
| วันเดินทางไป - กลับ | ผู้ใหญ่ท่านละ | พักเดี่ยวเพิ่มเงิน | ราคาเด็กท่านละ | |
|---|---|---|---|---|
| 13 พ.ย. 69 - 22 พ.ย. 69 | 189,900 บาท | 45,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 04 ธ.ค. 69 - 13 ธ.ค. 69 | 189,900 บาท | 45,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 22 ม.ค. 70 - 31 ม.ค. 70 | 195,900 บาท | 45,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 12 ก.พ. 70 - 21 ก.พ. 70 | 195,900 บาท | 45,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 05 มี.ค. 70 - 14 มี.ค. 70 | 189,900 บาท | 45,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 19 มี.ค. 70 - 28 มี.ค. 70 | 189,900 บาท | 45,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
19.30 น. สมาชิกทุกท่านพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ชั้น 4 เคาน์เตอร์สายการบินฟินน์แอร์ เจ้าหน้าที่คอยดูแลเช็คสัมภาระและบัตรที่นั่งบนเครื่อง
22.30 น. เหิรฟ้าสู่ กรุงเฮลซิงกิ โดยสายการบินฟินแอร์ (Finn Air) เที่ยวบินที่ AY146
06.05 น. เดินทางถึง กรุงเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ (แวะพักรอต่อเครื่อง)
07.20 น. ออกเดินทางสู่ เมืองเรคยาวิค (Reykjavik) โดยสายการบินฟินน์แอร์ (Finnair) เที่ยวบินที่ AY 991
09.15 น. เดินทางถึง สนามบินเคฟลาวิก เมืองเรคยาวิค Reykjavik เมืองหลวงของประเทศไอซ์แลนด์ จากนั้นเดินทางสู่ ‘เมืองกรุนดาร์ฟยอร์ดูร์’ Grundarfjrur ซึ่งเป็นเมืองประมงเล็กๆ ที่เจริญรุ่งเรืองทางตอนเหนือของคาบสมุทรสไนล์แฟลซเนส ตั้งอยู่ระหว่างทิวเขาสูงและทะเล
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย นำท่านชม “ภูเขาเคิร์กจูเฟล” Kirkjufell หรือ 'Church Mountain' เป็นยอดเขาที่มีรูปร่างโดดเด่น ซึ่งพบได้บนชายฝั่งทางเหนือของคาบสมุทรสไนล์แฟลซเนสของไอซ์แลนด์ ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของไอซ์แลนด์ (West Iceland) หนึ่งในสถานที่ถ่ายภาพทิวทัศน์ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของไอซ์แลนด์ในมุมมองยอดเขารูปกรวยคว่ำ มีน้ำตกและธารน้ำรายรอบ เป็นภาพสัญลักษณ์ของ ประเทศไอซ์แลนด์ก็ว่าได้ ภูเขาลูกนี้มีความสูงประมาณ 463 เมตร ยิ่งไปกว่านั้น สีสันของเคิร์กจูเฟลล์ จะเปลี่ยนไปตามฤดูกาลที่ผ่านไป ฤดูร้อนมองเห็นเป็นสีเขียวชอุ่ม เต็มไปด้วยชีวิตชีวา ในขณะที่ฤดูหนาวก็ปกคลุมไปด้วยหิมะแน่นอนว่าภายใต้ดวงอาทิตย์เที่ยงคืนนั้นน่าประทับใจยิ่งกว่าในช่วงเดือนมิถุนายน และภายใต้แสงเหนือ ซึ่งเห็นได้ดีที่สุดระหว่างเดือนกันยายนถึงเมษายน / นำท่านเดินทางสู่เมืองเซลฟอสส์
ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่ : South Coast Hotel / Selfoss Hotel หรือที่พักระดับใกล้เคียง
*** ท่านสามารถเดินเล่นชมความงามของธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ การเกิดแสงเหนือเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่ไม่สามารถคาดเดาได้ แต่มีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิดให้เห็นในเวลากลางคืนช่วงเดือน ก.ย. - มี.ค. ***
เช้า บริการอาหารเช้า ที่ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านร่วมกิจกรรมขับสโนว์ โมบิล(Snow Mobile) โดยเดินทางไปยังธารน้ำแข็งลางโจกุลด้วยรถ Super Jeep แบบเศษซึ่งเป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นสู่แคมป์ฐานธารน้ำแข็ง รับอุปกรณ์สำหรับสโนว์โมบิลที่จำเป็นทั้งหมด รวมถึงชุดสโนว์โมบิล ถุงมือ ไหมพรม และหมวกนิรภัยสำหรับการขี่สโนว์โมบิล ไกด์มืออาชีพที่นำขับสโนว์โมบิลจะแสดงวิธีบังคับสโนว์โมบิลอย่างปลอดภัยธารน้ำแข็งลางโจกุลเป็นที่ตั้งของหลุมอุกกาบาตภูเขาไฟที่เต็มไปด้วยน้ำแข็งขนาดมหึมาหลายแห่ง ซึ่งล้อมรอบด้วยภูเขาไฟตั้งตระหง่านและตั้งอยู่ในพื้นที่ภายในที่สวยงามของไอซ์แลนด์ มุมมองจากด้านข้างของลางโจกุลนั้นน่าทึ่งทีเดียวเพราะสามารถมองเห็นที่ตั้งของธารน้ำแข็ง Eirksjkull ภูเขาที่สูงที่สุดในไอซ์แลนด์ตะวันตก ธารน้ำแข็ง Hofsjkull รูปโดม และเทือกเขา Kerlingafjll ได้ในระยะไกล
*** หมายเหตุ ธารน้ำแข็งหลายแห่งอาจจะเกิดการละลายเนื่องจากผลกระทบของภาวะโลกร้อน หรืออาจจะเกิดกรณีที่สภาพอากาศไม่อำนวย ซึ่งอาจจะทำให้ไม่ปลอดภัยในการขับรถสโนว์โมบิล บริษัทฯ จึงขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนเป็นกิจกรรมอื่นที่ปลอดภัยทดแทนในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว เช่น การขับรถ ATV ลงไปตามแนวชายฝั่งคาบสมุทรดีร์โฮเลย์ ข้ามแม่ลำธารสายเล็กๆ ไปที่ซากเครื่องบิน DC3 ที่ถูกทิ้งร้างบนชายหาดสีดำที่ ‘โซลเฮมาซานดูร์’ (Slheimasandur) ซึ่งเป็นจุดถ่ายรูปที่เป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คสำคัญของประเทศไอซ์แลนด์
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย นำท่านออกเดินทางสู่ “เส้นทางวงแหวนทองคำ” Golden Circle เส้นทางธรรมชาติ มรดกโลก นำท่านชม “น้ำตกกูลฟอสส์” GullFoss หรือ ‘น้ำตกทองคำ’ ที่มีความสวยงามที่สุด และใหญ่ที่สุดในไอซ์แลนด์ น้ำตกอันงดงามไหลมาจาก “แม่น้ำฮวิตา” (Hvit River) ไหลจากธารน้ำแข็ง‘ลางโจกุล’ (Langjkull) ซึ่งเป็นธารน้ำแข็งที่ใหญ่เป็นอันดับสองของไอซ์แลนด์ ก่อนจะลดหลั่นลงมา 32 เมตร จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ “น้ำพุร้อนกีย์เซอร์” Geysir Geothermal Park ชมบ่อน้ำพุ “สโทรคูร์” (Strokkur) ซึ่งเป็นบ่อน้ำพุร้อนที่มีชื่อเสียงที่สุดของประเทศ สโทรคูร์จะปะทุทุก 5-10 นาที โดย สูงจากพื้น 20-40 เมตร จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ “บริเวณอุทยานแห่งชาติธิงเวลลีร์” Thingvellir National Park ทางองค์การยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกด้านวัฒนธรรมในปี ค.ศ.2004 ชม “Logberg” จุดบริเวณที่เคยเป็นเป็นรัฐสภาหรือสถานที่แสดงความคิดเห็นและคัดเลือกผู้นำของชาวไอซ์แลนด์ มาตั้งแต่ปี ค.ศ.930 และเป็นพื้นที่ ที่ได้การยอมรับว่ามีธรรมชาติที่สวยงามของไอซ์แลนด์แห่งหนึ่ง เดินผ่านรอยแตกร้าวของของโลกที่มีความลึกลงสู่ใต้ดินถึง 14 เมตร ที่เกิดจากแผ่นดินไหว เมื่อปี ค.ศ. 1784 และทุกๆ ปีรอยแตกนี้ก็จะขยายออกไปอีกถึงปีละ 1 เซนติเมตร นำท่านชม “ทะเลสาบ Pingvallavatn” ทะเลสาบธรรมชาติที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในไอซ์แลนด์ / นำท่านเดินทางสู่ที่พักเซลฟอสส
ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่ : South Coast Hotel / Selfoss Hotel หรือที่พักระดับใกล้เคียง
*** ท่านสามารถเดินเล่นชมความงามของธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ การเกิดแสงเหนือเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่ไม่สามารถคาดเดาได้ แต่มีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิดให้เห็นในเวลากลางคืนช่วงเดือน ก.ย. - มี.ค. ***
เช้า บริการอาหารเช้า ที่ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านแวะชม “น้ำตกเซลยาลันส์ฟอส” (SeljalandsFoss) น้ำตกเซลยาลันส์ฟอสส์เป็นน้ำตกที่สูงตระหง่านถึง 62 เมตร นอกจากนี้ยังเป็นเอกลักษณ์และอาจอยู่ในรายชื่อ 10 สิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่มีการถ่ายภาพมากที่สุดในไอซ์แลนด์ ซึ่งไหลมาจากแม่น้ำสโกก้า ลักษณะเด่นที่สุดของเ ซลยาลันส์ฟอสส์ คือทางเดินที่ทอดยาวไปรอบๆ หน้าผาด้านหลังน้ำตกมีถ้ำกว้าง มีโขดหินและเส้นทางที่สามารถเดินชมได้เต็มที่ในฤดูร้อน จากนั้นเดินทางสู่ “น้ำตกสโกกาฟอสส์” (Skogafoss) ตั้งอยู่ใกล้หมู่บ้านเล็กๆ ของสโกการ์ ทางใต้ของภูเขาไฟธารน้ำแข็งเอยาฟยาลลาโจกุล น้ำตกสโกกาฟอสส์ มีความสูงถึง 60 เมตรและกว้าง 25 เมตร ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเพราะน้ำตกนี้มาจากธารน้ำแข็งสองแห่งโดยตรง คือ เอยาฟยาล ลาโจกุลและไมร์ดาลสโจกุล ถือเป็นน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในไอซ์แลนด์
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร บริการเมนู สเต็กเนื้อ ** สำหรับท่านที่ไม่ทานเนื้อ กรุณาแจ้งฝ่ายขายล่วงหน้าอย่างน้อย 15 วัน ก่อนเดินทาง โดยทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์จัดเป็น สเต็กปลาหรื สเต็กไก่ แทน **
บ่าย นำท่านเปลี่ยนการเดินทางเป็นรถขับเคลื่อนสี่ล้อ (4WD Super Jeep) เดินทางสู่ “ถ้ำน้ำแข็งคัทลา” Katla Ice Caves ตั้งอยู่บริเวณภูเขาไฟคัทล่าที่ดับลงแล้วที่ใต้ธารน้ำแข็งไมดาลโจคูล ชมวิวทิวทัศน์ที่แปลกตาระหว่างทางของทุ่งลาวา เดินทางถึงจุดจอดรถ ไกด์ท้องถิ่นจะเตรียมรองเท้าตะข้อและหมวกกันน็อค ให้กับทุกท่าน เพื่อการเดินท่องเที่ยวอย่างปลอดภัย นำท่านเดินสู่บริเวณปาก'ถ้ำธารน้ำแข็ง' เข้าชมถ้ำน้ำแข็งคัทลา ที่มีอายุกว่า 800 ปี เป็นถ้ำน้ำแข็งธรรมชาติแห่งเดียวที่เข้าถึงได้ตลอดทั้งปีและอยู่ใกล้เมืองเรคยาวิกที่สุด วิวภายในถ้ำน้ำแข็งนั้นงดงามด้วยการผสมผสานของสีของน้ำแข็ง และมีโอกาสได้เห็นน้ำแข็งสีดำที่เกิดจากเถ้าถ่านสีดำจากการระเบิดของภูเขาไฟครั้งก่อน นำทางโดยไกด์ท้องถิ่นผู้ชำนาญเส้นทางเก็บภาพความงดงามอย่างจุใจ / นำท่านเดินทางกลับสู่ที่พัก
ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่: Dyrholaey Hotel / Stracta Hotel หรือที่พักระดับใกล้เคียง
*** ท่านสามารถเดินเล่นชมความงามของธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ การเกิดแสงเหนือเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่ไม่สามารถคาดเดาได้ แต่มีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิดให้เห็นในเวลากลางคืนช่วงเดือน ก.ย. - มี.ค. ***
เช้า บริการอาหารเช้า ที่ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ “โจคูซาลอน” (Jkulsrln Lake) ทะเลสาบธารน้ำแข็งที่มีชื่อเสียงที่สุดของไอซ์แลนด์ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้อย่างสะดวกโดยทางหลวงวงแหวนหมายเลข 1 ประมาณกึ่งกลางระหว่างเขตอนุรักษ์ธรรมชาติสกัฟตาเฟลล์ (Skaftafell Nature Reserve) และเฮิฟน์ (Hfn) โจกุลซาลอนเป็นทะเลสาบที่เต็มไปด้วยน้ำที่ละลายจากธารน้ำแข็งทางออก จากธารน้ำแข็ง ‘เบรดาเมร์คูร์โจกุล’ (Breiamerkurjkull) ซึ่งเป็นลิ้นน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดของยุโรปจากธารวาทนาโจกุล เมื่อภูเขาน้ำแข็งเคลื่อนตัวข้ามทะเลสาบในที่สุดลอยออกไปในทะเลและถูกซัดขึ้นฝั่ง จนกลายเนื่องจากความแวววาวบนหาดทรายสีดำของ ‘เบรดาเมร์คูร์ซานดูร์’ (Breiamerkursandur) ทำให้บริเวณนี้ได้รับฉายาว่า 'หาดทรายเพชร' (Diamond Beach)
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย นำท่านเดินทางสู่จุดชมวิวธารน้ำแข็ง “สกีดาราโจกูล” ชมเศษซากของสะพานสกีดารา สะพานที่เคยเป็นช่วงที่ยาวที่สุดในไอซ์แลนด์ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของถนนวงแหวน คานสะพานที่บิดเป็นเกลียวจากการถูกพัดพาไปโดยความร้อนจากภูเขาไฟและน้ำท่วมจากธารน้ำแข็ง มีฉากด้านหลังเป็นที่ราบสกีดาราซานดูร์ (Skeiarrsandur) ซึ่งเป็นที่ราบทรายภูเขาไฟสีดำที่ใหญ่ที่สุดในโลก และมองเห็นธารน้ำแข็งสกีดาราราโจกุล (Skeiarrjkull) และธารน้ำแข็ง สวินาเฟลล์สโจกุล (Svinafellsjkull) อย่างสวยงามชัดเจน จากนั้นเดินทางสู่จุดชมวิว “ทุ่งลาวาเอลดราอุน” (Eldhraun Lava Field) หรือ “ทุ่งลาวาไฟ” ขึ้นชื่อว่าเป็นทุ่งลาวาที่ใหญ่ที่สุดในโลก เกิดจากปะทุที่ยิ่งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งที่บันทึกไว้ นั่นคือการปะทุของภูเขาไฟลาไค (Laki) ในช่วงปลายศตวรรษที่ 18 ช่วงเวลาสองปีระหว่างปี 1783-1784 ทุ่งลาวาไฟมีเนื้อที่ 565 ตารางกิโลเมตร สมควรแก่เวลา เดินทางกลับสู่ที่พัก
ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่: Dyrholaey Hotel / Stracta Hotel หรือที่พักระดับใกล้เคียง
*** ท่านสามารถเดินเล่นชมความงามของธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ การเกิดแสงเหนือเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่ไม่สามารถคาดเดาได้ แต่มีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิดให้เห็นในเวลากลางคืนช่วงเดือน ก.ย. - มี.ค. ***
เช้า บริการอาหารเช้า ที่ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านชมหาดทรายดำ ‘เรย์นิสฟายาร่า’ (Reynisfjara) หาดทรายสีดำที่ก่อตัวขึ้นเมื่อลาวาเย็นตัวลง จากภูเขาไฟคัทลาอันโด่งดังได้ปะทุขึ้นเมื่อหลายศตวรรษก่อน บริเวณชายหาดเรย์นิสฟยาร่าซึ่งเป็นที่ตั้งของกลุ่มหิน “เรนิสแดรงการ์” (Reynisdrangar) ซึ่งเป็นเสาหินหินบะซอลต์สูงตระหง่านออกมาจากมหาสมุทรสูง 66 เมตร ที่ปลายสุดของหาดทรายสีดำที่ทอดยาวสุดสายตา แฟนๆ ของซีรีย์ Game of Thrones อาจรู้จักเสาหินบะซอลต์ที่โดดเด่นและทรายสีดำใช้ที่นี่เป็นฉากของ 'North of the Wall' นอกจากนี้ยังปรากฏใน Vikings, A Star Wars : Rogue One จากนั้นเดินทางสู่ “อาร์นาร์ดรังกูร์” (Arnardrangur) หรือ ‘Eagle Rock’ ในดีร์โฮเลย์ ที่เรียกหินนี้ว่า ‘Eagle Rock’ เพราะนกอินทรีเคยทำรังอยู่จำนวนมาก ชมวิวที่เลื่องชื่อด้านทัศนียภาพอันตระการตาของชายฝั่งคาบสมุทรดีร์โฮเลย์ และความอุดมสมบูรณ์ของนกนานาพันธุ์ ประทับใจกับทัศนียภาพของซุ้มประตูหินของดีร์โฮเลย์ ซุ้มหินขนาดใหญ่สูง 100 เมตร เป็นผลมาจากการกัดเซาะหลายศตวรรษ
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย นำท่านเดินทางสู่ฟาร์มม้าเอด์เฮสตาร์ (Eldhestar)เป็นฟาร์มม้าที่ใหญ่และเก่าแก่มากที่สุดแห่งหนึ่งของไอซ์แลนด์ ให้ท่านได้สัมผัสม้าสายพันธุ์นอร์ดิคอย่างใกล้ชิดโดยไกด์ท้องถิ่นที่คอยดูและและให้คำแนะนำในการบังคับม้า ให้ความรู้ทุกท่านเกี่ยวกับการเลี้ยงและเพาะพันธุ์ม้าพันธุ์พื้นเมืองที่หายาก เนื่องจากม้าที่ไอซ์แลนด์จะเป็นพันธุ์ดังเดิมของชาวนอร์ดที่ไม่มีการผสมข้ามสายพันธุ์(ไอซ์แลนด์ไม่อนุญาตให้นำม้าจากต่างชาติเข้ามาในประเทศ) จากนั้นนำท่านขี่ม้าเดินตามเส้นทางที่เตรียมไว้เพื่อชมความงดงามของธรรมชาติและทุ่งหิมะที่ขาวโพลน ท่านจะเพลิดเพลินไปกับธรรมชาติและความน่ารักของม้าเหล่านี้ นำท่านเดินทางกลับสู่ “กรุงเรคยาวิค” Reykjavik เมืองหลวงของประเทศไอซ์แลนด์ ที่มีความสวยงามไม่แพ้เมืองหลวงอื่นๆในแถบสแกนดิเนเวีย ท่านจะได้ สัมผัสกับธรรมชาติอันแสนบริสุทธิ์ นำท่านเที่ยวชมเมืองหลวงแสนสวยริมชายฝั่งทะเลแห่งนี้ และเป็นเมืองหลวงที่ตั้งอยู่ใกล้กับขั้วโลกเหนือมากที่สุดโดยตั้งอยู่ไม่ไกลจากเส้นอาร์กติกเซอร์เคิลมากนัก ทำเลที่ตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ ซึ่ง Ingolfur Arnarson ชาวนอร์ดิค เป็นผู้อพยพคนแรกที่มาตั้งรกรากที่เรคยาวิกในปี ค.ศ. 870 เมื่อเรคยาวิกกลายเป็นเมืองที่เป็นศูนย์กลางทางการค้าและธุรกิจการประมง จึงได้มีการก่อตั้งให้เป็นเมืองหลวง ปัจจุบันเขตเมืองมีประชากรประมาณ 120,000 คน
ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร บริการเมนูพาสต้าซีฟู๊ดและล็อบสเตอร์ ** สำหรับท่านที่แพ้อาหารทะเล กรุณาแจ้งฝ่ายขายล่วงหน้า 15 วัน ก่อนเดินทาง โดยทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ จัดเป็นเมนูสเต็กไก่ หรือสเต็กหมูแทน **
พักที่: Grand Hotel / Natura-Berjaya Hotel / Foss Hotel หรือที่พักระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ที่ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านชม “โบสถ์ฮัลล์กรีมสคิร์คยา” Hallgrmskirkja โบสถ์นิกายลูเทอรัน ในกรุงเรคยาวิก มีความสูง 73 เมตร เป็นโบสถ์ที่ใหญ่ที่สุดในไอซ์แลนด์ เริ่มก่อสร้างในปี 1945 ใช้เวลาสร้างถึง 38 ปีจึงสำเร็จในปี 1986 นำท่านเก็บภาพอาคาร (Hofdi House) ที่ใช้ประชุมผู้นำระหว่างประธานาธิบดีเรแกน กับประธานาธิบดีกอบอชอฟ ในการประชุมสุดยอดเมืองเรคยาวิกปี 1986 ช่วงสมัยสงครามเย็น จากนั้นนำท่านเก็บภาพซัน โวยาเจอร์ (Sun Voyager) สัญลักษณ์ของเสรีภาพ เป็นแลนด์มาร์กที่สำคัญของกรุงเรคยาวิค เก็บภาพอาคารฮาร์ป้า (Harpa Concert Hall) ที่ได้รับรางวัลจากการประกวดทางสถาปัตยกรรม ในปี 2013
เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านเดินทางสู่ท่าเรือ “ล่องชมปลาวาฬ” Reykjavik Whale Watching ซึ่งท่านจะได้สัมผัสกับประสบการณ์ใหม่ในการชมสัตว์ทางท้องทะเล ซึ่งท่านจะได้พบกับนกทะเลชนิดต่างๆ มากมาย รวมไปถึงปลาวาฬนานาพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็นพันธุ์ Killer Whale (Orca), Minke Whale Humpback Whale นอกจากนั้น ท่าจะมีโอกาสได้พบกับความน่ารักของปลาโลมา Dolphin ซึ่งจะมาว่ายน้ำหยอกล้อท่านอยู่ข้างเรืออย่างมากมาย ถือเป็นความน่ารักและความงดงามทางธรรมชาติซึ่งมีเฉพาะในดินแดนแถบนี้เท่านั้น (บนเรือมีชุดกันหนาวบริการ บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในกรณีที่เรือยกเลิกให้บริการอันเนื่องมาจากสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย) จากนั้นอิสระเลือกซื้อหาสินค้าท้องถิ่นเป็นของที่ระลึก ชมย่านถนนคนเดินที่สองข้างทางเต็มไปด้วยอาคารสวยๆ เรียงรายไปด้วยสินค้าพื้นเมืองและแบรนด์ต่างๆ อิสระให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าตามอัธยาศัย ในย่านถนนคนเดิน หรือห้างสรรพสินค้าท้องถิ่น
ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารไทย
พักที่: Grand Hotel / Natura-Berjaya Hotel / Foss Hotel หรือที่พักระดับใกล้เคียง
21.00 นำท่าน ตามล่าหาแสงเหนือ (Northern lights) หรือ แสงออโรร่า (Aurora borealis) โดยรถโค้ช (มีฮีทเตอร์) คนขับรถผู้ชำนาญจะนำท่านไปยังจุดที่มีโอกาสเห็นแสงเหนือมากที่สุดใช้เวลา ประมาณ 3 ชั่วโมง แสงเหนือเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่จะปรากฏในตอนกลางคืนยามที่ท้องฟ้าโปร่ง ในช่วงหน้าหนาวเท่านั้น ซึ่งแสงออโรร่า (Aurora borealis) จะปรากฎเป็นแสงสีเขียวที่พาดผานท้องฟ้ายามค่่าคืน *** การพบเห็นปรากฏการณ์แสงเหนือ เป็นปรากฏการณ์ทาง ธรรมชาติไม่สามารถกำหนดหรือทราบล่วงหน้าได้โอกาสที่จะได้เห็นขึ้นอยู่กับสภาพอากาศเป็นสัาคัญ และ โปรแกรมอาจมีการปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม ***
เช้า บริการอาหารเช้า ที่ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านสู่ “ประภาคารกรอตตา’ Grtta Light house เป็นเขตอนุรักษ์ธรรมชาติที่ปลายคาบสมุทรเซลต์ยาร์นาร์เนส (Seltjarnarnes Peninsula) ทางตะวันตกเฉียงเหนือสุดของพื้นที่เกรเทอร์เรคยาวิก ชม ‘ประภาคารกรอตตา’ หนึ่งในประภาคารที่เก่าแก่ที่สุดในไอซ์แลนด์ ปัจจุบัน กรอตตา เป็นหนึ่งในสถานที่ที่มีผู้เข้าชมมากที่สุด ซึ่งดึงดูดทั้งคนในท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวต่างชาติตลอดทั้งปี นำท่าน “ขึ้นลิฟต์สู่ชั้นบนสุดของตึกพาร์ลาน” (Perlan) เป็นตึกสไตล์โมเดิร์น ที่มีภัตตาคารอยู่ด้านบนให้ท่านชมวิวทิวทัศน์ของกรุงเรคยาวิคอย่างเต็มที่แบบ 360 องศา อิสระกับการ “เข้าชมส่วนจัดแสดง Worder of Iceland” ประกอบไปด้วยส่วนจัดแสดงเกี่ยวกับการเกิดปรากฏการณ์ธรรมชาติทางธรณีวิทยาต่างๆ ที่เกิดในประเทศไอซ์แลนด์ การเกิดธารน้ำแข็ง การเกิดแสงเหนือ การปะทุของภูเขาไฟ ฯลฯ ผ่านการแสดงแสงสีเสียง นอกจากนั้น ท่านสามารถเข้าชม Perlan Ice cave ถ้ำน้ำแข็งในร่มแห่งแรกในโลก มีความยาว 100 เมตร และสร้างขึ้นจากหิมะกว่า 350 ตันจากภูเขาบลูเมาน์เท่นในไอซ์แลนด์ สัมผัสอากาศหนาวเหน็บและสภาพแวดล้อมของธารน้ำแข็งที่สำคัญต่อ ระบบนิเวศ หรืออิสระทุกท่านช้อปปิ้งสินค้าที่ระลึกตามอัธยาศัย
เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย นำท่านเดินทางสู่ “บ่อน้ำร้อน บลู ลากูน” Blue Lagoon ซึ่งเป็นบ่อน้ำร้อนซึ่งเต็มไปด้วยแร่ธาตุมากมาย อาทิ ซิลิกา, พืชทะเล, โคลนซิลิกา, ฟลูออรีน, โซเดียม โปตัสเซียม, แคลเซี่ยม, ซัลเฟต, คลอรีน, คาร์บอนไดออกไซด์ เป็นต้น นอกจากนั้นภายในบ่อน้ำร้อนบูลลากูนยังมีเกลือแร่ซึ่งจะช่วยให้ท่านผ่อนคลายและรักษาโรคที่เกี่ยวกับผิวหนังได้ และยังช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งอีกด้วย ท่านจะได้สัมผัสกับความสบายตัว จากการลงแช่และอาบน้ำในบ่อน้ำร้อนบูล ลากูน (พิเศษ…ทาง บลู ลากูน ได้จัดเตรียมอุปกรณ์ในการเข้าใช้บริการไว้ให้เรียบรอยแล้ว อาทิ ครีมทาผิว และผ้าขนหนู ให้ทางมีเวลาผ่อนคลายกับการแช่น้ำแร่อย่างจุใจ)
ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่: Park Inn by Radisson Keflavik Hotel / หรือที่พักระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ที่ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านสู่สนามบินเคฟลาวิก (Keflavik International Airport) กรุงเรคยาวิก
10.00 ออกเดินทางสู่กรุงเฮลซิงกิ โดยเที่ยวบิน AY992
15.25 เดินทางถึงสนามบินเฮลซิงกิ (เวลาที่ เฮลซิงกิ เร็วกว่า ไอซ์แลนด์ 2 ชั่วโมง) / นำท่านเปลี่ยนเครื่องบิน
17.25 เหิรฟ้ากลับสู่กรุงเทพฯ สุวรรณภูมิ โดยสายการบินฟินแอร์ Finn Air เที่ยวบินที่ AY143
09.45 เดินทางถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ / โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ
18 ซอย27 (บุญศิริ 2) ถนนสุขุมวิท ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ 10270
ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
ค้นหาโปรแกรมทัวร์
หน้าหลัก
ขอใบเสนอราคา