
| วันเดินทางไป - กลับ | ผู้ใหญ่ท่านละ | พักเดี่ยวเพิ่มเงิน | ราคาเด็กท่านละ | |
|---|---|---|---|---|
| 11 ต.ค. 69 - 19 ต.ค. 69 | 79,900 บาท | 13,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
17.30 สมาชิกทุกท่านพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศชั้น 4 เคาน์เตอร์ T สายการบินเอมิเรสต์
21.35 เหิรฟ้าสู่กรุงโดฮา...โดยสายการเอมิเรสต์เที่ยวบินที่ EK373
00.50 ถึงสนามบินกรุงดูไบ นำท่านเปลี่ยนเครื่องสู่เมืองมิลาน
04.20 เหิรฟ้าสู่เมืองมิลาน...โดยสายการบินเอมิเรสต์ โดยสายการบิน EK เที่ยวบินที่ EK101
09.00 เดินทางถึงกรุงมิลาน ประเทศอิตาลี หลังผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองแล้ว นำท่านออกเดินทางเข้าสู่สวิตเซอร์แลนด์
นำท่านเดินทางสู่ท่าเรือเมืองโคโม่ นำท่านล่องเรือชมความงดงามของทะเลสาบโคโม่ (Como Lake Cruise) และหมู่บ้านริมทะเลสาบ เมืองโคโมนี้มีเอกลักษณ์เฉพาะด้วยสภาพภูมิอากาศที่ไม่รุนแรงและภูมิทัศน์อันน่าทึ่งที่มีเฉดสีหลายพันเฉด ไม่ว่าจะเป็นสีฟ้าของน้ำทะเลที่ใสสะอาด สีเขียวของป่าไม้และสวนสาธารณะอันเขียวชอุ่ม สีเทาของภาพนูนต่ำนูนสูงของหิน และหมู่บ้านหินที่ตั้งอยู่ระหว่างทะเลสาบและภูเขา อุดมไปด้วยประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ชมวิวที่สวยงามริมฝั่งทะเลสาบโคโม ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นทะเลสาบที่สวยที่สุดในอิตาลีแล้วยังเป็นทะเลสาบที่ใหญ่เป็นอันดับสามของอิตาลีอีกด้วย
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย ได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองมิลาน(Milan) นำท่านชมภายนอก “ ปราสาทสฟอร์เซสโก้ ” ปราสาทสวยงามหลังนี้ได้เคยเป็นป้อมปราการของพวกตระกูลวิสคอนติ ต่อมาเป็นที่พำนักของผู้นำเผด็จการในช่วงศตวรรษที่ 15 คือ ตระกูลสฟอร์ซา มีเวลาให้ท่านได้ถ่ายภาพกับมุมสวยๆ ของน้ำพุที่โพยพุ่งบริเวณด้านหน้าปราสาทสฟอร์เซสโก้ จากนั้นชม “มหาวิหารแห่งมิลาน หรือดูโอโม” สัญลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดของเมือง อันมี ขนาดใหญ่โตมโหฬาร สร้างขึ้นด้วยหินอ่อนสีขาวในศิลปะแบบโกธิค ใช้เวลาสร้างนานกว่า 500 ปี ปัจจุบันเป็น “โบสถ์ แคธอลิกที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก” ลานด้านหน้าเป็นที่ตั้งของพระราชานุสาวรีย์พระเจ้าวิคเตอร์เอ็มมานูเอลที่ 2 ทรงม้า รายล้อมด้วยอาคารที่เก่าแก่คลาสสิคและช้อปปิ้งมอลล์ที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก“แกลเลอเรีย วิคเตอร์เอ็มมานูเอลที่ 2” ที่ใช้เวลาก่อสร้างถึง 12 ปี เป็นอาคารหลังคากระจกโครงเหล็กพื้นโมเสกลวดลายงดงาม มาก ภายในประกอบด้วยร้านค้าแบรนด์เนมชื่อดัง
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก: NOVOTEL MILANO AIRPORT หรือที่พักระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
นำท่านเดินทางสู่ สวิตเซอร์แลนด์ แคว้น เกราบินเด้น (180 กิโลเมตร) นำท่านนั่งกระเช้าสู่ เขาไดอาโวเลซซ่า ทุกท่านชมความงดงามของยอดเขาไดอาโวเลซซ่า ยอดเขานี้เสมือนเป็นไข่มุกเม็ดงามแห่งที่ราบสูงแองเกอดิน (Engadin) ซึ่งตั้งอยู่ในแคว้นกราวบึนเดน(Graubnden) แคว้นที่เก่าแก่และยังคงใช้ภาษาโรมานซ์อยู่(ภาษาดั้งเดิมของชาวสวิส) กระเช้าจะนำท่านขึ้นสู่ยอดเขาหิมะสูง 3,000 เมตรภายใน 20 นาที จากนั้นนำท่านชมวิวความสวยงามของยอดเขาแอล์ปตะวันออก ที่มียอดเขาที่สวยงามอยู่รวมกันมากมาย เช่น ยอดเขาพิซ เบอร์นิน่า (Piz Bernina Peak), โครวาทส์ซ (Corvatsch), ไดอาโวเลซซ่า (Diavolezza) และเขาลากัลบ์ (Lagalb) เป็นจุดเด่น ท่านจะเห็นธารน้ำแข็งเพอร์สและมอร์เตอรัทส์ (Pers and Morteratsch Glaciers) ที่สวยงามอย่างชัดเจนมีเวลาให้ทุกท่านเดินเด่นชมวิวในลานหิมะอย่างจุใจหรือเลือกซื้อสินค้าที่ระลึกในตัวอาคาร ท่านสามารถจิบกาแฟหรือโกโก้ร้อนชมวิวสวยๆได้อย่างเต็มที่ ได้เวลาสมควรนำท่านเดินทางลงสู่สถานีกระเช้า
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย นำท่านนั่งรถไฟ สวิส (Classic Train) เส้นทางเดียวกันกับเบอร์นิน่า เอ็กซ์เพรส (เส้นทางมรดกโลก) ซึ่งเป็นรถไฟโดยสารที่ชาวสวิส-อิตาลีใช้เดินทาง เพลิดเพลินกับบรรยากาศทิวทัศน์ที่สวยงามของ “เบอร์นินา พาส” ภูเขาหิมะ “ทะเลสาบขาว(Lago Bianco) สวยงามมาก” ทุ่งหญ้า หมู่บ้านที่สวยงามตั้งเรียงรายกระจัดกระจาย เป็นภาพที่น่าประทับใจเป็นอย่างยิ่ง และผ่านเส้นทางหลายจุดที่ถูกประกาศให้เป็น “เส้นทางสายมรดกโลก” ระหว่างการเดินทาง รถไฟจะแล่นผ่านเกลเชอร์ ข้ามเทือกเขาแอลป์ที่ระดับความสูง 7,390 ฟิต ออกเดินทางผ่านชมความงามของธรรมชาติสองข้างทาง มุ่งสู่พรมแดนอิตาลี-สวิสเซอร์แลนด์ ผ่านชมหุบเขาและย่านทะเลสาบอันสวยงามทั้งห้าของอิตาลี ชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามแห่งขุนเขาและทะเลสาบถึง “เมืองทิราโน่” Tirano เมืองตากอากาศแสนสวยท่ามกลางธรรมชาติของกลางหุบเขา ท่านจะได้สัมผัสและพูดได้เต็มปากว่าได้ชมทิวทัศน์ที่สวยที่สุดของสวิตเซอร์แลนด์มาแล้ว ท่านจะตื่นตาตื่นใจมิรู้เบื่อหน่าย ทิวทัศน์สองข้างทางจะเปลี่ยนไปทุกนาที อุโมงค์ลอดใต้ภูเขาทั้งลูก สะพานสูงข้ามเหวลึกและธารน้ำแข็งที่อยู่ใกล้แค่เอื้อมจะช่วยเสริมความเพลิดเพลินให้ท่านตลอดการ
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก: BERNINA SUITE HOTEL TIRANO / HOTEL SONDRIO หรือที่พักระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าเขตอุทยานเทือกเขาโดโลไมต์ กลุ่มภูเขาที่อยู่ทางตะวันออกของเทือกเขาแอลป์ทางตอนเหนือของอิตาลี ในปี 2009 ภูเขาเหล่านี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก เมืองและหมู่บ้านต่างๆในโดโลไมต์ มีความงดงามที่ต่างกัน นำท่านเดินทางเข้าสู่ “เส้นทางเกรทโดโลไมท์” (The Great Dolomites Road) ถนนของเทือกเขาโดโลไมต์ที่มีทางผ่านหลายแห่งที่มีความสูงกว่า 2,000 เมตร ผ่านทิวทัศน์อันงดงามของภูเขาที่สวยงาม และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยเส้นทางภูเขาสายนี้ลัดเลาะไปตามเทือกเขาโดโลไมต์ ผ่านเซาท์ทิโรล เทรนติโน และเวเนโต
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย หลังอาหารเดินทางเข้าสู่ Great Dolomite Road ประทับใจกับในความยิ่งใหญ่ของ ‘เทือกเขาโดโลไมท์’ (Dolomite) ได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกในปี 2009 ลักษณะภูมิประเทศเป็นหน้าผาสูง สลับกับหุบเหวลึก เข้าสู่บริเวณ หมู่บ้านวัล ดิ ฟุนส์ Val di Funes (44 กม.) เดินสู่จุดชมวิว บริเวณที่ตั้งโบสถ์ Santa Magdalena ชมความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ และสถาปัตยกรรมของหมู่บ้าน ที่ผสมผสานได้อย่างลงตัว ฉากหลังเป็นภูเขาอันยิ่งใหญ่ เบื้องหน้า ของเราเป็นหมู่บ้าน Villn (Val di Funes) แสนสงบ และน่ารัก หากมีเวลาท่านเก็บภาพความสวยงามของธรรมชาติ และโบสถ์เซนต์จอห์น (Kirche St. Johann in Ranui) อันเป็นเอกลักษณ์ ของอุทยานโดโลไมท์ จากนั้น เดินทางกลับสู่ เมืองโบลซาโน เช่น โบลซาโน / โบเซน เมืองหลวงของเซาท์ ทีโรล นำท่านเข้าสู่เมือง ‘โบลซาโน’ (Bolzano) เมืองอัลไพน์แห่งปี 2009 เมืองหลวงของ South Tyrol มีสมบัติทางศิลปะและวัฒนธรรมที่น่าประทับใจ ตั้งอยู่บนที่ราบสูงอันงดงามที่รายล้อมไปด้วยยอดเขาอัลไพน์ที่ตระหง่าน ตั้งแต่สมัยโบราณ ชาวอิตาเลียน เยอรมัน และชาวลาดินได้อาศัยอยู่ที่นี่ ด้วยการผสมผสานอย่างใกล้ชิดของสามวัฒนธรรม
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก: FOURPOINT SHERATON BOLZEN / KRONE HOTEL หรือที่พักระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
หลังอาหาร เดินทางสู่ทางตะวันตกของเทือกเขาโดโลไมต์ซึ่งมีทะเลสาบเล็กๆ ทึ่ชื่อว่าทะเลสาบคาเรซซ่า (Lago di Carezza) ซึ่งรู้จักกันในชื่อ “ทะเลสาบสายรุ้ง” และ “ทะเลสาบเทพนิยายแห่งเทือกเขาโดโลไมต์” ตั้งอยู่ในหมู่บ้านคาเรซซา หมู่บ้านเล็กๆ ตรงด้านล่างของช่องเขาคอสตาลุงกา (Costalunga) ทะเลสาบแห่งนี้ไม่มีแม่น้ำสาขาและมีหิมะละลายและน้ำพุใต้ดิน ส่งผลให้ระดับน้ำขึ้นลงอย่างมากทำให้มองเห็นเทือกเขา ตอร์รี ดิ ลาเตมาร์ (Torri di Latemar) สะท้อนอยู่บนผิวน้ำ และรอบทะเลสาบเต็มไปด้วยป่าสนสปรูซที่หากมีหมอกหนาซึ่งกลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับตำนานพ่อมดและนางไม้มานานหลายศตวรรษ จากนั้นเดินทางสู่ทะเลสาบ เบรียซ (Braies) ที่ตั้งอยู่ในเขตอุทยาน Fanes Sennes Braies ตามตำนานกล่าวว่าที่นี่เป็นที่อยู่อาศัยของยักษ์ ที่คอยคุ้มครองเหมืองทองคำใต้พิภพ นำท่านเดินสู่จุดชมวิวทะเลสาบเก็บภาพความงดงามอย่างจุใจ ชม ทะเลสาบ เบรียซ(Braies) ตามตำนานกล่าวว่าที่นี่เป็นที่อยู่อาศัยของยักษ์ ที่คอยคุ้มครองเหมืองทองคำใต้พิภพ นำท่านเดินสู่จุดชมวิวทะเลสาบเก็บภาพความงดงามอย่างจุใจ
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย หลังอาหารเดินทางสู่ทะเลสาบมิซูริน่า (Misurina) ทะเลสาบที่มีความยาวถึง 2.6 กิโลเมตร มีความลึกกว่า 5 เมตร สัมผัสอากาศดีๆ สูดดมหายใจลึกๆ ให้ทุกท่านได้ชมความสวยงามของทะเลสาบอันกว้างใหญ่ที่ใส เป็นเงาสะท้อนเห็นวิวเขาลดหลั่นไปมา อันมีฉากหน้าเป็นโรงแรมสีเหลืองตัดกันกับฟ้าครามสวยจับใจ
ได้เวลาสมควรนำ นำท่านเข้าสู่เส้นทางปาซโซ่ จีอาว Passo Giau (Passo di Giau) ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นเขตแดนระหว่างสาธารณรัฐเวนิสและจักรวรรดิออสเตรีย เป็นหนึ่งในสถานที่ที่มีทัศนียภาพอันงดงามที่สุดของเทือกเขาโดโลไมต์ เส้นทางบนภูเขานี้เชื่อมต่อ กอร์ตีนา ดัมเปซโซ กับ “เซลวา ดิ กาโดเร” (Selva di Cadore) และ “วัล ฟิออเรนติน่า” (Val Fiorentina) ชมวิวยอดเขายอดเขารา กูเซลา (Mount Ra Gusela) ตั้งอยู่ที่ความสูง 2,236 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ในใจกลางเทือกเขาเบลลูโน โดโลไมต์ (Belluno Dolomites) เส้นทางผ่านมีทิวทัศน์สวยงามมาก เนื่องจากบริเวณนี้ท่านจะได้ได้เห็นยอดเขาที่สวยที่สุดอีกมุมหนึ่งของโดโลไมต์ เมืองกอร์ตีนา ดัมเปซโซ (Cortina d'Ampezzo) กอร์ตีนา เปรียบเสมือน ‘ราชินีแห่งโดโลไมท์’ เป็นอัญมณีแห่งความงามที่แท้จริงในใจกลางเทือกเขาแอลป์ของอิตาลี ตั้งอยู่ในใจกลางแอ่งขนาดใหญ่ของทุ่งหญ้าและป่าไม้เขียวขจี โดยมีหุบเขาขนาดใหญ่ที่ล้อมรอบด้วยยอดเขาสูง ที่มีความงามเป็นเมือนกำแพงธรรมชาติอันน่าทึ่ง ได้เวลาอันสมควรนำท่านสู่เมือง เตรวิโซ่ (Treviso)
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก: BEST WESTERN PLUS HOTEL TREVISO หรือที่พักระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
นำท่านลงเรือเข้าสู่ “ เมืองเวนิส ” หนึ่งในเมืองที่สวยที่สุดในประเทศอิตาลี เป็นเมืองที่รู้จักกันในด้านของความเจริญรุ่งเรืองทางประวัติศาสตร์และศิลปะที่ได้รับฉายาว่า ราชินีแห่งทะเลอาเดรียตริก เมืองแห่งสายน้ำ เมืองแห่งสะพาน และ เมืองแห่งแสงสว่าง ชมความสวยงามของ “ โบสถ์เซนต์มาร์ค ” ซึ่งเป็นโบสถ์แบบไบเซ็น ไทน์ที่ “ ใหญ่ที่สุด” ในยุโรปตะวันตก ประดับประดาด้วยโมเสกทองคำอันงดงาม ให้ท่านได้สัมผัสคลองแห่งเวนิสอันแสนโรแมนติกโดยการ “นั่งเรือ กอนโดร่า” (Gondora) ที่มีชื่อเสียงระดับโลก(กอนโดล่าไม่รวมในรายการทัวร์กรุณาติดต่อหัวหน้าทัวร์) จากนั้นนำท่านเดินทางกลับสู่ “เมืองเวนิส-เมสเตร้”
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย นำท่านเดินทางสู่เมืองปิซ่าเป็นเมืองเอกของจังหวัดปิซา อยู่ในแคว้นตอสคานา ฝั่งแม่น้ำอาร์โน ประเทศอิตาลี อยู่ทางตะวันตกของเมืองฟลอเรนซ์ นำท่านเข้าชม จัตุรัสดูโอโม แห่ง ปิซา ได้รับเลือกโดยองค์การยูเนสโกให้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก เมื่อปี ค.ศ. 1987 ท่านจะประทับใจไปกับความมหัศจรรย์ของ “หอเอนแห่งเมืองปิซ่า” 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกในยุคกลาง สำหรับหอเอนปิซ่านี้ ภายในมีเสาหินอ่อนทีสลักลวดลายด้วยฝีมือจิตรกรชื่อดังแห่งยุคได้สลักลวดลายไว้สวยงามมาก ส่วนสาเหตุที่เอียง นั้นเกิดขึ้นหลังจากเมื่อสร้างเสร็จแล้ว ฐานได้ทรุดไปข้างหนึ่ง เมื่อวัดดูปรากฏว่าเอียงออกจากแนวดิ่งของฐานถึง 14 ฟุต แต่ก็ยังไม่ล้ม ยังคงเอียงอยู่เช่นทุกวันนี้เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมที่สวยงาม
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก: HOTEL GALILEI PISA หรือที่พักระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
หลังอาหารได้เวลาสมควรนำท่านออกเดินทางสู่ เมืองลา สเปเซีย (La Spezia) / นำท่านนั่งรถไฟสู่ ชิงเกว่ แตร์เร (Cinque Terre) หมู่บ้านเล็กๆ ทั้งห้า ที่ตั้งอยู่บนชายฝั่งริเวียร่า ของอิตาลี มีความหมายว่า “ห้าดินแดน” (FIVE LANDS) ประกอบด้วย หมู่บ้านห้าแห่ง ได้แก่ ริโอมัจจอเร, มานาโรลา, คอร์นิเกลีย, แวร์นาซซา และ มอนเตรอสโซ อัล มาเร โดยทั้งห้าหมู่บ้านนี้เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติฯ และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก้อีกด้วย แวะชมความงามของหมู่บ้าน ริโอแมกจิโอเร(Riomaggiore) หมู่บ้านที่มีเสน่ห์ซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขาที่มีขั้นบันไดสูงเหนือชายฝั่งลิกูเรียน เป็นที่รู้จักจากบ้านหินสีสันสดใสที่เรียงซ้อนกัน และท่าเรือที่เต็มไปด้วยเรือประมงแบบดั้งเดิม จากนั้นนั่งรถไฟสู่หมู่บ้าน ‘แวร์นาซซา’ (Vernazza) หมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ ที่มีลักษณะเฉพาะ แวร์นาซซาคือที่เดียวที่ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นหนึ่งใน "หมู่บ้านที่สวยที่สุดในอิตาลี" (I borghi pi belli d'Italia) อย่างเป็นทางการ
เที่ยง อิสระอาหารกลางวันเพื่อความสะดวกในการชอปปิ้งเอาท์เล็ต
บ่าย นำท่านเดินทางสู่ เซอร์ราวาเล เอ้าท์เล็ท Serravalle Designer Outlet เลือกซื้อสินค้าแบรนด์เนมมากมายในราคาพิเศษ เช่น Armani, Bally, Bulgari, Burberry, Calvin Klein, Camper, Diesel, Hugo Boss, L'Occitane, Lacoste, Loewe, Michael Kors, Polo Ralph Lauren, Samsonite, Swarovski, TAG Heuer, Timberland, Tommy Hilfiger, Versace, etc. / ได้เวลาอันสมควรนำท่านสู่สนามบินมิลาน
22.15 เหิรฟ้ากลับสู่กรุงโดฮา โดยสายการบินเอมิเรสต์เที่ยวบินที่ EK092
06.20 ถึงสนามบินกรุงดูไบ รอเปลี่ยนเครื่องภายในสนามบิน
09.45 เหิรฟ้ากลับสู่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสายการบินเอมิเรสต์เที่ยวบินที่ EK372
19.25 เดินทางถึงกรุงเทพฯ...โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ
18 ซอย27 (บุญศิริ 2) ถนนสุขุมวิท ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ 10270
ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
ค้นหาโปรแกรมทัวร์
หน้าหลัก
ขอใบเสนอราคา