
05.00 น. คณะพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก เคาน์เตอร์สายการบิน Finnair โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทคอยให้การต้อนรับ
07.05 น. ออกเดินทางสู่สนามบินเฮลซิงกิ แวนต้า ประเทศฟินแลนด์ โดยเที่ยวบินที่ AY142 ใช้เวลาเดินทางประมาณ 12 ชั่วโมง 35 นาที (มีอาหารบริการบนเครื่องบิน)
15.25 น. เดินทางถึงสนามบินเฮลซิงกิ แวนต้า ประเทศฟินแลนด์ เพื่อแวะเปลี่ยนเครื่อง (เวลาท้องถิ่นประเทศฟินแลนด์ช้ากว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง)
จากนั้นนำท่านเดินทางไปยังโรงแรมโดยรถโค้ชเพื่อเช็คอินเข้าที่พัก
ช่วงเย็น รับประทานอาหารเย็น ณ ห้องอาหารของโรงแรม
ที่พัก Sokos Flamingo Hotel หรือเทียบเท่า
ช่วงเช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้นนำคณะออกเดินทางสู่สนามบินเฮลซิงกิ แวนต้า ประเทศฟินแลนด์ เพื่อนำทุกท่านเตรียมตัวออกเดินทางไปยังสนามบินเคฟลาวิก โดยรถโค้ช
07.10 น. ออกเดินทางสู่สนามบินเคฟลาวิก ประเทศไอซ์แลนด์ โดยเที่ยวบินที่ AY991 ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง 45 นาที (ไม่มีอาหารบริการบนเครื่องบิน)
09.15 น. เดินทางถึงสนามบินเคฟลาวิก ประเทศไอซ์แลนด์ เมื่อผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองและรับสัมภาระเรียบร้อยแล้ว พาท่านเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหารท้องถิ่น
จากนั้นพาทุกท่านเดินทาง ซิตี้ทัวร์เมืองเรคยาวิค เพื่อชมความงดงามของเมืองหลวงอันมีเอกลักษณ์แห่งไอซ์แลนด์ เมืองนี้เป็นการผสมผสานระหว่างธรรมชาติและสถาปัตยกรรมสมัยใหม่อย่างลงตัว นำท่านสู่จุดชมวิว Sun Voyager (Slfar) ประติมากรรมรูปเรือเหล็กสแตนเลสอันงดงามริมอ่าว ซึ่งสื่อถึงจิตวิญญาณแห่งการผจญภัยและการเดินทางของชาวไวกิ้ง จากนั้นเดินทางสู่ อาคารฮาร์ปา (Harpa Concert Hall) ศูนย์ศิลปะการแสดงร่วมสมัยริมทะเล ที่โดดเด่นด้วยดีไซน์กระจกสะท้อนแสงหลายเฉดสี ถือเป็นอีกหนึ่งจุดถ่ายรูปยอดนิยม และเดินทางสู่ ทะเลสาบทยอร์นิน (Tjrnin Lake) สถานที่พักผ่อนใจกลางเมือง ชมบรรยากาศเงียบสงบของทะเลสาบและฝูงนกน้ำหลากชนิด จากนั้นเดินทางไปยังโบสถ์ฮัลล์กรีมสคิร์คยา (Hallgrmskirkja Church) สัญลักษณ์ของเมืองเรคยาวิก สถาปัตยกรรมอันโดดเด่นที่ได้แรงบันดาลใจจากภูเขาหินบะซอลต์ของไอซ์แลนด์ และยังสามารถขึ้นชมวิวเมืองแบบพาโนรามาได้จากยอดหอคอย
ช่วงเย็น รับประทานอาหารเย็น ณ ร้านอาหารจีน
ที่พัก GRANDI HOTEL หรือเทียบเท่า
ช่วงค่ำ พร้อมกันที่ล็อบบี้ เพื่อออกตามล่าแสงเหนือ (Northern Lights Hunting) หรือบางท่านรู้จักกันในชื่อ แสงออโรร่า (Aurora Borealis) ปรากฏการณ์ธรรมชาติมีแสงเรืองรองบนท้องฟ้าในเวลากลางคืน ความมหัศจรรย์ทางธรรมชาตินี้จะเกิดแนวแสงสว่างสีต่าง ๆ บนท้องฟ้ายามค่ำคืน มองด้วยตาเปล่าเป็นสีขาวลักษณะเหมือนเมฆ จะเห็นชัดขึ้นเป็นลำแสงสีเขียวถ้ามองผ่านกล้อง เมื่อถึงเวลาอันสมควร เดินทางกลับที่พัก (ในกรณีที่ไม่สามารถชมแสงเหนือได้ในคืนที่กำหนด ทางบริษัทจะจัดโปรแกรมตามล่าชมแสงเหนือให้ท่านใหม่ในวันถัดไป ทั้งนี้ การชมแสงเหนือเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ซึ่งขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและปัจจัยในแต่ละวัน จึงไม่สามารถรับประกันได้ว่าท่านจะได้พบเห็นแสงเหนือในทุกครั้งของการเดินทาง)
ช่วงเช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
หลังรับประทานอาหารเรียบร้อยแล้ว นำท่านออกเดินทางสู่ คาบมหาสมุทรสไนล์แฟลส์เนสส์(Snfellsnes Peninsula) ซึ่งได้รับสมญานามว่า “ไอซ์แลนด์ขนาดจิ๋ว (Mini Iceland)” เนื่องจากภูมิประเทศบริเวณนี้มีทั้งภูเขาไฟ ธารน้ำแข็ง ทะเล หน้าผา และหมู่บ้านริมชายฝั่งครบในพื้นที่เดียว
จากนั้นเดินทางสู่ หมู่บ้านบูดิร์ (Bir) หมู่บ้านเล็ก ๆ ริมชายฝั่งที่มีชื่อเสียงจาก โบสถ์สีดำบูดาเคียร์คยา (Bakirkja) โบสถ์ไม้สีดำสนิทตั้งโดดเด่นอยู่กลางทุ่งลาวา และภูเขาเบื้องหลัง เป็นหนึ่งในโบสถ์ที่มีเอกลักษณ์ที่สุดของไอซ์แลนด์ ภายในมีบรรยากาศที่เงียบสงบ งดงาม และบริเวณโดยรอบยังมีเส้นทางเดินชมวิวทะเลพร้อมกลิ่นอายธรรมชาติบริสุทธิ์
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหารท้องถิ่น
หลังรับประทานอาหารนำท่านชมหมู่บ้าน อาร์นาร์สตาปิ (Arnarstapi) หมู่บ้านชาวประมงเก่าแก่ ที่ปัจจุบันกลายเป็นจุดท่องเที่ยวยอดนิยม เพราะมีวิวชายฝั่งสวยงามและธรรมชาติแปลกตา มีหน้าผาหินบะซอลต์ (basalt cliffs) รูปร่างแปลกตาที่ถูกทะเลและลมกัดเซาะ จนเกิดเป็นช่องหินและเสาหินธรรมชาติ ไฮไลต์คือ Gatklettur หรือ “หินโค้งรูปประตู” ซึ่งเป็นจุดถ่ายรูปยอดฮิต
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ โบสถ์อิงจาลด์ชอลล์ (Ingjaldshlskirkja) โบสถ์คอนกรีต หลังคาสีแดง ที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1903 ตั้งอยู่บนเนินเขาเล็ก ๆ ท่ามกลางทุ่งหญ้ากว้าง มองเห็นวิวภูเขาไฟและธารน้ำแข็ง Snfellsjkull อยู่เบื้องหลัง ทำให้ที่นี่กลายเป็นหนึ่งในจุดถ่ายภาพที่สวยงามและมีชื่อเสียงที่สุดในไอซ์แลนด์
เมื่อได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางสู่ ภูเขาโบสถ์คีร์กจูเฟล (Kirkjufell) ภูเขาทรงหมวกพ่อมดที่ตั้งอยู่ใกล้เมือง Grundarfjrur ถือเป็นสัญลักษณ์สำคัญของคาบสมุทรสไนเฟลส์เนส และเป็นหนึ่งในจุดถ่ายภาพที่มีชื่อเสียงระดับโลก เป็นทิวทัศน์ที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกต้องมาเก็บภาพไว้เป็นที่ระลึก
หลังจากนั้นนำท่านเดินทางกลับสู่ที่พัก เพื่อรับประทานอาหารเย็นและพักผ่อนตามอัธยาศัย
ช่วงเย็น รับประทานอาหารเย็น ณ ห้องอาหารของโรงแรม
ที่พัก Grandi Hotel หรือเทียบเท่า
ช่วงเช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
หลังรับประทานอาหารเช้า นำท่านออกเดินทางสู่เส้นทางท่องเที่ยว ชายฝั่งตอนใต้ (South Coast) ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางที่มีทิวทัศน์งดงามที่สุดของประเทศไอซ์แลนด์ ระหว่างทางท่านจะได้ชมวิวทุ่งหญ้า ภูเขาไฟ และธารน้ำแข็งที่สลับกันไปอย่างตระการตา
นำท่านชม น้ำตกเซลยาลันด์ฟอสส์ (Seljalandsfoss Waterfall) หนึ่งในน้ำตกที่สวยงามและมีชื่อเสียงที่สุดของประเทศ ไหลตกจากหน้าผาสูงราว 60 เมตร จุดเด่นคือสามารถ เดินลอดผ่านหลังม่านน้ำตก ได้อย่างปลอดภัย เพื่อสัมผัสประสบการณ์ใกล้ชิดกับสายน้ำที่กระเซ็นส่องประกายท่ามกลางแสงแดด เป็นภาพที่งดงามราวภาพฝัน
จากนั้นเดินทางสู่ น้ำตกสโกกาฟอสส์ (Skgafoss Waterfall) น้ำตกขนาดใหญ่ทรงพลังที่มีความสูงประมาณ 60 เมตร และกว้างถึง 25 เมตร น้ำที่ตกกระทบพื้นก่อให้เกิดละอองน้ำฟุ้งจนสามารถมองเห็นรุ้งกินน้ำได้บ่อยครั้ง ถือเป็นอีกหนึ่งจุดถ่ายภาพยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั่วโลก
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหารท้องถิ่น
นำท่านเดินทางสู่ ซากเครื่องบิน (Plane Wreck) บนหาดทรายสีดำ *รวมค่ารถ Shuttle Bus ซึ่งเป็นจุดถ่ายภาพชื่อดังของโลก ซากเครื่องบินลำนี้ตกอยู่บนหาดทรายสีดำตั้งแต่ปี ค.ศ.1973 โดยปัจจุบันกลายเป็นแลนด์มาร์กที่ให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาเก็บภาพความแปลกตาท่ามกลางบรรยากาศอันโดดเดี่ยวและลึกลับของชายฝั่งไอซ์แลนด์
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ แหลมดีร์โฮเลย์ (Dyrhlaey) แหลมภูเขาหินขนาดใหญ่ที่ยื่นออกไปในมหาสมุทรแอตแลนติก จุดชมวิวนี้มีลักษณะเป็นซุ้มประตูหินธรรมชาติขนาดมหึมา สามารถมองเห็นแนวชายหาดสีดำยาวสุดลูกหูลูกตา และเป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นทั้งทะเล ธารน้ำแข็ง และหมู่เกาะเล็ก ๆ ได้ในมุมกว้าง
ปิดท้ายวันด้วยการเยี่ยมชม หาดทรายดำเรย์นิสฟยาร่า (Reynisfjara Black Sand Beach)หาดทรายดำที่เกิดจากเศษหินลาวาเก่าที่ถูกคลื่นกัดเซาะจนละเอียด จุดเด่นคือแนวผนังหินบะซอลต์รูปทรงหกเหลี่ยมและเสาหิน Reynisdrangar Sea Stacks ที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางทะเลตามตำนานพื้นบ้านของชาวไอซ์แลนด์ บรรยากาศที่นี่ทั้งสวยงามและทรงพลัง
หลังจากนั้นนำท่านเดินทางกลับเข้าสู่ที่พัก เพื่อรับประทานอาหารมื้อเย็น และพักผ่อนตามอัธยาศัย
ช่วงเย็น รับประทานอาหารเย็น ณ ห้องอาหารของโรงแรม
ที่พัก Dyrholaey Hotel หรือเทียบเท่า
ช่วงเช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านออกเดินทางสู่ ธารน้ำแข็งสวีนาเฟลล์สโจกุล (Svnafellsjkull Glacier) หนึ่งในแขนงของธารน้ำแข็งขนาดใหญ่ จุดนี้เป็นสถานที่ยอดนิยมสำหรับการเดินสำรวจธารน้ำแข็ง (Glacier Walk) ซึ่งนักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสพื้นน้ำแข็งสีฟ้าใส และแนวรอยแตก (Crevasses) ที่สวยงามราวประติมากรรมจากธรรมชาติ ธารน้ำแข็งแห่งนี้ยังเคยถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ชื่อดังอย่าง Interstellar และ Game of Thrones อีกด้วย
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหารท้องถิ่น
หลังรับประทานอาหารกลางวันนำท่านเดินทางสู่ ทะเลสาบธารน้ำแข็งโจกุลซาลอน (Jkulsrln Glacier Lagoon) ทะเลสาบธารน้ำแข็งอันงดงามที่เกิดจากการละลายของธารน้ำแข็ง Breiamerkurjkull ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Vatnajkull Glacier น้ำแข็งขนาดใหญ่หลายสี ตั้งแต่ขาว น้ำเงินอ่อน ไปจนถึงฟ้าน้ำทะเล ลอยอยู่เหนือผืนน้ำราวกับเพชรที่สะท้อนแสงระยิบระยับ บางชิ้นมีขนาดเท่าบ้าน และท่านอาจได้พบเห็นแมวน้ำว่ายน้ำเล่นอยู่ท่ามกลางภูเขาน้ำแข็งเหล่านี้
จากนั้นนำท่านเดินทางไปยัง หาดไดมอนด์ (Diamond Beach) หาดทรายสีดำที่มีเศษน้ำแข็งจากทะเลสาบ Jkulsrln ไหลมาติดอยู่บนชายฝั่ง แสงแดดที่ตกกระทบก้อนน้ำแข็งเหล่านี้ทำให้ดูคล้ายเพชรระยิบระยับทั่วชายหาด เป็นภาพที่งดงามเกินบรรยาย
ปิดท้ายวันด้วยการเดินทางเข้าสู่ ถ้ำน้ำแข็ง (Ice Cave) *รวมค่าเข้า ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติอันน่าทึ่ง ถ้ำน้ำแข็งมีสีฟ้าใสและลวดลายภายในเปลี่ยนแปลงไปทุกปีตามฤดูกาลและการละลายของน้ำแข็ง ท่านจะได้สัมผัสความงดงามราวกับอยู่ในโลกน้ำแข็งสีฟ้าคราม พร้อมเก็บภาพความประทับใจสุดพิเศษกลับไป
หลังจากเที่ยวชมเสร็จสิ้น นำท่านเดินทางกลับสู่ที่พัก เพื่อรับประทานอาหารมื้อเย็นและพักผ่อนตามอัธยาศัย
ช่วงเย็น รับประทานอาหารเย็น ณ ห้องอาหารของโรงแรม
ที่พัก Dyrholaey Hotel หรือเทียบเท่า
ช่วงเช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้นนำท่านชม น้ำพุร้อนกีเซอร์ (Geysir Geothermal Area) แหล่งพลังงานความร้อนใต้พิภพขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียงที่สุดของประเทศ ท่านจะได้ชม Strokkur Geysir น้ำพุร้อนที่พ่นน้ำสูงขึ้นไปบนอากาศถึง 15–30 เมตร ทุก ๆ 5–10 นาที เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่น่าตื่นตาตื่นใจ
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหารท้องถิ่น
เดินทางต่อไปยัง น้ำตกกุลล์ฟอสส์ (Gullfoss Waterfall) หรือ “น้ำตกทองคำ” ซึ่งได้ชื่อมาจากแสงอาทิตย์ที่สะท้อนละอองน้ำตกจนเป็นประกายสีทอง น้ำตกสองชั้นแห่งนี้ไหลผ่านช่องเขาลึกอย่างทรงพลังและยิ่งใหญ่ เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของความงดงามทางธรรมชาติของไอซ์แลนด์
จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่เส้นทางท่องเที่ยวอันโด่งดังของประเทศไอซ์แลนด์ที่มีชื่อว่าวงแหวนทองคำ (Golden Circle)” ซึ่งรวบรวมสถานที่ธรรมชาติอันงดงามและมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ไว้ครบในหนึ่งวัน และเดินทางสู่อุทยานแห่งชาติธิงเวลลีร์ (ingvellir National Park) มรดกโลกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมขององค์การยูเนสโก (UNESCO World Heritage Site) เป็นสถานที่ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งทั้งในด้านธรณีวิทยาและประวัติศาสตร์ เพราะเป็นจุดที่แผ่นดินอเมริกาเหนือและยูเรเซียแยกตัวออกจากกันอย่างช้า ๆ จนเกิดเป็นรอยแยกของเปลือกโลก (Tectonic Rift) ที่สามารถมองเห็นได้ชัดเจน และยังเป็นสถานที่ตั้งของรัฐสภาแห่งแรกของไอซ์แลนด์ (Althingi) ที่จัดขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 10 อีกด้วย
เมื่อถึงเวลาอันสมควรนำท่านเดินทางกลับสู่ที่พักย่านดาวน์ทาวน์ เพื่อรับประทานอาหารเย็น และพักผ่อนตามอัธยาศัยใจกลางเมือง สะดวกสบายในการเข้าถึงร้านอาหาร คาเฟ่ และแหล่งบันเทิงยามค่ำคืน
ช่วงเย็น รับประทานอาหารเย็น ณ ร้านอาหารไทย
ที่พัก Grandi Hotel หรือเทียบเท่า
ช่วงเช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
หลังรับประทานอาหารเช้า นำท่านเดินทางสู่กิจกรรมไฮไลต์ ล่องเรือชมปลาวาฬ (Whale Watching Tour) *รวมค่ากิจกรรม ระหว่างการเดินทางท่านจะได้ล่องเรือออกสู่มหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ ชมทิวทัศน์งดงามของอ่าว พร้อมโอกาสได้พบเห็นสัตว์ทะเลหลากหลายชนิด
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหารจีน
หลังจากนั้น พาทุกท่านเดินทางสู่ บลูลากูน (Blue Lagoon) สปาธรรมชาติชื่อดังระดับโลก โดดเด่นด้วยน้ำสีฟ้าน้ำนมอันเป็นเอกลักษณ์ บลูลากูนเป็นบ่อน้ำแร่ร้อนธรรมชาติที่เกิดจากพลังงานความร้อนใต้พิภพ อุดมไปด้วยแร่ธาตุซิลิกาและซัลเฟอร์ ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยบำรุงผิวให้เนียนนุ่มและผ่อนคลายความเมื่อยล้า
ช่วงเย็น รับประทานอาหารเย็น ณ ห้องอาหารของโรงแรม
ที่พัก Aurora Hotel หรือเทียบเท่า
ช่วงเช้า รับประทานอาหารเช้า ณ. ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้น นำทุกท่านเดินทางสู่ สนามบินเคฟลาวิก ประเทศไอซ์แลนด์ โดยรถโค้ช เพื่อเตรียมตัวเดินทางกลับสู่ประเทศไทย
10.00 ออกเดินทางสู่สนามบินเฮลซิงกิ แวนต้า ประเทศฟินแลนด์ โดยสายการบิน Finnair เที่ยวบินที่ AY992 ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง 25 นาที(ไม่มีอาหารบริการบนเครื่องบิน)
15.25 เดินทางถึงสนามบินเฮลซิงกิ แวนต้า ประเทศฟินแลนด์ เพื่อแวะเปลี่ยนเครื่อง (เวลาท้องถิ่นประเทศฟินแลนด์ช้ากว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง)
17.25 ออกเดินทางสู่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยสายการบิน Finnair เที่ยวบินที่ AY143 ใช้เวลาเดินทางประมาณ 11 ชั่วโมง 20 นาที (มีอาหารบริการบนเครื่องบิน)
09.45 น. เดินทางถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ
18 ซอย27 (บุญศิริ 2) ถนนสุขุมวิท ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ 10270
ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
ค้นหาโปรแกรมทัวร์
หน้าหลัก
ขอใบเสนอราคา