
| วันเดินทางไป - กลับ | ผู้ใหญ่ท่านละ | พักเดี่ยวเพิ่มเงิน | ราคาเด็กท่านละ | |
|---|---|---|---|---|
| 25 ก.ย. 69 - 02 ต.ค. 69 | 95,900 บาท | 15,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 12 ต.ค. 69 - 20 ต.ค. 69 | 89,900 บาท | 15,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 21 พ.ย. 69 - 29 พ.ย. 69 | 89,900 บาท | 15,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 05 ธ.ค. 69 - 13 ธ.ค. 69 | 95,900 บาท | 15,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 26 ธ.ค. 69 - 03 ม.ค. 70 | 99,900 บาท | 15,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 13 ก.พ. 70 - 21 ก.พ. 70 | 89,900 บาท | 15,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 28 ก.พ. 70 - 08 มี.ค. 70 | 89,900 บาท | 15,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 20 มี.ค. 70 - 28 มี.ค. 70 | 89,900 บาท | 15,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
19.30 น สมาชิกทุกท่านพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศชั้น 4 เคาน์เตอร์สายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์ (TURKISH AIRLINES) เจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยดูแลเช็คสัมภาระและบัตรที่นั่งบนเครื่อง
22.45 น ออกเดินทางสู่ อิสตันบูล โดยสายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ TK 069
04.45 น เดินทางถึง อิสตันบูล ประเทศทูร์เคีย ให้ท่านแวะเปลี่ยนเที่ยวบิน
07.30 น ออกเดินทางสู่ ดูบรอฟนิก โดยสายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ TK 437
08.20 น เดินทางถึง ท่าอากาศยานดูบรอฟนิก ประเทศโครเอเชีย หลังผ่านการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร
นำท่านเดินทางสู่ “เมืองบุดวา” (Budva) เป็นเมืองในภูมิภาคชายฝั่งของประเทศมอนเตเนโกร มีประชากร 17,500 คน เป็นศูนย์กลางของเทศบาลบุดวา พื้นที่ชายฝั่งรอบบุดวาหรือที่รู้จักกันในชื่อริเวียราบุดวา เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวของมอนเตเนโกร มีชื่อเสียงในด้านเมืองกำแพงยุคกลางที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดี ชายหาดทราย บุดวามีอายุ 2,500 ปี ทำให้เป็นหนึ่งในชุมชนที่เก่าแก่ที่สุดบนชายฝั่งทะเลเอเดรียติก นำท่านถ่ายรูปกับ รูปปั้น Ballet Dancer Statue หรือ Statua Ballerina รูปปั้นนักบัลเล่ต์ ฉากหลังเป็นภูเขาสวยงามและป้อมกำแพง เป็นฉากที่อยู่ในปกแนะนำการท่องเที่ยวของเมืองบุดว่า นำท่านชมเมืองเก่าบุดวา ท่านจะรู้สึกเหมือนหลุดไปอยู่อีกโลกหนึ่ง ที่แตกต่างจากบาร์ริมหาดและคลับเต้นรำที่ตั้งอยู่นอกกำแพงป้อมปราการ เมืองยุคกลางแห่งนี้มีอายุกว่า 2,000 ปี การเดินผ่านตรอกซอกซอย จัตุรัส และทางเดินต่างๆ ที่สลับซับซ้อนราวกับย้อนเวลากลับไปในอดีต สถานที่แห่งนี้เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม / ได้เวลาอันสมควร นำท่านออกเดินทางสู่ “เมืองเคเตอร์” ( เดิมรู้จักกันในชื่อคาตาโร่ (Cattaro) (จากภาษาอิตาลี) เป็นเมืองในภูมิภาคชายฝั่งของประเทศมอนเตเนโกร เมืองโคเตอร์เป็นท่าเรือเมดิเตอร์เรเนียนเก่าแก่ ล้อมรอบด้วยป้อมปราการที่สร้างขึ้นในยุคเวนิส ตั้งอยู่บนอ่าวโคเตอร์ (โบกาโคเตอร์สกา) ซึ่งเป็นหนึ่งในส่วนที่เว้าแหว่งที่สุดของทะเลเอเดรียติก ได้รับสมญานามว่า “ฟยอร์ดที่อยู่ใต้สุดของยุโรป” แต่แท้จริงแล้วลักษณะทางภูมิศาสตร์แบบนี้คือ “เรีย” หรือ “หุบเขาแม่น้ำที่จมอยู่ใต้น้ำ” เมื่อรวมกับหน้าผาหินปูนที่ยื่นออกมาเกือบสุดของออร์เยนและลอฟเชน โคเตอร์และพื้นที่โดยรอบจึงก่อเกิดภูมิทัศน์อันน่าประทับใจ นำท่านเดินผ่านประตูเมืองเก่าเข้าสู่ย่าถนนคนเดิน เมืองป้อมปราการที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดีแห่งนี้ราวกับหลุดออกมาจากเทพนิยาย ด้วยตรอกซอกซอยหินคดเคี้ยวที่ก่อร่างสร้างความวุ่นวายและเป็น ระเบียบ นำท่าน ชมมหาวิหารเซนต์ลุค (St. Luke’s Cathedral) โบสถ์อันมีเสน่ห์จากศตวรรษที่ 12 เป็นโบสถ์ในย่านเมืองเก่า เป็นสถานที่ท่องเที่ยวหลักในจัตุรัสเซนต์ลุค โดดเด่นด้วยองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมแบบไบแซนไทน์และโรมัน รวมถึงหน้าจั่วทรงระฆังและโดมอันโดดเด่น นำท่านเก็บภาพประตูทิศใต้ หรือ ประตูกูร์ดิก อยู่ด้านหลังเมืองเก่า แต่ถือเป็นจุดเข้าเมืองยุคกลางที่มีกำแพงล้อมรอบที่งดงามที่สุด ให้ความรู้สึกเหมือนได้เข้าไปในปราสาทยุคกลาง เนื่องจากมีป้อมปราการ ทางเดินที่แข็งแรง และสะพานชัก
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย นำท่านเดินทางสู่ “เมืองดูบรอฟนิก” (DUBROVNIK) เมืองมรดกโลกที่แขวนตัวอยู่ทางตอนใต้ของประเทศโดยพรมแดนติดต่อกับประเทศบอสเนีย เฮอร์เซโกวีน่า “ไข่มุกแห่งทะเลเอเดรียติก” ตั้งอยู่บนชายฝั่งดัลเมเชียน กลายเป็นศูนย์กลางอำนาจทางทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่สำคัญตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 เป็นต้นมา แม้ว่าจะได้รับความเสียหายอย่างหนักจากแผ่นดินไหวในปี ค.ศ. 1667 แต่ดูบรอฟนิกก็ยังคงรักษาโบสถ์ อาราม พระราชวัง และน้ำพุสไตล์กอธิค เรอเนซองส์ และบาโรกอันสวยงามไว้ได้ แม้จะ ได้รับความเสียหายอีกครั้งในช่วงทศวรรษ 1990 จากความขัดแย้งทางอาวุธ แต่ปัจจุบันเป็นศูนย์กลางของโครงการบูรณะครั้งใหญ่ที่ประสานงานโดยองค์การยูเนสโก เข้าสู่ สถานีกระเช้าไฟฟ้าเพื่อขึ้นชมวิวเมืองดูบรอฟนิก สู่ ยอดเขาเซิร์ด (Srd Hill) กระเช้าลอยฟ้าดูบรอฟนิกสร้างขึ้นในปี 1969 เป็นเคเบิลคาร์แรกที่สร้างขึ้นในภูมิภาคเอเดรียติก และได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวหลายล้านคนที่ต้องการดื่มด่ำกับทัศนียภาพอันงดงามแบบพาโนรามา โดยสถานีด้านบนอยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 405 เมตร สัมผัสประสบการณ์อันน่าประทับใจกับทัศนียภาพอันงดงามของเมืองเก่าดูบรอฟนิก ทะเลเอเดรียติกใสดุจคริสตัล และหมู่เกาะน้อยใหญ่มากมาย จุดชมวิวที่ดีที่สุดของเมืองดูบรอฟนิกและพื้นที่โดยรอบนั้น ด้วยทัศนียภาพอันงดงามของเมืองเก่า ทะเลเอเดรียติก และหมู่เกาะโดยรอบ ประสบการณ์อันเป็นเอกลักษณ์นี้จึงเป็นไฮไลท์ที่แท้จริงสำหรับนักท่องเที่ยวทุกคนที่มาเยือนภูมิภาคนี้
ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่ : LERO HOTEL, ADRIA HOTEL DUBROVNIK หรือที่พักระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
นำท่านเดินชมเสน่ห์ของเขตเมืองเก่าดูบรอฟนิค (OLD TOWN) ซึ่งองค์การยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 1979 เดินลอด ประตู PILE GATE ที่มีรูปปั้นของนักบุญ เซนต์เบลส นักบุญประจำเมือง เพื่อเข้าสู่ใจกลางเมืองเก่า ชม น้ำพุ ONOFRIO ซึ่งเป็นตั้งเป็นเกียรติแก่ของสถาปนิกผู้สร้างน้ำพุแห่งนี้ ชมตัวเมืองเก่า และป้อมปราการโบราณกำแพงมีความยาวประมาณ 2 กิโลเมตร ล้อมรอบตัวเมือง ถือเป็นสัญลักษณ์ของเมืองที่ความโด่งดังเทียบได้กับแกรนด์คาแนล แห่ง เกาะเวนิส ชมทัศนียภาพของตัวเมืองเก่ามีป้อมปราการโบราณความยาว 190 เมตรล้อมรอบ ถือเป็นสัญลักษณ์ของเมืองที่ความโด่งดังเทียบได้กับแกรนด์แคนย่อนของอเมริกาหรือแกรนด์คาแนลแห่งเวนิส ถ่ายรูปกับ THE CATHEDRAL TREASURY หนึ่งในโบสถ์เก่าแก่ที่สะสมโบราณวัตถุของพ่อค้าวาณิชที่ได้ทำการค้าขายกับชาวเวนิชในอดีต เก็บภาพ หอนาฬิกาโบราณ (BELL TOWER CLOCK) และ พระราชวังเรคเตอร์ (RECTOR’S PALACE) พระราชวังที่สร้างขึ้นโดยผสมผสานศิลปะทั้งแบบโกธิค, เรเนซองส์และบาโร๊ค เที่ยวชมและเก็บภาพ “สปอนซา พาเลส” (SPONZA PALACE) สร้างขึ้นโดยศิลปะแบบโกธิค เรเนซองส์ ในสมัยศตวรรษที่ 15 ปัจจุบันได้ใช้เป็นที่จัดเก็บเอกสารและสำนักงานส่วนราชการ
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านเดินผ่านถนนสตราดัน ถนนสายหลักซึ่งมีความยาวกว่า 398 เมตร จากนั้น อิสระทุกท่านเดินเล่นชมเมืองหรือเลือกซื้อของที่ระลึกตามอัธยาศัย ได้เวลาสมควรนำท่านเดินทางสู่ “เมืองนีอูม” (Neum) เมืองใน เขตประเทศบอสเนียและเฮอร์เซโกวีน่า เป็นเมืองชายทะเลเพียงเมืองเดียวของบอสเนีย และเฮอร์เซโกวีน่า โดยมีความยาวของชายฝั่งประมาณ 24.5กิโลเมตร เป็นทางออกสู่ ทะเลอะเดรียติก ทางเดียวของประเทศ เป็นเมือง ตากอากาศที่มีชื่อเสียงเมืองหนึ่ง
ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม
พักที่ : GRAND HOTEL NEUM , JADRAN HOTEL หรือที่พักระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
นำท่านเดินทางสู่ “เมืองบลากายจ์” (Blagaj) ชมธารน้ำตกที่ไหลออกมาจากถ้ำใต้ดินผ่านบริเวณมัสยิดเก่าสุดคลาสสิค นำท่านชมตลาดเทปา ซึ่งเป็นเขตเมืองเก่าที่ได้รับการอนุรักษ์และยกย่องให้เป็นมรดกโลกนำท่านเดินชมเมืองเก่าแห่งนี้ที่เต็มไปด้วยร้านค้ามากมาย ได้เวลาสมควร นำท่านเดินทางสู่ “เมืองโมสตาร์” (Mostar) เมืองแสนสวยแห่งประเทศบอสเนียและเฮอเซโกวีน่า เมืองโมสตาร์ เป็นเมืองที่เคยถูกระเบิดครั้งใหญ่และโดนผลกระทบในช่วงสงครามระหว่างเซิร์บกับโครแอต โมสตาร์เป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 5 ของประเทศ ตั้งอยู่บนแม่น้ำเนเรทวา (Neretva) ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นพรมแดนกั้นวัฒนธรรมของสองท้องถิ่น คือทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำจะเป็นส่วนของศาสนาอิสลามคือเป็นส่วนที่เป็นที่ตั้งของสุเหร่าและเตอร์กิสเฮาส์ ส่วนฝั่งตะวันตกจะเป็นส่วนของศาสนาคริสต์แบบคาทอลิก อันเป็นที่ตั้งของโบสถ์และที่อยู่ของนักบวช ปัจจุบันโมสตาร์เป็นเมืองที่สวยงามและโด่งดังที่สุดอีกแห่งหนึ่งประเทศของบอสเนีย คำว่า โมสตาร์ มาจากคำว่า “The Bridge Keepers” หรือแปลว่า ชาวโมสตาร์ที่คอยดูรักษาสะพานที่ตั้งอยู่เหนือแม่น้ำเนเรทว่า เป็นศูนย์กลาง ทางวัฒนธรรมและเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในเฮอร์เซโกวีนา โมสตาร์ได้รับการยกย่องให้เป็น หนึ่งในเมืองที่สวยงามที่สุดในบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา ณ จุดบรรจบของวัฒนธรรมต่างๆ อยู่ไม่ไกลจากชายฝั่งทะเลเอเดรียติก
เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย ชมสะพานเก่าอันงดงามของเมืองเก่าโมสตาร์ เป็นแหล่งมรดกโลกแห่งแรกในบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนาที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี 2005 และเป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนามาอย่างยาวนาน นำท่าน ชมบ้านแบบเติร์ก (Turkish House) ซึ่งเหลืออยู่เพียงไม่กี่หลังในโมสตาร์ ปัจจุบันเจ้าของบ้านยังคงเป็นชาวบอสเนียนเชื้อสายเติร์ก มีเวลาให้ท่านอิสระเดินช้อปปิ้งสินค้าท้องถิ่นตามอัธยาศัย / นำท่านกลับสู่ โรงแรมเมืองนีอูม
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่ : GRAND HOTEL NEUM , JADRAN HOTEL หรือที่พักระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
นำท่านเดินทางสู่ “เมืองสปลิท” (SPLIT) (167 กม.) เมืองใหญ่อันดับสองของประเทศโครเอเชียรองจากเมืองหลวงอย่างกรุงซาเกรบ อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางการขนส่งภายในภูมิภาคและเป็นจุดมุ่งหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยว นำท่านชมศาลาว่าการเมืองสไตล์เรอเนซองส์ที่สร้างในศตวรรษที่ 15 อาคารบ้านเรือนเก่าแก่ จากนั้น เข้าชม “พระราชวังดิโอคลีเธี่ยน” (DIOCLETIAN PALACE) ที่สร้างขึ้นจากพระประสงค์ของจักรพรรดิดิโอคลีเธี่ยน ที่ต้องการสร้างพระราชวังสำหรับบั้นปลายชีวิตของพระองค์ในปี 295 ซึ่งใช้เวลาในการก่อสร้างถึง 10 ปี พระราชวังแห่งนี้องค์กรยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลก นำชมห้องโถงกลางซึ่งมีทางเดินที่เชื่อมต่อสู่ห้องอื่น ๆ ชมลานกว้าง (PERISTYLE) ซึ่งล้อมไว้ด้วยเสาหินแกรนิต 3 ด้าน และเชื่อมต่อด้วยโค้งเสาที่ตกแต่งด้วยช่อดอกไม้สลักอย่างวิจิตรสวยงาม ชมยอดระฆังแห่งวิหาร THE CATHEDRAL BELFRY แท่นบูชาของเซนต์โดมินัส และเซนต์สตาซิอุส ซึ่งอยู่ภายในวิหารชมจัตุรัสประชาชน (PEOPLE’S SQUARE) ชมรูปปั้นของ GREGORY OF NIN ผู้นำศาสนาคนสำคัญของโครเอเชีย จากนั้น นำท่านชมย่าน PEOPLE’S SQUARE ศูนย์กลางทางธุรกิจ และการบริหาร เมื่อสมัยศตวรรษที่ 15 แวะชมสิ่งก่อสร้างที่มี ชื่อเสียง เช่น รูปภาพแกะสลักสมัย VENETIAN-GOTHIC CAMBI PALACE และ RENAISSANCE TOWN HALL ที่สร้างขึ้นในช่วงแรกของศตวรรษที่ 15
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย หลังอาหาร เดินทางสู่ “”เมืองซีเบนิค (SIBENIK) (ระยะทาง 80 กม.) ชม จัตุรัสเมืองเก่าซีเบนิค ที่ล้อมรอบไปด้วยอาคารเก่าแก่โดย “เมืองซีเบนิค แตกต่างจากเมืองริมฝั่งทะเลเอเดรียติกทั่วไปเพราะสร้างโดยชาวกรีก ก่อนที่โรมันจะเข้ามามีอิทธิพล ต่อมาภายหลังตกเป็นเมืองขึ้นของเวเนเชียน หรือเวนิซ วันนี้จึงยังเห็นสถาปัตยกรรมหลายแห่งทั่วเมืองจะกรุ่นไปด้วยกลิ่นอายสไตล์เวเนเชียนอย่างชัดเจน เก็บภาพกับ “มหาวิหารเซนต์เจมส์” (ST.JAMES CATHEDRAL) หรือ มหาวิหารเซนต์จาคอบเป็นอีกหนึ่งมรดกโลกของประเทศโครเอเชีย ตั้งอยู่ที่เมืองซีบีนิค บนชายฝั่งดัลเมเชียน (DALMATIAN COAST) ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมการส่อสร้างในแบบผสมระหว่างศิลปะทางตอนเหนือของประเทศอิตาลี ดัลเมเชีย และทัสคานี เนื่องจากใช้สถาปนิกในการออกแบบถึง 3 คน และมีความเชี่ยวชาญที่แตกต่างกัน โดยสร้างเสร็จในปี 1535 ด้วยโครงสร้างที่มาจากหินปูนสีขาวล้วน ๆ ไม่มีวัสดุอื่นปลอมปน ภายในเป็นที่ประดิษฐานรูปปั้นนักบุญเจมส์หรือจาคอบตามภาษาโครแอต ซึ่งเป็น 1 ใน 12 สาวกของพระเยซู ได้เวลาอันสมควร เดินทางสู่ “เมืองซาดาร์” (ZADAR) เป็นเมืองประวัติศาสตร์บนชายฝั่งดัลเมเชียนของโครเอเชีย นำท่านชม “ออร์แกนทะเล” (Sea Organ) ออร์แกนทะเลอาจดูเหมือนบันไดที่ทอดลงสู่มหาสมุทร แต่แท้จริงแล้วมันคือเครื่องดนตรีขนาดมหึมาที่ออกแบบโดย (Nikola Bai) ใต้บันไดหินอ่อนมีท่อกลวงที่ส่งเสียงดนตรีเมื่อคลื่นซัดผ่าน ทำให้เกิดเสียงฮาร์โมนิกา ในวันที่อากาศแจ่มใส ชาวบ้านมักนิยมอาบแดดบนบันไดหรือเล่นน้ำตื้น ถัดขึ้นไปจากทางเดินเล่นไม่กี่เมตร จะพบกับผลงานอีกชิ้นหนึ่งของ Bai ที่มีชื่อว่า “สวัสดีพระอาทิตย์” (Greeting to the Sun) แผ่นโซลาร์เซลล์ขนาดใหญ่ 300 แผ่นที่ติดตั้งลงบนพื้นช่วยดูดซับแสงอาทิตย์ในตอนกลางวัน ในเวลากลางคืน แผ่นโซลาร์เซลล์จะฉายแสงสีต่างๆ บนพื้นอย่างซับซ้อน นอกจากนี้ยังมีแผ่นโซลาร์เซลล์ขนาดเล็กกระจายอยู่ทั่วลาน ซึ่งเป็นตัวแทนของระบบสุริยะ
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่ : KOLOVARE HOTEL หรือที่พักระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
ได้เวลาอันสมควร นำท่านเดินทางสู่ “อุทยานแห่งชาติพลิตวิเซ่” (NATIONAL PARK PLITVICE JEZERA) ที่ตั้งอยู่ใจกลางของประเทศ เป็นอุทยานแห่งชาติที่ใหญ่ที่สุดและมีชื่อเสียงที่สุดของประเทศโครเอเชีย โดยเป็นสถานที่ที่สามารถเที่ยวชมได้ตลอดทั้งปีและมีความสวยงามแตกต่างกันในแต่ละช่วงฤดู เข้าชม “อุทยานแห่งชาติพลิตวิเซ่” เป็นอุทยานแห่งชาติหนึ่งในแปดของโครเอเชียที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก (UNESCO) เมื่อปี 1979 อุทยานแห่งนี้ มีเนื้อที่กว่า 29,482 เฮคเตอร์ มีทะเลสาบใหญ่ 16 แห่ง เชื่อมต่อด้วยสะพานไม้ 16 น้อยใหญ่ ลัดเลาะระหว่างทะเลสาบและเนินเขา ให้ท่านได้เพลิดเพลินกับความสวยงามของทะเลสาบสีเขียวมรกตและน้ำตกที่ไหลรินลงสู่ทะเลสาบ ชมน้ำตก THE PLITVICE WATER FALL ที่ใหญ่ที่สุดในอุทยาน นำท่านเดินลัดเลาะสู่ท่าเรือ DONJA JEZIRA เพื่อล่องเรือทะเลสาบ JEZERO KOZJAK(รวมค่าล่องเรือในอุทยาน)
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร เมนูปลาเทราต์
บ่าย ได้เวลาอันสมควร นำท่านออกเดินทางสู่ “กรุงลูบลิยานา” (Ljubljana) (ระยะทาง 260 กม.) ชมจัตุรัสกลางเมืองเพรเซเรน จัตุรัสที่มีความสำคัญ จัตุรัสเป็นรูปหล่อของฟรานซ์ เพรเซเรน กวีที่มีชื่อเสียงของ สโลเวเนีย (1800 – 1849) เป็นสัญลักษณ์ของคนรักชาติ รักเสรีภาพ ใกล้จัตุรัสเป็นโบสถ์นิกายฟรานเซสกันที่มีสีชมพูดึงดูดสายตาใช้เวลาในการก่อสร้างประมาณ 14 ปี เป็นศิลปะแบบอาร์ตนูโว ภายในมีห้องสมุดตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 ซึ่งมีหนังสือประมาณ 55,000 เล่ม ไม่ไกลจากจัตุรัสมีสะพาน 3 แห่งที่มีชื่อเสียงของเมืองลูบลีอานา ที่สำคัญคือ สะพานมังกร ซึ่งสร้างในปี 1901 เป็นสะพานแห่งแรก ๆ ที่ สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กขนาดใหญ่ของยุโรป ที่หัวสะพานทั้งสองฝั่งประดับด้วยรูปปั้นมังกรในแบบอาร์ตนูโว
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่: FOUR POINTS BY SHERATON MONS หรือที่พักระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
นำท่านเดินทางสู่ “เมืองเบลด” (Bled) เมืองตากอากาศตั้งอยู่ริมทะเลสาบและริมเทือกเขาแอลป์จูเลียน เป็นทะเลสาบที่มีชื่อ เสียงมากที่สุดในประเทศสโลเวเนีย และได้รับการขนานนามว่าเป็นไข่มุกแห่งเทือกเขาแอลป์ นำท่านล่องเรือชมความงามของทะเลสาบเบลด ตัวทะเลสาบเกิดจากการกัดเซาะของธารน้ำแข็งโบฮินจ์ (Bohinj Glacier) ในยุคน้ำแข็ง แต่ที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นคือน้ำในทะเลสาบ ไม่ได้มาจากการละลายของธารน้ำแข็ง แต่มาจากบ่อน้ำร้อนใต้ดินหลายแห่ง น้ำในทะเลสาบนี้จึงใสบริสุทธิ์ และไม่กลายเป็นน้ำแข็งในฤดูหนาว เรือล่องผ่าน ปราสาทเบลด Bled Castle ที่ตั้งอยู่บนริมผาติดทะเลสาบ เป็นปราสาทที่เก่าแก่ที่สุด จักรพรรดิเฮนริค ที่ 2 แห่งเยอรมัน ยกให้เป็นสถานที่พักของบิชอป อัล เบี่ยม แห่งบริเซน (Bishop Albium of Brixen) ในปี ค.ศ.1004 นำท่านขึ้นฝั่งเกาะกลางทะเลสาบเบลด เข้าชมโบสถ์พระแม่มารี (Church of the Mother of God on the Lake) หรือที่รู้จักกันในชื่อโบสถ์แสวงบุญแห่งอัสสัมชัญของพระมามารีหรือพระแม่แห่งทะเลสาบ ตั้งอยู่บนเกาะเล็ก ๆ กลางทะเลสาบเบลด มีความสวยงามมากถึงกับได้ลงในถ่ายในนิตยสารท่องเที่ยวของประเทศสโลเวเนียเป็นประจำ สิ่งที่น่าสนใจเป็นพิเศษในโบสถ์คือระฆังแห่งความปรารถนา สร้างขึ้นโดย Francesco Patavino จากปาโดวาเมื่อปี 1534 ตำนานเล่าว่าผู้ที่กดกริ่งและขอพรจะเห็นความปรารถนาของพวกเขาเป็นจริง แต่มีกฎอยู่ข้อหนึ่ง คุณสามารถขอพรได้เพียงข้อเดียวเท่านั้น
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย หลังอาหาร เดินทางสู่ “ถ้ำโพสทอยน่า” (POSTOJNA CAVE) “ถ้ำที่น่าหลงใหลที่สุดในโลก” สัมผัสประสบการณ์อันน่าจดจำกับรูปทรงถ้ำอันงดงาม สัมผัสประสบการณ์อันน่าจดจำบนรถไฟใต้ดินที่เปิดให้บริการในถ้ำแห่งนี้มาเป็นเวลา 140 ปีแล้ว ปราสาทเปรดยามาตั้งอยู่ใกล้กับถ้ำโพสทอยนา และเป็นปราสาทถ้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก และสัมผัสประสบการณ์สวรรค์ใต้ดินอันน่าหลงใหลที่ถูกหล่อหลอมด้วยหยดน้ำเล็กๆ ตลอดระยะเวลาหลายล้านปี ชมหินงอกหินย้อยขนาดใหญ่ที่สุด สูง 16 เมตร หรือที่รู้จักกันในชื่อ Skyscraper สัญลักษณ์สีขาวบริสุทธิ์ของถ้ำโพสทอยนา หรือ The Brilliant ที่ทำการไปรษณีย์ใต้ดินที่เก่าแก่ที่สุดในโลก และสัตว์ใต้ดินที่มีชื่อเสียงที่สุดอย่าง “Olm” หรือ “ปลามนุษย์” ถ้ำโพสทอยนาเต็มไปด้วยขุนเขา สูงตระหง่าน แม่น้ำที่ไหลเอื่อย และโถงใต้ดินอันกว้างใหญ่ นับเป็นความท้าทายอย่างแท้จริง ได้เวลาอันสมควร นำท่านเดินทางเข้าสู่ “กรุงซาเกรบ” (ZAGREB) เมืองหลวงของประเทศโครเอเชีย ซาเกรบดินแดนแห่งทะเลเอเดรียติก ซึ่งมีความเก่าแก่แฝงด้วยเสน่ห์และมนต์ขลัง ซาเกรบเป็นเมืองแห่งศิลปวัฒนธรรมและเจริญรุ่งเรืองมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 11 ปัจจุบันชาวโครเอเชีย มีวิถีชีวิตเยี่ยงชาวยุโรปที่เจริญโดยทั่วไป การคมนาคมภายในกรุงซาเกรบสะดวกสบาย นิยมใช้รถรางเป็นพาหนะทั่วทั้งเมือง
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่ : ANTUNOVIC HOTEL ZAGRAB / ARISTOS HOTELหรือที่พักระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
กรุงซาเกรบประกอบด้วยเขตเมือง UPPER TOWN ที่สร้างขึ้นสมัยศตวรรษที่ 17 ที่มีซุ้มประตูหินเป็นสัญลักษณ์ เขต LOWER TOWN ที่สร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่ 19 และเขตเมืองใหม่ที่สร้างสมัยหลังสงครามโลกครั้งที่สอง นำท่านสู่ เขต UPPER TOWN โดยรถราง Funicular ชม “วิหารเซนต์มาร์ก” (ST.MARK’S CHURCH) ที่มีหลังคากระเบื้องปูเป็นลวดลายรูปตราของกองทหารแห่งยุคกลาง ถือเป็นสัญลักษณ์สำคัญของซาเกรบ ชมโบสถ์ประจำเมืองเก่าเซนต์แคทเธอรีน บริเวณแห่งนี้ยังเป็นที่ตั้งของทำเนียบประธานาธิบดี (PRESIDENT PALACE) ชมจุดชมวิวที่ท่านสามารถเห็นกรุง ZAGREB ที่หลังคาอาคารเป็นสีแดงอิฐทั้งเมือง นำท่านชม “กำแพงหินโบราณ” (STONE GATE) ยุคคริสต์ศตวรรษที่ 13 ที่ สร้างรายล้อมเมืองเก่าที่คงความอัศจรรย์ ของภาพพระแม่มารีที่ไม่ถูกเผาทำลายเมื่อไฟไหม้ครั้งใหญ่ ในปี ค.ศ.1731 ซึ่งเชื่อว่าภาพเขียนมีพลังปาฏิหาริย์ จึงทำให้ผู้คนเข้ามาบูชากราบไหว้
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย นำท่านชม “ตลาดกลางเมือง” (DOLAC MARKET) ตลาดกลางแจ้งที่เก่าแก่มีสีสันสดใส ขายไม้ดอกไม้ประดับ และผลไม้ ในราคาย่อมเยา ผ่านชม มหาวิหารเซนต์สตีเฟ่น (CATHEDRAL OF ST.STEPHEN) สถาปัตยกรรมที่มีอายุเก่าแก่กว่า 800 ปี และปัจจุบันได้บูรณะในสไตล์นีโอ-โกธิค งดงามด้วยหอคอยแฝดปลายแหลมสีทองอร่ามภายในประดิษฐานรูปนักบุญองค์ สำคัญต่าง ๆ เช่น นักบุญ เซนต์ ปีเตอร์ ,เซนต์ ปอลล์ ปัจจุบันชาวโครเอเชีย มีวิถีชีวิตเยี่ยงชาวยุโรปที่เจริญโดยทั่วไป การคมนาคมภายในกรุงซาเกรบสะดวกสบาย นิยมใช้รถรางเป็นพาหนะทั่วทั้ง เมือง แวะชมจัตุรัส BAN JELACIC SQUARE จัตุรัสกลางเมืองที่ล้อมรอบด้วยห้างร้านที่ทันสมัย ชมอนุสารีย์โจซิพ เจลาซิค (BAN JOSIP JELACIC) ผู้ยิ่งใหญ่และเป็นผู้ซึ่งต่อสู้ เพื่อความอิสระจากชาวฮังการีเมื่อปี ค.ศ. 1848 อิสระให้ทุกท่านเดินเล่นชมเมือง หรือ เลือกซื้อของฝากเป็นที่ระลึกตามอัธยาศัย จนได้เวลาอันสมควร นำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติซาเกรบ
20.25 น ออกเดินทางสู่ อิสตันบูล โดยสายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ TK 1056
23.40 น เดินทางถึง ท่าอากาศยานอิสตันบูล (รอเปลี่ยนเครื่อง ประมาณ 2 ชั่วโมง)
01.50 น ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ โดยสายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ TK 068
15.25 น เดินทางถึง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ / โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ
18 ซอย27 (บุญศิริ 2) ถนนสุขุมวิท ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ 10270
ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
ค้นหาโปรแกรมทัวร์
หน้าหลัก
ขอใบเสนอราคา