาซ่า มายอร์ (La Plaza Mayor) ศูนย์กลางของเมืองที่สร้างโดยศิลปะสไตล์บาร็อค ที่เป็นเอกลักษณ์ของความร่ำรวยในยุคศตวรรษที่ 16 -18 และถ่ายรูปกับมหาวิหารเก่าแห่งซาลามังกา Catedral Vieja de Salamanca มหาวิหารโรมันคาทอลิกโบราณที่ตั้งอยู่ในเมืองซาลามังกา (Salamanca) มีความโดดเด่นที่สุดคือเป็นหนึ่งในสองมหาวิหารที่สร้างเชื่อมต่อติดกันเป็นอาคารเดียว ร่วมกับมหาวิหารใหม่ (Catedral Nueva) สะท้อนภาพการเปลี่ยนผ่านทางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมของสเปนได้อย่างชัดเจน
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองเซอโกเบีย (Segovia) เมืองท่องเที่ยวอีกเมืองหนึ่งของสเปน องค์การ UNESCO ยังได้ขึ้นทะเบียนให้เมืองนี้เป็นเมืองมรดกโลกในปี ค.ศ.1985
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง (หมูหันสเปน)
บ่าย นำท่านชม รางส่งน้ำโรมัน (Acueducto de Segovia) ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 1 โดยไม่มีการใช้กาวหรือวัสดุเชื่อมหินแต่ละก้อนแต่อย่างใด จึงได้รับการยกย่องว่าเป็นสิ่งก่อสร้างทางวิศวกรรมโดยชาวโรมันที่สำคัญที่สุดของสเปน และยังมีสภาพสมบูรณ์ที่สุดอีกด้วย รางส่งน้ำประกอบขึ้นจากหินแกรนิตกว่า 25,000 ก้อน มีความยาว 818 เมตร มีโค้ง 170 โค้ง จุดที่สูงที่สุดสูงถึง 29 เมตร จุดเริ่มต้นของรางส่งน้ำนี้ เริ่มตั้งแต่นอกเมือง แล้วลำเลียงส่งน้ำเข้ามาในเมือง รางส่งน้ำแห่งนี้ถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของเมืองเซอโกเบีย และเป็นไฮไลท์หลักของเมือง นำท่านเดินเล่นในเขตเมืองเก่า ซึ่งเต็มไปด้วยสินค้านานาชนิดตลอดสองข้างทาง
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ กรุงมาดริด (Madrid) เมืองหลวงของประเทศสเปน ตั้งอยู่ใจกลางแหลมไอบีเรียน ในระดับความสูง 650 เมตร เป็นมหานครอันทันสมัยล้ำยุค ที่ซึ่งกษัตริย์ฟิลลิปที่ 2 ได้ทรงย้ายที่ประทับจากเมืองโทเลโดมาที่นี่ และประกาศให้มาดริดเป็นเมืองหลวงใหม่ ยกเว้นในช่วงประมาณปี ค.ศ. 1601-1607 เมืองมาดริดได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลวงที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในโลก และสูงสุดแห่งหนึ่งในยุโรป นำท่านเข้าสู่ พลาซ่า มายอร์ (Plaza Mayor of Madrid) ใกล้เขตปูเอต้าเดลซอล หรือประตูพระอาทิตย์ ซึ่งเป็นจตุรัสใจกลางเมือง นับเป็นจุดนับกิโลเมตรแรกของสเปน (กิโลเมตรที่ศูนย์) และยังเป็นศูนย์กลางรถไฟใต้ดินและรถเมล์ทุกสาย นอกจากนี้ยังเป็นจุดตัดของถนนสายสำคัญของเมืองที่หนาแน่นด้วยร้านค้าและห้างสรรพสินค้าใหญ่มากมาย
แวะถ่ายรูปกับ รูปปั้นหมีเกาะต้นเชอรี่ (The bear and the cherry tree in Madrid) อันเป็นสัญลักษณ์สำคัญอีกแห่งของกรุงมาดริด และยังมีห้างสุดหรู Galera Canalejas ศูนย์การค้าและแหล่งรวมอาหารระดับหรูแห่งใหม่ใจกลางกรุงมาดริด ที่ตั้งอยู่ในอาคารประวัติศาสตร์สำคัญของเมือง โดยรวบรวมร้านค้าแฟชั่นหรูหรา อัญมณีชั้นเลิศ เครื่องประดับ เครื่องสำอาง น้ำหอม และนาฬิกา เช่น Hermes, Cartier, Damiani, Saint Laurent, Dior, Giorgio Armani, Zegna, Jil Sander, Jimmy Choo, Louis Vitton, Stefana Ricci, Marc Cain, Valentino, Omega, Rolex นอกจากนี้ยังมีโซนอาหาร (Food Hall) ที่รวบรวมร้านอาหารชั้นนำจากทั่วโลก
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารไทย
ที่พัก นำท่านเข้าสู่ที่พัก Exe Getafe หรือเทียบเท่า
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ เมืองโทเลโด (Toledo) เมืองแห่งนี้ตั้งอยู่ทางภาคกลางของประเทศสเปน องค์การยูเนสโกได้ประกาศให้เมืองนี้เป็นแหล่งมรดกโลกอีกด้วย มีทัศนีภาพที่สวยงาม เนื่องจากมีแม่น้ำเทกัส ไหลผ่านเมือง นำท่านเข้าชมมหาวิหารแห่งโทเลโด (Toledo Cathedral) เนื่องจากเป็นวิหารที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของสเปน รองจากวิหารเมืองเซบีญ่า ที่สร้างตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 ความงดงามอลังการสไตล์โกธิก ภายในมหาวิหารมีการตกแต่งอย่างงดงามวิจิตรด้วยไม้แกะสลักและภาพสลักหินอ่อน
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน
บ่าย นำท่านเดินทางกลับสู่กรุงมาดริด นำท่านเข้าชม พระราชวังหลวง (Royal Palace) ซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขาริมฝั่งแม่น้ำแมนซานาเรส สวยงามโอ่อ่าอลังการไม่แพ้พระราชวังใดในทวีปยุโรป พระราชวังหลวงแห่งนี้ถูกสร้างในปี ค.ศ. 1738 ด้วยหินทั้งหลังในสไตล์บาโรค โดยการผสมผสานระหว่างศิลปะแบบฝรั่งเศสและอิตาเลียน ประกอบด้วยห้องต่างๆกว่า 2,830 ห้อง ซึ่งนอกจากจะมีการตกแต่งอย่างงดงามแล้ว ยังเป็นคลังเก็บภาพเขียนชิ้นสำคัญที่วาดโดยศิลปินในยุคนั้น รวมทั้งสิ่งของมีค่าต่างๆอาทิ พัดโบราณ, นาฬิกา, หนังสือ, เครื่องใช้, อาวุธ จากนั้นนำท่านชมอุทยานหลวงที่มีการเปลี่ยนพันธุ์ไม้ทุกฤดูกาล (หากไม่สามารถเข้าชมพระราชวังหลวงมาดริดได้ เนืองจากมีพระราชพิธีภายในหรือตั๋วเข้าชมเต็ม ทางบริษัทฯ ขอนำท่านชม Royal Palace of Aranjuez เป็นการทดแทน) ชมอนุเสาวรีย์เซอร์แวนเตส กวีเอกชาวสเปนที่ตั้งอยู่เหนืออนุสาวรีย์ดอนกิโฆเต้ในสวนสาธารณะ
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง เมนูข้าวผัดสเปน
พร้อมชมโชว์ ระบำ ฟลามิงโก ศิลปะระบำสเปน หนึ่งในการแสดงที่ขึ้นชื่อลือชาไปทั่วโลกทั้งท่วงท่าการร่ายรำประกอบเสียงดนตรีที่เร้าใจสนุกสนาน
ที่พัก นำท่านเข้าสู่ที่พัก Exe Getafe หรือเทียบเท่า
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ เมืองวาเลนเซีย (Valencia) เมืองหลวงของแคว้นบาเลนเซีย แคว้นปกครองตนเองที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศสเปน ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำตูเรีย (Turia River) เป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 3 ของประเทศสเปน และยังเป็นที่ตั้งของสโมสรฟุตบอลที่มีชื่อเสียงคือ สโมสรฟุตบอลวาเลนเซีย ชมย่านใจกลางจัตุรัสเมืองเก่า ซึ่งเป็นที่ตั้งของศาลากลาง, ที่ทำการไปรษณีย์, ร้านค้า, สนามสู้วัวกระทิง
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน
บ่าย นำท่านชม ย่านใจกลางจัตุรัสเมืองเก่า ซึ่งเป็นที่ตั้งของศาลากลาง, ที่ทำการไปรษณีย์, ร้านค้า, สนามสู้วัวกระทิง นำท่านถ่ายรูปกับ มหาวิหารวาเลนเซีย หรือ มหาวิหารซานตามาเรียแห่งวาเลนเซีย (Catedral de Santa Maria de Valencia) มหาวิหารที่ตั้งอยู่บริเวณใจกลางเมืองเก่า สร้างขึ้นในสไตล์ผสมผสานอาทิ โกธิค, นีโอคลาสสิก, บาร็อค และอื่นๆ ด้านข้างจะเป็น หอระฆังเอล มิกูเลต (El Miguelete) ที่ถูกสร้างขึ้นในช่วงระหว่างปี 1381 และสิ้นสุดในปี 1429 และติดกันเป็นโบสถ์แม่พระนักบุญอุปถัมถ์ประจำเมือง ตลอดสองข้างทางมีภัตตาคาร, บาร์, ร้านกาแฟ และร้านขายของที่ระลึกมากมาย จากนั้นนำชมเขตเมืองใหม่ที่ตั้งของท่าเรือเป็นโครงการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเมือง ประกอบไปด้วย โรงภาพยนตร์, โรงศิลปะการแสดง, พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์และอุทยานสมุทรภูมิศาสตร์ และยังสามารถเดินเชื่อมต่อไปถ่ายรูปกับ Torres de Quart หรือ Tower of Quart หอคอยควาร์ต หรือ ประตูเมืองควาร์ต เป็นประตูเมืองในยุคกลางที่เรียกได้ว่ามีความแข็งแกร่งที่สุดแห่งหนึ่ง
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
ที่พัก นำท่านเข้าสู่ที่พัก Exe Puerto de Sagunto หรือเทียบเท่า
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางเลาะเลียบชายฝั่งทะเล กอสตา เดล อะซาร์ (Costa del Azahar) หรือ ชายฝั่งดอกส้มบาน ตั้งชื่อตามสวนส้มที่ปลูกทั่วที่ราบชายฝั่งและส่งกลิ่นหอม หวานในฤดูใบไม้ผลิ ผ่านเมืองตากอากาศที่มีชื่อเสียงแถบเมดิเตอร์เรเนียน จากนั้นเดินทางสู่เขตเทือกเขามอนต์เซอร์รัต ให้ท่าน ขึ้นกระเช้าไฟฟ้า เพื่อเดินทางเข้าสู่ อารามมอนต์เซอร์รัต (Monastery of Montserrat) ที่ตั้งอยู่บนเทือกเขามอนต์เซอร์รัต (Montserrat) ในแคว้นกาตาลุญญา (Catalonia) ประเทศสเปน (Spain) เป็นสถานที่สำคัญทางจิตวิญญาณและวัฒนธรรมมานานหลายศตวรรษ การก่อสร้างอารามเริ่มขึ้นในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 9 โดยมีตำนานเล่าขานถึงการค้นพบรูปปั้น "มาดอนนาสีดำ" (Black Madonna) ในถ้ำ ซึ่งนำไปสู่การสร้างโบสถ์และอารามแห่งนี้บนภูเขาอันศักดิ์สิทธิ์ที่มองเห็นทิวทัศน์อันงดงามของธรรมชาติโดยรอบ โบสถ์แห่งนี้เป็นศูนย์รวมศรัทธาและการแสวงบุญของผู้คนจากทั่วโลก
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
บ่าย นำท่านเดินทางสู่ La Roca Village Outlet เชิญท่านช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมชั้นนำมากมาย อาทิ Armani, Burberry, Calvin Klein, Coach, Escada, Gucci, Guess, Hugo Boss, Kipling, L’Occitane, Levi’s, Lacoste, Loewe, Michael Kors, Nike, Polo, Puma, Ray-Ban, Samsonite, Superdry, Swarovski, Tag Heuer, Tommy Hilfiger, The North Face, Timberland, Tumi, Versace, Zegna
ค่ำ อิสระอาหารค่ำตามอัธยาศัยภายในเอ๊าท์เล็ต
สมควรแก่เวลานัดหมายนำท่านเดินทางเข้าสู่ บาร์เซโลน่า (Barcelona) นครใหญ่แห่งคาตาลันยา และเมืองสำคัญอันดับ 2 ของสเปน
ที่พัก นำท่านเข้าสู่ที่พัก Holiday Inn Barcelona หรือเทียบเท่า
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางเข้าสู่เขตตัวเมืองของนครบาร์เซโลน่า เข้าชมภายในโบสถ์ซากราดา แฟมิเลีย (La Sagrada Familia) โบสถ์ศักดิ์สิทธิ์สัญลักษณ์ของเมือง โดยฝีมือการออกแบบของ อันตอนี เกาดี สถาปนิกชาวคาตาลัน เป็นผลงานที่เรียกว่า โมเดิร์นนิสโม เป็นงานศิลปะเฉพาะถิ่นและเป็นอาร์ตนูโวที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยเริ่มสร้างตั้งแต่ปี 1882 แม้กระทั้งจนถึงปัจจุบันก็ยังสร้างไม่แล้วเสร๊จ ถึงกระนั้นองค์การยูเนสโก้ ก็ได้จัดให้เป็นมรดกโลก โดยมหาวิหารมีลักษณะสถาปัตยกรรมโดดเด่นแปลกตาไม่เหมือนที่ใดในโลก จากนั้นเข้าชมปาร์ค กูเอล (Parque Guell) สวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่โชว์ผลงานอันโดดเด่นทางด้านสถาปัตยกรรมของอันตอนี เกาดี สิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ที่ถูกล้อมรอบด้วยความร่มรื่นของต้นไม้ ด้วยรูปแบบของสถาปัตยกรรมงานกระเบื้องที่เน้นรูปทรงธรรมชาติในสีสันที่ตัดกัน ดูโดดเด่น แปลกตา และเป็นเอกลักษณ์อย่างมาก ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก
กลางวัน รับประทนอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน
บ่าย นำท่านถ่ายรูปคู่กับ คาซา มิลา (Casa Mila) พิพิธภัณฑ์ที่ถูกออกแบบมาด้วยอันตอนี เกาดี ศิลปินที่มีชื่อเสียงของบาร์เซโลนา ตัวอาคารนั้นเป็นสถาปัตยกรรมสไตล์ อาร์ทนูโว รูปทรงแปลกตา โค้งเว้า จากการเลียนแบบคลื่น ภูเขา ถูกสร้างมากว่า 120 ปี โดยในตอนที่ที่อาคารสร้างเสร็จเรียบร้อย กลับทำให้ชาวเมืองรอบๆ เพื่อนบ้าน หวาดกลัว เพราะรูปปั้นหินยักษ์บนดาดฟ้า เหล็กดัด หรือโครงสร้างแทบทุกส่วนของอาคารที่เรียกได้ว่า แปลกตา แหวกแนว ล้ำยุคกว่าอาคารรอบๆ แต่ในปัจจุบันกลับเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่หนึ่งของเมืองบาร์เซโลนาที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวมาจากทุกมุมโลก หลังจากนั้นำท่านเดินทางต่อสู่ คาซ่า บัตโล่ (Casa Battlo) อีกหนึ่งอาคารดีไซน์ล้ำสมัยของบาร์เซโลนา โดยอาคารแห่งนี้ถูกสร้างครั้งแรกเมื่อปี 1877 โดยสถาปนิกเอมิลิ ซาลาร์ คอร์เตซ ก่อนที่ครอบครัวบัตโลจะซื้ออาคารแห่งนี้และนำมาปรับปรุงใหม่ภายใต้การดูแลของเกาดี จากอาคารดีไซน์ธรรมดาก้เลยเปลี่ยนเป็นอาคารสถาปัตยกรรมดีไซน์สุดคลาสสิกประดับไปด้วยกระ
เบื้องโมเสกสีสันสดใส ดีไซน์โดดเด่นแปลกตากว่าอาคารอื่นๆ ในย่านนั้นและคาซาบัตโล่และยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกอีกด้วย
นำท่านขึ้นสู่จุดชมวิวของเมืองที่ เนินเขา Montjuc เป็นเนินเขาในบาร์เซโลน่าที่มีทัศนียภาพอันงดงาม ทางด้านตะวันออกของเนินเขายังมีหน้าผาสูงชันซึ่งทำหน้าที่เป็นดั่งกำแพงเมือง ส่วนด้านบนเป็นที่ตั้งของป้อมปราการหลายแห่ง จากนั้นนำท่านเดินเล่นบริเวณ ถนน ลา รัมบลาส (La Ramblas) ถือเป็นถนนชื่อดังของเมืองบาร์เซโลน่า นอกจากจะสะอาดสะอ้านและมีต้นไม้คอยสร้างความร่มรื่นให้ตลอดทางแล้ว ยังมีร้านค้ามากมาย โดยที่ปลายสุดของถนนสายนี้เป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส Christopher Columbus ผู้ค้นพบทวีปอเมริกาในปี ค.ศ.1492
และให้ท่านเดินทางสู่ สนามคัมป์นู (Camp Nou) สนามฟุตบอลของสโมสรบาร์เซโลน่า ที่มีขนาดใหญ่มาก โดยมีความจุผู้เข้าชมได้ถึงเกือบ 99,000 คน ให้ท่านได้ถ่ายรูปด้านนอก พร้อมทั้งเลือกซื้อของที่ MEGA STORE ของทีมบาร์เซโลน่า
17.00 น. นำเดินทางสู่สนามบินบาร์เซโลน่า เพื่อให้ท่านมีเวลาในการทำคืนภาษี (Tax Refund) และเลือกซื้อสินค้าจากร้านค้าปลอดภาษีภายในสนามบิน
21.25 น. ออกเดินทางจากสนามบินบาร์เซโลน่า โดยสายการบิน Emirates เที่ยวบินที่ EK 188
*กำหนดการเดินทาง 5-14 พ.ย.69 / 28 พ.ย. - 7 ธ.ค.69 / 25 ธ.ค.69 – 3 ม.ค.70 ปรับเที่ยวบินเป็น EK 188 ออกเดินทางเวลา 20.25 น.*
05.55 น. เดินทางถึงสนามบินดูไบ ให้ท่านรอเปลี่ยนเครื่อง
09.40 น. ออกเดินทางจากสนามบินดูไบ โดยสายการบิน Emirates เที่ยวบินที่ EK 372
*กำหนดการเดินทาง 16-25 ก.ย. 69 / 8-17 ต.ค.69 / 16-25 ต.ค.69 / 5-14 พ.ย.69 / 28 พ.ย. - 7 ธ.ค.69 / 25 ธ.ค.69 – 3 ม.ค.70 ปรับเที่ยวบินเป็น EK 370 ออกเดินทางเวลา 09.00 น.*
19.25 น. คณะเดินทางกลับถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ.
*กำหนดการเดินทาง 16-25 ก.ย. 69 / 8-17 ต.ค.69 / 16-25 ต.ค.69 / 5-14 พ.ย.69 / 28 พ.ย. - 7 ธ.ค.69 / 25 ธ.ค.69 – 3 ม.ค.70 ปรับเที่ยวบินเป็น EK 370 เดินทางถึงเวลา 18.25 น.*
18 ซอย27 (บุญศิริ 2) ถนนสุขุมวิท ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ 10270
ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
ค้นหาโปรแกรมทัวร์
หน้าหลัก
ขอใบเสนอราคา