
15.00 น.
คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ เคาน์เตอร์สายการบิน Singapore เจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกให้กับท่าน
18.30 น.
ออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ โดยสายการบิน Singapore เที่ยวบินที่ SQ 711
21.55 น.
เดินทางถึงสนามบินชางฮี ประเทศสิงคโปร์ และให้ท่านรอเปลี่ยนเครื่อง
23.55 น.
ออกเดินทางจากสนามบินสิงคโปร์ โดยสายการบิน Singapore เที่ยวบินที่ SQ 026
07.05 น.
เดินทางถึงสนามบินแฟรงค์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี นำท่านผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง)
นำท่านเดินทางเข้าสู่ เมืองแฟรงค์เฟิร์ต (Frankfurt) ศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและพาณิชย์ที่สำคัญของเยอรมนี รวมทั้งเป็นศูนย์กลางการธนาคารการเงินและการค้าหุ้นที่สำคัญของประเทศ ผ่านชมสถานีรถไฟแฟรงค์เฟิร์ต ซึ่งถือได้ว่าเป็นสถานีรถไฟต้นแบบของหัวลำโพงประเทศไทย ครั้งเมื่อคราวเสด็จประพาสยุโรปของรัชกาลที่ 5 นำท่านเดินชม จัตุรัสโรเมอร์ (Romerberg) ซึ่งเป็นจัตุรัสที่เก่าแก่ที่สุดในเมือง ด้านข้างก็คือ The Romer หรือ Frankfurt City Hall หรือศาลาว่าการเมือง ซึ่งอยู่ทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือของจัตุรัสโรเมอร์ จากนั้นนำท่านเดินเท้าเข้าสู่ ถนนช้อปปิ้งซายล์ (Zeil Street) ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองแฟรงค์เฟิร์ต เป็นถนนช้อปปิ้งที่มีชื่อเสียงที่สุดในแฟร้งค์เฟิร์ต มีสินค้าแฟชั่นแบรนด์ดังระดับโลกมากมาย มีสามห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ เป็นสวรรค์ของนักช้อป ย่านช้อปปิ้งที่ได้รับความนิยมมากที่สุดแห่งหนึ่งของเยอรมนี
กลางวัน
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน
บ่าย
นำท่านเดินทางสู่เมืองนูเรมเบิร์ก หรือ เนิร์นเบิร์ก (Nuremberg) เมืองใหญ่อันดับ 2 ของแคว้นบาวาเรีย (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง) นำท่านเดินชมเมืองโบราณที่ยังคงมีกำแพงเมืองที่มีความยาวระดับ 5 ก.ม. ล้อมรอบตัวเมืองและมีหอคอยหรือป้อมต่างๆ อยู่ถึง 80 ป้อมด้วยกันซึ่งมีอายุมากกว่า 500 ปีสร้างในช่วงศตวรรษที่ 16 ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เมืองนี้เป็นศูนย์ประชุมหลักของพรรคนาซี และในอดีต ปี ค.ศ.1050 ยุคจักรวรรดิโรมันเรืองอำนาจ เป็นอดีตเมืองหลวงอย่างไม่เป็นทางการของจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์แห่งชาติเยอรมัน มีร่องรอยของอาคาร ทางเดินแบบชาวโรมัน ถ่ายรูปทัศนียภาพโดยรอบของปราสาทนูเรมเบิร์ก Nuremberg Castle และเดินชมเขตเมืองเก่า Old town เก็บภาพกับ น้ำพุสีทองเหลืองอร่าม Schoner Brunnen งดงามที่มีความสูงกว่า 19 เมตร ที่สร้างขึ้นในช่วงสมัยศตวรรษที่ 14 ถือเป็นหนึ่งจุดสำคัญในเขตเมืองเก่า และชม โบสถ์พระแม่มารี FrauenKirche หรือ Church of our Lady ซึ่งมีความสำคัญในทางประวัติศาสตร์ ศาสนาและวัฒนธรรม จัดเป็น 1 ใน 3 โบสถ์สำคัญของเมืองนูเรมเบิร์ก พร้อมทั้งให้ท่านถ่ายรูปกับภายนอกของ โบสถ์เซนต์เซบัลดัส St.Sebaldus Church โบสถ์ที่มีความเก่าแก่ที่สุดของเมืองนูเรมเบิร์ก และยังเป็นที่เก็บรักษาอัฐิของนักบุญ St.Sebaldus ซึ่งเป็นนักบุญอุปถัมภ์ประจำเมืองนูเรมเบิร์ก
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
ที่พัก
เดินทางเข้าสู่ที่พัก Novina Hotel Tillypark หรือระดับเทียบเท่า
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ เมืองมิวนิค (Munich) อยู่ทางใต้ของประเทศเยอรมนี และเป็นเมืองหลวงของรัฐบาวาเรีย ยังเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสามของประเทศ (รองจากเบอร์ลินและฮัมบูร์ก) และเป็นหนึ่งในเมืองมั่งคั่งที่สุดของยุโรป ซึ่งมีพรมแดนติดเทือกเขาแอลป์ โดยรัฐบาวาเรียเคยเป็นรัฐอิสระปกครองด้วยกษัตริย์มาก่อน ก่อนที่จะผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของประเทศเยอรมนี จึงมีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมเป็นของตัวเอง ทั้งด้านศิลปวัฒนธรรม และอาหารอันเลื่องชื่อ ซึ่งได้แก่ ไส้กรอกเยอรมัน ขาหมูทอด เพรทเซล และเบียร์ (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.30 ชั่วโมง)
นำท่านชมจัตุรัสมาเรียนพลาสท์ (Marienplatz) ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของประวัติศาสตร์และธุรกิจของนครมิวนิค บริเวณนี้เป็นที่ตั้งของศาลาว่าการเมืองหลังใหม่ที่มีรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบโกธิคที่งดงามซึ่งสร้างขึ้นในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 ใช้เวลาสร้างถึง 42 ปี มีหอระฆังสูง 85 เมตร ซึ่งจะมีนักท่องเที่ยวรอคอยเฝ้าชมตุ๊กตาไขลานที่จะออกมาเต้นรำ เมื่อนาฬิกาตีบอกเวลา 11.00 น. และ 17.00 น และยังเป็นที่รวมห้างสรรพสินค้า ร้านค้าต่างๆ มากมาย และเดินชมโบสถ์เซนต์ปีเตอร์ (St. Peter's Church) โบสถ์ที่เก่าแก่ที่สุดในเมือง, วิหารพระแม่มารี (Frauenkirche) มหาวิหารหอคอยคู่ทรงหัวหอมที่เป็นสัญลักษณ์ของมิวนิค และให้ท่านเดินเล่นบน ถนนช้อปปิ้ง Kaufingerstrasse และ Neuhauser Strasse ซึ่งเป็นย่านร้านค้าแบรนด์เนมและของที่ระลึกมากมาย
กลางวัน
อิสระอาหารกลางวันตามอัธยาศัย
บ่าย
นำท่านเดินทางสู่ เมืองอินน์สบรูค (Innsbruck) เป็นเมืองหลวงของแคว้นทีโรล เป็นเมืองเอกด้านการท่องเที่ยวของประเทศออสเตรีย ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำอิน ซึ่งคำว่าอินน์สบรูคนั้น แปลว่า สะพานแห่งแม่น้ำอิน มีลักษณะแคบๆ แทรกตัวอยู่ระหว่างเทือกเขาแอลป์ (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.30 ชั่วโมง) นำท่านเดินทางสู่สถานี funicular และเปลี่ยนเป็นกระเช้านำท่านขึ้นสู่จุดสูงสุดของเมืองอินน์สบรูค ฮาเฟเลการ์สปิตเซ่ Hafelekarspitze ฉายา Top of Innsbruck บนความสูง 2,256 เมตร ให้ท่านชมทัศนียภาพงดงามจากบนยอดเขาแบบ 360 องศาของเขตเทือกเขาแอลป์ และสามารถชมเมืองอินน์สบรูคได้ทั้งเมือง หากในวันฟ้าเปิดสามารถมองเห็นทัศนียภาพของพรมแดนเขตประเทศอิตาลีได้อีกด้วย
เมื่อลงจากยอดเขา นำท่านชม เขตเมืองเก่าของอินนส์บรูค ประกอบไปด้วยร้านค้าต่างๆ มากมาย อาทิ ร้านขายของที่ระลึก ร้านสินค้าแบรนด์เนมและขนมต่างๆ รวมถึงงานศิลปะตกแต่งผนัง และเป็นที่ตั้งของเสาหินเซ้นต์แอนนา (St. Anne's Column) สัญลักษณ์แห่งความภาคภูมิใจของชาวทิโรล โดยสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งชัยชนะของชาวแคว้นทิโรลที่มีต่อกองทัพบาวาเรียนและฝรั่งเศส ผู้ออกแบบอนุสาวรีย์นี้คือสถาปนิกชาวอิตาลี โดยอนุสาวรีย์นี้ได้รับการให้พรอย่างเป็นทางการแล้ว ซึ่งเฉลิมฉลองแก่ นักบุญแอนนา ฐานของอนุสาวรีย์มีรูปปั้นเทพ 4 องค์ คือ เซ้นต์แอนนา, เซ้นต์จอร์จ, เซ้นต์แคสเซียน, เซ้นต์วิกัส และบนยอดเสาคือพระแม่มารี ชมหลังคาทองคำ (Golden Roof) สัญลักษณ์สำคัญของเมืองอินส์บรูค ซึ่งตั้งอยู่ในเขตเมืองเก่า สร้างขึ้นโดยจักรพรรดิ Friedrich ที่ 4 ในช่วงต้นศตวรรษที่ 15 สำหรับเป็นที่ประทับของผู้ปกครองแคว้นทิโรล พร้อมพาท่านถ่ายรูปกับ ตึกแถวสีลูกกวาดหลากสีตั้งเรียงรายอยู่ริมแม่น้ำอินน์ตามแนวถนน โดยมีแนวเทือกเขาสูงเป็นฉากหลังที่สวยงามน่าประทับใจ เรียกได้ว่าเป็นแลนด์มาร์คถ่ายรูปแห่งหนึ่งของนครอินน์สบรูคเลยทีเดียว
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารจีน
ที่พัก
นำท่านเข้าสู่ที่พัก Harry’s Home Telfs หรือระดับเทียบเท่า
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านเดินทางข้ามพรมแดนสู่ประเทศอิตาลี โดยเดินทางเข้าสู่ บริกเซน Brixen (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชั่วโมง) หรือภาษาอิตาเลียนชื่อเมืองเบรสซาโนเน เมืองที่เก่าแก่ที่สุดในแคว้นทิโรล อยู่ทางตอนเหนือของอิตาลีในเขต South Tyrol เมืองนี้มีเสน่ห์ที่เป็นเอกลักษณ์จากการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมออสเตรียและอิตาลีเข้าด้วยกันอย่างลงตัว นำท่านเดินชมบรรยากาศของเขตเมืองเก่า Old Town และอาคารสีพาสเทล ถ่ายรูปกับ พระราชวังฮอฟบวร์ก Hofburg Palace อดีตที่ประทับของบิชอป, วิหารบริกเซน Brixen Cathedral โบสถ์สไตล์บาโรกที่มีหอระฆังคู่สีเหลืองโดดเด่น
กลางวัน
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
บ่าย
นำท่านเดินทางสู่เขตอุทยานเทือกเขาโดโลไมท์ (Dolomites) ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็นเทือกเขาที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก มีสภาพภูมิประเทศที่มียอดเขาสูง ทรวงสวยแปลกตาและมีหุบเขาหลายแห่งแวดล้อมด้วยทัศนียภาพงดงาม และได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลก เรียกได้ว่าเป็นปลายทางของผู้รักธรรมชาติ
นำท่านเดินทางสู่หมู่บ้านซานตา แมดดาเลนา (Santa Maddalena) เป็นหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ในจังหวัดเบลูโน โดยคำว่า Santa Maddalena หรือ St. Magdalena ในภาษาเยอรมัน คือหมู่บ้านวิวสวรรค์กลางพื้นที่หุบเขาในชุมชน Val di Funes หมู่บ้านที่ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาที่ตั้งอยู่ใต้เงาของเทือกเขาโดโลไมท์ ถือว่าเป็นหมู่บ้านขนาดเล็กแต่มีทัศนียภาพที่งดงามแบบอลังการพร้อมสูดอากาศอันแสนบริสุทธิ์
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ทะเลสาบคาเรซซา (Lake Carezza) ที่ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในทะเลสาบที่สวยที่สุดในอุทยานโดโลไมท์ อิสระให้ท่านเดินเล่นและถ่ายรูปกับทะเลสาบที่งดงามตามอัธยาศัย
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองโบลซาโน Bolzano เมืองที่มีคุณภาพชีวิตดีที่สุดในอิตาลี และเป็นเมืองหลวงของจังหวัดเซาท์ทิโรล (South Tyrol) ทางตอนเหนือของประเทศ เมืองนี้ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขาและโอบล้อมด้วยธรรมชาติอันงดงามของเทือกเขาแอลป์และเทือกเขาโดโลไมท์ ถือว่าเป็นเมืองปากประตูสู่อุทยานแห่งชาติโดโลไมท์
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
ที่พัก
นำท่านเข้าสู่ที่พัก B & B Hotel Bolzano หรือระดับเทียบเท่า (หรือเมืองใกล้เคียง)
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านเดินสู่ จุดชมวิว คาร์ดินี่ ดิ มิสุริน่า (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.30 ชั่วโมง) จากนั้นให้ท่านเดินไต่เขาขึ้นสู่ “จุดชมวิว คาร์ดินี่ ดิ มิสุริน่า” (Cadini di Misurina) ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในจุดชมวิวที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในเขตอุทยานโดโลไมท์ เป็นจุดชมวิวที่ตั้งอยู่ใกล้กันกับ Tre Cime di Lavaredo (The Three Peaks of Lavaredo) ที่เป็นไฮไลท์อีกแห่งหนึ่งของโดโลไมท์ ซึ่งประกอบด้วยภูเขาหินขนาดมหึมา 3 ลูกที่วางตัวเรียงกันในเเนวตะวันออกสู่ตะวันตก โดยท่านสามารถถ่ายรูปโดยมี Tre Cime di Lavaredo เป็นภาพเบื้องหลังได้ นอกจากนั้นทิวทัศน์โดยรอบจากจุดชมวิวนี้ยังเห็นทิวทัศน์ความสวยอลังการของอุทยานโดโลไมท์โดยรอบอีกด้วย
(การเดินทางขึ้นเขาจะขึ้นกับสภาพเป็นหลักในกรณีที่ไม่สามารถเดินขึ้นเขาได้จะเปลี่ยนไปถ่ายรูปคู่กับ Tre Cime di Lavaredo จากด้านล่างแทน ระยะทางเดินขึ้นเขาจะอยู่ที่ 3.2 กิโลเมตร ในกรณที่ท่านไม่ขึ้นไปกับคณะก็สามารถนั่งรอในรถบัสได้)
นำท่านเดินทางสู่ทะเลสาบมิสุริน่า (Misurina Lake) ทะเลสาบสีเขียวมรกตที่รายล้อมไปด้วยป่าสนแห่งเทือกเขาแอลป์ในระดับความสูง 1,754 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ที่นี่เป็นทะเลสาบที่ถูกถ่ายรูปมากที่สุดแห่งหนึ่งในแถบ Dolomite นี้เลย เนื่องด้วยความสวยงามของทะเลสาบ บางเวลาน้ำนิ่งราวกระจกเงาใส ที่นักท่องเที่ยวจะแวะเวียนมาอิสระท่าน ถ่ายภาพความงดงามของทะเลสาบจนเต็มอิ่ม
กลางวัน
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
บ่าย
นำท่านเดินทางสู่ ทะเลสาบเบรียส ( Lake Braies ) หรือ (Pragser Wildsee) ทะเลสาบที่ได้ขึ้นชื่อว่าไข่มุกแห่งโดโลไมท์ ตั้งอยู่ในหุบเขาโดโลไมต์ และยังได้เป็นส่วนหนึ่งใน มรดกโลก Unesco อีกด้วย
สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางกลับสู่ เมืองโบลซาโน
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารจีน
ที่พัก
นำท่านเข้าสู่ที่พัก B & B Hotel Bolzano หรือระดับเทียบเท่า (หรือเมืองใกล้เคียง)
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ เมืองซีร์มิโอเน (Sirmione) เมืองแห่งป้อมปราการโบราณ เก่าแก่อายุนับ 2000 ปี ด้วยลักษณะภูมิประเทศที่เป็นแหลมยื่นเข้าไปในทะเลสาบการ์ดา (ใช้เวลาเดินทางประมร 3 ชั่วโมง) นำท่านถ่ายภาพด้านหน้าปราสาทเก่าแก่ของเมือง (The Scallger of Sirmione) สร้างในปี 1277 ซึ่งเมืองนี้เคยอยู่ในการปกครองของตระกูล Scaliger จากนั้นเดินเล่นชมเมืองเก่าชิมไอศรีมเจลาโต้ที่มีชื่อเสียงของอิตาลี หลากหลายร้านและของที่ระลึกอื่นๆ อิสระให้ท่านชมความสวยงามของวิวทิวทัศน์ของทะเลสาบการ์ดา ซี่งเป็นทะเลสาบน้ำจืดที่เกิดจากน้ำแข็งละลายจากเทือกเขาแอลป์
กลางวัน
อิสระอาหารกลางวันตามอัธยาศัย
บ่าย
นำท่านเดินทางสู่ เมืองโคโม (Como) ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเมืองริมทะเลสาบที่สวยงามบริเวณพรมแดนอิตาลี สวิตเซอร์แลนด์ ทะเลสาบโคโมที่ล้อมรอบด้วยเทือกเขาแอลป์สูงตระหง่านอันงดงาม (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง) นำท่านชม ทะเลสาบโคโม่ (Como Lake ) โดยทะเลสาบโคโม่นั้นตั้งอยู่ในจังหวัดโคโม่ แคว้นลอมบาร์เดียเป็นทะเลสาบที่ใหญ่เป็นอันดับสามของอิตาลีแต่เรื่องความสวยงามนั้นมาเป็นอันดับหนึ่ง โดยพื้นที่โดยรอบมีความยาวถึง 146 กิโลเมตรเลยทีเดียว
นำท่านเดินทางสู่ตัวเมืองมิลาน (Milan) เมืองที่เรียกได้ว่า เป็นเมืองหลวงแห่งแฟชั่นของโลก (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง) นำท่านชมด้วยการถ่ายรูปจากภายนอกของ มหาวิหารแห่งเมืองมิลาน (Duomo di Milano) ที่สร้างด้วยศิลปะแบบนีโอโกธิค ที่ผสมผสานกันเป็นสถาปัตยกรรมแบบตะวันตก สมัยฟื้นฟูศิลปวิทยาการ ชม แกลเลอรี วิคเตอร์ เอ็มมานูเอล (Galleria Vittorio Emanuele II) ที่นับว่าเป็นชอปปิงมอลล์ที่สวยงาม หรูหราและเก่าแก่ที่สุดในเมืองมิลาน และเป็นที่ตั้งของร้านค้า ชั้นนำมากมาย รวมถึงร้านค้าแบรนด์เนมชื่อดังของโลก อาทิเช่น LV, Prada, Gucci, Tod’s เป็นต้น ท่านสามารถถ่ายรูปเป็นที่ระลึกจากด้านในซึ่งเป็นอาคารกระจกที่เก่าแก่และสวยงาม
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารจีน
ที่พัก
นำท่านเข้าสู่ที่พัก UNAHOTELS Expo Fiera Milano หรือระดับเทียบเท่า
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
08.30 น.
ให้ท่านเตรียมตัวเดินทางสู่สนามบิน และเผื่อเวลาสำกับการทำคืนภาษี (Tax Refund) และมีเวลาช้อปปิ้งสินค้าปลอดภาษีภายในสนามบิน
13.15 น.
ออกเดินทางจากสนามบินมาร์เพนซา โดยสายการบิน Singapore เที่ยวบินที่ SQ 377
* กำหนดการเดินทาง 22-29 ต.ค.69 เที่ยวบินเปลี่ยนเป็น SQ 355 ออกเดินทางเวลา 12.30 น.และจะเดินทางถึงสิงโปร์เวลา 07.30 น.*
07.40 น.
เดินทางถึงสนามบินสิงคโปร์ จากนั้นให้ท่านรอเปลี่ยนเครื่อง
09.30 น.
ออกเดินทางจากสนามบินสิงคโปร์ โดยสายการบิน Singapore เที่ยวบินที่ SQ 708
* กำหนดการเดินทาง 22-29 ต.ค.69 เที่ยวบินเปลี่ยนเป็น SQ 722 ออกเดินทางเวลา 10.50 น.และจะเดินทางถึงสุวรรณภูมิเวลา 12.20 น.*
11.00 น.
คณะเดินทางกลับถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ.
18 ซอย27 (บุญศิริ 2) ถนนสุขุมวิท ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ 10270
ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
ค้นหาโปรแกรมทัวร์
หน้าหลัก
ขอใบเสนอราคา