
| วันเดินทางไป - กลับ | ผู้ใหญ่ท่านละ | พักเดี่ยวเพิ่มเงิน | ราคาเด็กท่านละ | |
|---|---|---|---|---|
| 01 พ.ค. 69 - 11 พ.ค. 69 | 175,900 บาท | 35,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 29 พ.ค. 69 - 08 มิ.ย. 69 | 175,900 บาท | 35,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 19 มิ.ย. 69 - 29 มิ.ย. 69 | 175,900 บาท | 35,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 24 ก.ค. 69 - 03 ส.ค. 69 | 185,900 บาท | 35,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 11 ส.ค. 69 - 21 ส.ค. 69 | 185,900 บาท | 35,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 18 ก.ย. 69 - 28 ก.ย. 69 | 175,900 บาท | 35,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 04 ต.ค. 69 - 14 ต.ค. 69 | 175,900 บาท | 35,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 21 ต.ค. 69 - 31 ต.ค. 69 | 165,900 บาท | 35,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
17.00 น. สมาชิกทุกท่านพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศชั้น 4 เคาร์เตอร์สายการบินกาต้าร์แอร์เวย์(เคาเตอร์ Q) เจ้าหน้าที่คอยดูแลเช็คสัมภาระและบัตรที่นั่งบนเครื่อง
20.00 น. ออกเดินทางสู่กรุงโดฮาโดยสายการบินกาต้าร์แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ QR835
23.00 น. เดินทางถึงกรุงโดฮา ประเทศกาต้าร์ (แวะพักเปลี่ยนเครื่องใช้เวลารอเปลี่ยนเครื่องประมาณ 2 ชั่วโมง)
01.00 น. ออกเดินทางสู่กรุงเอดินเบอระ โดยสายการบินกาต้าร์แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ QR031
06.30 น. เดินทางถึงสนามบินนานาชิติกรุงเอดินเบอระ ประเทศสก๊อตแลนด์ หลังผ่านการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรแล้ว นำท่านเข้าสู่ตัวเมืองเอดินเบิร์ก เมืองหลวงของสกอตแลนด์ หลังผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองแล้ว นำคณะเดินทางเข้าสู่เขตตัวเมืองเก่า ที่สวยงามทันสมัยดั่งเช่นยุคกรีกโบราณ จนได้รับฉายา The Athens of The North นำคณะเข้าชมภายในปราสาทเอดินเบอระห์ ปราสาทที่เป็นดั่งจิตวิญญาณของสกอตแลนด์ สถานที่ที่พระราชินีแมรี่ทรงให้กำเนิดพระเจ้าเจมส์ที่ ๖ ของสกอตแลนด์ ก่อนที่จะไปครองบัลลังก์อังกฤษในพระนาม เจมส์ที่ ๑ ชมเครื่องราชกุฏภัณฑ์ ที่ใช้เป็นเครื่องประกอบพิธีขึ้นครองราชย์ของกษัตริย์สกอต ที่ไม่เคยถูกนำออกนอกราชอาณาจักร จากนั้นนำท่านถ่ายภาพเป็นที่ระลึกหน้าพระราชวัง Holyrood สถานที่แปรพระราชฐานของกษัตริย์อังกฤษ, นำท่านชมตัวเมืองหลวงบน Calton Hill เก็บภาพงดงามที่มีเมืองหลวงเป็นฉากหลัง ชม The National Monument อนุสรณ์รูปทรงของวิหารพาร์เธนอนแห่งกรีซ นั่งรถผ่านชมอนุสาวรีย์ Bobby สุนัขที่มีชื่อเสียงที่สุดของสหราชอาณาจักร ผ่านร้าน The Elephant House สถานที่ที่ J. K. Rowling เคยใช้เขียนหนังสือแฮร์รี่ พอตเตอร์
เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย ให้เวลาท่านได้เดินเล่นชมเมืองย่าน Prince Street ก่อนเดินทางสู่เมืองสเตอร์ลิง นำคณะชมอนุสาวรีย์วิลเลียม วอลเลซ ผู้นำทัพออกสู้ศึกกับกองทัพอังกฤษ เพื่ออิสรภาพของประเทศสกอตแลนด์ จากนักรบชาวบ้านสู่วีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ตลอดกาลของสกอตแลนด์ นำท่านแวะถ่ายรูปกับ อนุสาวรีย์ วอลเลซ (Wallace Monument) เป็นอนุสาวรีย์ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแด่ วิลเลียม วอลเลซ(William Wallace) วีรบุรุษนักรบผู้ยิ่งใหญ่ของสกอตแลนด์ โดยอนุสาวรีย์วอลเลซ สร้างขึ้นบน เนินเขาแอบบีเครก (Abbey Craig) เนินเขาที่มีความสูงประมาณ 111 เมตร (364ฟุต) ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเมืองสเตอร์ลิง และได้มีการนำเรื่องราวของวิลเลียม วอลเลซมาสร้างเป็นภาพยนตร์เรื่อง “Brave Heart” ที่นำแสดงโดย เมล กิ๊บสัน ได้เวลาสมควรนำท่านออกเดินทางสู่เมืองเพิร์ธ/ดันดี
ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่: Hilton Hotel Dundee / Mercure Perth Hotel หรือที่พักระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
ผ่านชมความสวยงามของธรรมชาติในบริเวณอุทยานแห่งชาติแคร์นกอร์ม (Cairngorms National Park) ที่มีบรรยากาศลึกลับและมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับความเชื่อโบราณของชาวสก๊อต ออกเดินทางขึ้นเหนือสู่ทะเลสาบล็อคเนส นำท่านล่องเรือชมธรรมชาติของ Loch Ness แหล่งน้ำที่เก็บกักน้ำได้มากกว่าทะเลสาบและแม่น้ำลำคลองของอังกฤษมารวมกัน มีความยาว 40 กิโลเมตร แต่ยังใช้มาตรวัดความลึกแบบโบราณที่ 126 ฟาทอมส์ (fathom) ฟังเรื่องราวของตำนานสัตว์ประหลาดเนสซี่ ที่กล่าวขานว่ามีตัวตนอยู่ ณ ทะเลสาบแห่งนี้ โดยเรือที่มีเครื่องโซนาร์ ที่สามารถสำรวจตรวจจับความเคลื่อนไหวใต้ท้องน้ำ และท่านสามารถมองเห็นปราสาทอัคคาร์ท (Urquhart Castle) เป็นฉากหลังที่เพิ่มความเข้มขลังให้ทะเลสาบแห่งนี้
เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย นำคณะเข้าชมโรงกลั่นเกลนออร์ด หนึ่งเดียวใน Black Isle ที่จดทะเบียนอย่างเป็นทางการเพื่อผลิต Single Malt แบบต้นตำรับมาตั้งแต่ ค.ศ. 1838 เข้าชมทุกขั้นตอนการผลิต Spirit of Scot และเข้าใจถึงความหมายของเครื่องดื่มที่มีเอกลักษณ์และอัตลักษณ์ที่โด่งดังไปทั่วโลก พร้อมเลือกชมของที่ระลึกในราคาพิเศษ จากนั้น นำคณะเข้าสู่ตัวเมืองอินเวอร์เนส เมืองใหญ่ที่สุดในภูมิภาคไฮแลนด์ ชมปราสาทอินเวอร์เนส ตั้งตระหง่านริมฝั่งแม่น้ำ เก็บภาพเป็นที่ระลึก และเดินเล่นชมเมืองตามอัธยาศัย อินเวอร์เนส เปรียบเสมือนเมืองหลวงของ Highlands เนื่องจาก เป็นเมืองหน้าด่าน และก็เป็นเมืองที่ใหญ่และคึกคักที่สุดของไฮแลนด์ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในนามของ เมืองหลวงแห่งที่ราบสูงไฮด์แลนด์ เดินเล่นชมเมือง เพลิดเพลินไปกับทัศนียภาพสวยงาม ณ ปากแม่นํ้าเนส ที่ห้อมล้อมไปด้วยหมู่เนินเขา อิสระช้อปปิ้งตามอัธยาศัยในเมืองที่น่ารักแห่งนี้
ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่: Mercure Hotel Inverness หรือที่พักระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
จากนั้นเดินทางเข้าสู่ ไคล์ ออฟ ลอชลาช “Kyle of Lochalsh” นําท่านเข้าชม ปราสาทเอลีน โดแนน (Eilean Donan Castle) ปราสาทที่ตั้งอยู่บนเกาะเล็กๆ ตรงจุดบรรจบของทะเลสาบ 3 แห่ง Loch Duich, Loch Long และ Loch Aish ปราสาท นี้ เป็นหนึ่งในปราสาทของสกอตแลนด์ที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน เคยถูกใช้เป็นป้อมปราการในการรบ ตัวปราสาทดั้งเดิมสร้างตั้งแต่ปี 1230 เพื่อป้องกันการรุกรานของพวกไวกิ้ง ปราสาทที่เห็นเพิ่งสร้างใหม่เมื่อเมื่อประมาณปี 1900 ที่ตั้งของปราสาทที่เป็นเอกลักษณ์และบรรยากาศรอบๆ ปราสาทที่เงียบสงบและสวยงามมาก ทำให้ Eilean Donan เป็นหนึ่งในปราสาทที่สวยงามและถูกถ่ายรูปมากที่สุดในสกอตแลนด์ นำท่านเดินทางสู่เมืองอร์ท วิลเลี่ยม “Fort William”
เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร เมนู (ซีฟู้ด Platter)
บ่าย นำคณะเดินทางสู่เมืองกลาสโกว์ เมืองที่ใหญ่ที่สุดของสกอตแลนด์ ระหว่างเส้นทางผ่านธรรมชาติที่มีความงามและเป็นเอกลักษณ์ส่วนตัวในแบบไฮแลนด์ ผ่านธรรมชาติสองข้างทางที่มีทิวทัศน์งดงาม ทั้งหุบเขาสามดรุณี อันเป็นเส้นทางของ Jacobite เหล่านักสู้เพื่ออิสรภาพของชาวสกอต ผ่าน Glen Coe เส้นทางธรรมชาติที่มีชื่อเสียงที่สุดของสกอตแลนด์ แวะชมธรรมชาติริมทะเลสาบโลมอนด์ ก่อนที่จะตรงเข้าสู่กลาสโกว์ มีเวลาให้ท่านได้เดินชมเมืองที่จัตุรัสจอร์จ และถนนบูคานัน นำท่านชมเมืองกลาสโกว์ “Glasgow” เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของสกอตแลนด์ ตั้งอยู่บนแม่น้ำไคลด์ ชาวกลาสโกว์ รู้จักกันในชื่อกลาสวีเจียนส์ “Glaswegians” เมืองกลาสโกว์นั้นถือเป็นเมืองใหญ่ในสหราชอาณาจักรที่มีความเจริญรุ่งเรืองและล้ำหน้ามากที่สุดเมืองหนึ่ง ตั้งแต่ในศตวรรษที่ 16 นำท่านชมจัตุรัสจอร์จ(George Square) เป็นจุดศูนย์กลางของกิจกรรมยอดนิยมมากมาย เช่น การแสดงการเป่าไพท์ (Piping Live) และงานกลาสโกว์คริสต์มาส จัตุรัสจอร์จเป็นจัตุรัสกลางเมืองหลักในกลาสโกว์ ตั้งชื่อตามพระเจ้าจอร์จที่ 3 จัตุรัสกลาสโกว์ซึ่งวางแผงในปี 1781 ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ของสภาเมืองกลาสโกว์ และจัดแสดงคอลเลกชั่นรูปปั้นและอนุสาวรีย์ที่สำคัญ รวมถึงรูปปั้นและอนุสาวรีย์ที่อุทิศให้กับชาวสก็อตที่มีชื่อเสียง เช่น Robert Burns, James Watt, Sir Robert Peel และ Sir Walter Scott นำท่านสัมผัสสีสัน ของเมืองกลาสโกว์ที่ Buchanan Street สถานที่แห่งการจับจ่ายหรือการนัดพบของคนเมือง ไม่ว่าจะเป็นตอนกลางวันหรือแม้แต่ยามค่ำคืน ถนนสายนี้จะเป็นถนนที่มีผู้คนพลุกพล่านมาก สามารถเดินชมอาคารบ้านเรือนที่ยังคงอนุรักษ์ความเก่าแก่และสถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิมไว้เป็นอย่างดีอิสระให้ท่านได้เดินเล่น หรือช้อปปิ้งตามอัธยาศัย
ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่: Voco Hotel Central Glasgow หรือที่พักระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่ท่าเรือเฟอร์รี่ Cairnryan Port ชมวิวทิวทัศน์ระหว่างทาง
11.30 น. ออกเดินทาง สู่กรุงเบลฟาสต์ โดยเรือเฟอร์รี่ ให้ท่านได้ชมวิวความสวยงามระหว่างเส้นทาง ประมาณ สองชั่วโมง
*** อาหารกลางวัน บริเวณห้องอาหารเรือ (แบบบริการตัวเอง คืนเงิน 20 ปอนด์) ***
13.30 น. เรือเข้าเทียบท่ากรุงเบลฟาสต์ เมืองหลวงของไอร์แลนด์เหนือจากนั้นนำท่านเที่ยวชมกรุงเบลฟาสต์ (Blfast) เมืองหลวงของไอร์แลนด์เหนือตั้งอยู่บนฝั่งของแม่น้ำแลน มืองท่าที่สำคัญตั้งแต่เมื่อครั้งมีการปฏิวัติอุตสาหกรรม เป็นเมืองที่ผลิตผ้าลินินใหญ่ที่สุดในโลก เนื่องจากชาวยุโรปนิยมใช้ผ้าลินินสวมใส่ในฤดูร้อน เป็นแหล่งอุตสาหกรรมการต่อเรือที่ใหญ่ที่สุด รวมทั้งเชือกทุกประเภทที่ใช้บนเรือ นำคณะสู่จัตุรัสดอเนกอล (Donegal Square) ที่ตั้งของศาลาว่าการเมืองเบลฟาสต์ สถาปัตยกรรมฟื้นฟูบารอค ที่ใหญ่โตอย่างงดงามและภูมิฐาน ใจกลางย่านธุรกิจการค้า มีเวลาให้ท่านได้ถ่ายภาพและเดินชมเมือง นำคณะเข้าชมพิพิธภัณฑ์เรือไททานิก พิพิธภัณฑ์ระดับโลกที่จะตรึงความรู้สึกของท่านให้ย้อนกลับไปสู่ยุคแห่งความเจริญรุ่งเรืองของการปฏิวัติอุตสาหกรรม ชมเรื่องราวทุกขั้นตอนของการต่อเรือไททานิก ผ่านเทคนิคและบันทึกเรื่องราวที่ร้อยเรียงให้เข้าใจได้ง่ายอย่างลึกซึ้ง ตั้งแต่เริ่มจนถึงเหตุการณ์สำคัญที่มหาสมุทรแอตแลนติก ในวันที่ 15 เมษายน ค.ศ. 1912
ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่: Stormont Hotel Belfast หรือที่พักระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
นำคณะเดินทางชม The Dark Hedges ซุ้มอุโมงค์ต้นบีชโบราณที่ร่มครึ้ม ในฉากสำคัญของซีรีส์พันล้าน Game of Thrones ในนาม The King’s Road จากนั้น นำคณะเดินทางชมและข้ามสะพานแขวนที่ทำจากเชือก Carrick-a-Rede Rope Bridge ที่ทอดข้ามเกาะต่าง ๆ ที่ชาวประมงทำไว้เพื่อเดินทางไปสำรวจการประมง สะพานมีความยาว 20 เมตร และสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 30 เมตร ให้ท่านได้เก็บภาพบนความตื่นเต้นในระหว่างการข้ามสะพาน สะพานเชือกที่มีชื่อเสียง อยู่ในเขตการดูแลของเนชั่นแนล ทรัสท์ ตัวสะพานแขวนเชื่อมโยงแผ่นดินใหญ่กับเกาะเล็ก ๆ ของ Carrickarede มีช่วงสะพานแขวนที่ยาวถึง 20 เมตร และสูงจากพื้นด้านล่างกว่า 30 เมตร เป็นจุดท่องเที่ยวที่ได้รับควานิยมเป็นอย่างมาก นำท่านเดินข้ามฝั่งสู่อีกด้านหนึ่ง(เสียวสุดๆ) เก็บภาพความสวยงามของท้องทะเลและธรรมชาติ
เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย นำคณะเดินทางเข้าชมปฏิมากรรมธรรมชาติอันเป็นตำนานการสร้างเส้นทางระหว่างยักษ์ไอร์แลนด์และยักษ์สกอตแลนด์ ในนาม Giant’s Causeway ชมมหัศจรรย์ธรรมชาติของหิน 6 เหลี่ยม 8 เหลี่ยม ที่เกิดจากการกระทำซ้ำแล้วซ้ำเล่าของลาวาภูเขาไฟ เก็บภาพเป็นที่ระลึก ที่มีชายหาดและปฏิมากรรมมหัศจรรย์เป็นฉากหลังตามอัธยาศัย แวะเก็บภาพอันสวยงามของแนวหน้าผาริมชายฝั่งแอตแลนติกเหนือ (White Park Bay) เดินทางถึงชายหาดหินมหัศจรรย์ นำท่านเดินชมความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ ที่เกิดจากลาวาภูเขาไฟกระทบน้ำเย็นของทะเล เมื่อหลายล้านปีทำให้เกิดประติมากรรมทางธรรมชาติที่สวยงามแปลกตาไม่มีที่ใดเหมือนอิสระทุกท่านเก็บความประทับใจ จากนั้น นำคณะเดินทางสู่เมืองสลิโก (สาธารณรัฐไอร์แลนด์) ระหว่างเส้นทางแวะชมเมืองชายแดนลอนดอนเดอร์รี ริมฝั่งแม่น้ำฟอยล์ แวะชมอาสนวิหาร St. Columb’s Cathedral และอาคารหอการค้า Derry Guildhall เก็บภาพเป็นที่ระลึก ณ สะพานสันติภาพ
ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่: Clayton Hotel Sligo หรือที่พักระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
นำคณะเดินทางสู่ County Clare นำท่านชมทิวทัศน์ที่งดงาม กว้างไกลสุดสายตาพานอรามา บนหน้าผาโมเออร์ ชายฝั่งตะวันตกของสาธารณรัฐไอร์แลนด์ (ไอร์แลนด์ใต้) ชมและถ่ายภาพเป็นที่ระลึก ณ บริเวณที่ใช้เป็นฉากสำคัญของแฮรี่ พอตเตอร์ ชมความสวยงามของหน้าผาที่ตัดกับมหาสมุทรแอตแลนติกอย่างลงตัว สุดแสนโรแมนติก หน้าผาแห่งนี้มีความสูงจากระดับน้ำทะเลถึง 214 เมตร และเป็นที่อยู่อาศัยของเหล่าบรรดานกทะเลชนิดต่างๆ มากมาย มีเวลาให้ท่านเดินเล่นชมความงามของธรรมชาติอย่างเต็มที่
เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย เดินทางสู่เมืองคิลลาร์นีย์ เมืองที่ตั้งอยู่ในเขตอุทยานที่มีชื่อเดียวกันกับเมือง มีเวลาให้ท่านได้เดินเล่นชมเมืองเล็ก ที่เอกลักษณ์ของตัวเมืองผสมผสานระหว่างประวัติศาสตร์และความทันสมัย ในบรรยากาศของเมืองเล็กๆ ที่มีชีวิตชีวา ประกอบไปด้วยร้านค้าและผับในแบบดั้งเดิม อันเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว สัมผัสอากาศบริสุทธิ์จากอุทยานแห่งชาติ Killarney National Park ทางภาคตะวันตกของไอร์แลนด์ ท่ามกลางธรรมชาติของทะเลสาบ ป่าทึบ หุบเขาที่สงบและสวยงาม เมืองเส้นทางผ่านบรรยากาศแบบชนบทที่สวยงาม ตลอดสองข้างทางมีหลายคนที่เคยเดินทางกล่าวชมเส้นทางนี้ว่าสวยงามและโรแมนติกที่สุดสายหนึ่ง
ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่: Clayton Hotel Killarney หรือที่พักระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
นำท่านเข้าชมปราสาทรอสส์ (Ross Castle) ปราสาทยุคกลางในศตวรรษที่ 15 โดยตระกูลโอดอนอฮิวส์ (Clan O’Donoghues) ที่ล้อมรอบด้วยทะเลสาบและป่าไม้ ซึ่งเป็นแนวป้องกันข้าศึกในช่วงสงครามกับกองทัพอังกฤษ ถ่ายภาพเป็นที่ระลึกบริเวณโดยรอบปราสาท ภายหลังปราสาทแห่งนี้เปลี่ยนมือเจ้าของไปเป็นของตระกูล MacCarthy Mr จากนั้นก็ขายปราสาทและที่ดินให้กับเซอร์วาเลนไทน์ บราวน์ และปราสาทได้รับความเสียหายอย่างหนักในช่วงสงครามไอริชกับสหราชอาณาจักร นำท่านเที่ยวฟาร์มมัคครอส (Muckross House) ฟาร์มที่เก่าแก่ประจำเมือง ท่านจะประทับใจไปกับบรรยากาศแบบไอริชอย่างแท้จริง อาคารบ้านเรือนในสไตล์ย้อนยุค รวมถึงสวนสวยสไตล์ไอริช ตัวอาคารเป็นคฤหาสน์ที่ออกแบบโดยสถาปนิกชาวอังกฤษ William Burn สร้างขึ้นในปี 1843 มีห้องพักหกสิบห้าห้อง ถูกสร้างขึ้นในสไตล์ทิวดอร์ สมเด็จพระราชินีวิกตอเรียได้เคยเสด็จมา ณ คฤหาสน์แห่งนี้เมื่อครั้งยังครองราชย์อยู่ Muckross House ได้ถูกขายให้กับ William Bowers Bourn ซึ่งเป็นนักธุรกิจผู้มั่งคั่ง ในปี ค.ศ. 1932 ตระกูลบอร์นได้ตัดสินใจมอบบ้าน Muckross House และที่ดินขนาด 11,000 เอเคอร์ให้กับประเทศไอริช ถูกเรียกว่า “Bourne-Vincent Memorial Park” จึงกลายเป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกในสาธารณรัฐไอร์แลนด์ และเป็นรากฐานของ Killarney National Park ในปัจจุบัน ท่านสามารถเลือกซื้อเลือกชิมเบเกอรี่ของฟาร์มได้อย่างจุใจ เก็บภาพความประทับใจจากมุมต่างๆ ของฟาร์มแห่งนี้อย่างเต็มที่
เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย ได้เวลาสมควรนำท่านเดินทางสู่เมืองลิเมอริก (Limerick) เมืองทางตะวันตกของไอร์แลนด์ในมณฑลลิเมอริก ตั้งอยู่ในจังหวัดมุนสเตอร์ และอยู่ในมิดเวสต์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของภูมิภาคทางใต้ มีประชากร 102,287 คนตามสำมะโนประชากรปี 2022 ลิเมอริกเป็นเขตเมืองที่มีประชากรมากเป็นอันดับสามในไอร์แลนด์ ก่อตั้งโดยผู้ตั้งถิ่นฐานชาวสแกนดิเนเวียในปี ค.ศ. 812 ในช่วงยุคไวกิ้ง เมืองนี้สร้างคร่อมแม่น้ำแชนนอน โดยมีแกนกลางประวัติศาสตร์ของเมืองตั้งอยู่บนเกาะคิงส์ ซึ่งมีขอบเขตติดกับแม่น้ำแชนนอนและแม่น้ำแอบบีย์ ลิเมอริกอยู่ที่ต้นน้ำของปากแม่น้ำแชนนอน ซึ่งแม่น้ำขยายตัวก่อนจะไหลลงสู่มหาสมุทรแอตแลนติก สภาเมืองและเทศมณฑลลิเมอริกเป็นหน่วยงานท้องถิ่นของเมือง นำท่านเข้าชมภายในปราสาทคิงจอห์น (King John’s Castle) ได้รับการตั้งชื่อตามกษัตริย์ผู้ชั่วร้ายจากโรบินฮู้ด เป็นป้อมปราการที่สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 13 บนเกาะคิงส์ ในใจกลางเมืองลิเมอริกในยุคกลาง ปราสาทแห่งนี้เป็นหนึ่งในปราสาทนอร์มันที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดีที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป โดยได้รับการปรับปรุงใหม่ให้ทันสมัยยิ่งขึ้นด้วยกิจกรรมแบบโต้ตอบและนิทรรศการ แอนิเมชัน CGI และการฉายภาพที่ทำให้เรื่องราวของปราสาทมีชีวิตชีวาขึ้นอย่างแท้จริง นับเป็นประสบการณ์ที่ดื่มด่ำซึ่งถ่ายทอดตำแหน่งของปราสาทในประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และชีวิตประจำวันของเมืองลิเมอริกได้เป็นอย่างดี นำท่านแวะเก็บภาพมหาวิหารเซนต์แมรี่ (Saint Mary’s Cathedral) ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1168 ตั้งตระหง่านเหนือเมืองลิเมอริกบนฝั่งแม่น้ำแชนนอน มหาวิหารเซนต์แมรี่ซึ่งว่ากันว่าสร้างขึ้นบนที่ตั้งของ Thingmote (สถานที่พบปะ) ของชาวไวกิ้ง และต่อมาได้กลายเป็นพระราชวังของตระกูลโอไบรอัน อดีตกษัตริย์แห่งมุนสเตอร์
ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่: Radisson Blu Hotel Limerick หรือที่พักระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
นำท่านออกเดินทางสู่กรุงดับบลิน ชมกรุงดับบลิน (Dublin) เมืองหลวงของ สาธารณรัฐไอร์แลนด์ ตั้งอยู่บนชายฝั่งทะเลไอริชมีหาดทรายที่ยาวไปตามชายฝั่งทะเล ชื่อดับลินนั้นมาจากคำว่า Dubh Linn ซึ่งในภาษาไอริชมีความหมายว่า "สระน้ำสีดำ" (Black Pool) มีการจดบันทึกว่าถูกตั้งเป็นชุมชนตั้งแต่ศตวรรษที่ 7 ของอาณาจักรไอร์แลนด์ เมืองขยายอย่างรวดเร็วจากศตวรรษที่ 17 และเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองรองจากลอนดอน ในจักรวรรดิอังกฤษ ก่อนการกระทำของสหภาพในปี ค.ศ. 1800 หลังจากการแบ่งแยกไอร์แลนด์ในปี 1922 ดับลินกลายเป็นเมืองหลวงของรัฐอิสระไอริชภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็นประเทศไอร์แลนด์ เป็นศูนย์กลางทางประวัติศาสตร์และร่วมสมัยสำหรับการศึกษาศิลปะการบริหารเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม ผ่านชมชมปราสาทดับบลิน นำคณะเข้าชมพิพิธภัณฑ์มัลติมีเดียที่สุดอลังการ ภายในสถานที่แรกและดั้งเดิมของการผลิตเบียร์ดำระดับโลก Guinness Storehouse เพลิดเพลินกับการแสดงภาพ แสง สี เสียง ในทุกขั้นตอนของการผลิตตั้งแต่ ค.ศ. 1759 และรักษามาตรฐานอย่างสม่ำเสมอมาจนถึงปัจจุบัน ให้ท่านได้ลองลิ้มชิมรส และดื่มด่ำกับรสชาติดั้งเดิมของเบียร์ดำระดับโลก ที่ Gravity Bar โรงงานเบียร์กินเนสส์ (Guinness Storehouse) แห่งนี้ เป็นโรงเบียร์กึ่งพิพิธภัณฑ์แบบมัลติมีเดีย จัดแสดงภาพ เสียง และเรื่องราวในการผลิตเบียร์มานานกว่า 250 ปี ตั้งแต่เมล็ดพืชจนถึงแก้วเบียร์ ตั้งแต่กระบวนการผลิตเบียร์อย่างมีศิลปะไปจนถึงโฆษณากินเนสส์อันโด่งดังที่กลายเป็นเสาหลักของวัฒนธรรมไอริชทั่วโลก
เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย เข้าชมโบสถ์เซนต์แพทริค (ST.PATRICK) สร้างใน ค.ศ.1192 อุทิศแด่นักบวชแพททริค ผู้นำศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาธอลิค เข้ามาเผยแพร่ในดินแดนของชาวเคลท์โบราณเป็นท่านแรก ภายหลังจึงได้รับการแต่งตั้งให้เป็นนักบุญประจำชาติของชาวไอริช ชมโบสถ์พระคริสต์ โดยกษัตริย์ไซตริกซึ่งเป็นกษัตริย์ไวกิ้ง จากนั้นนำท่านบันทึกภาพอาคารที่สร้างในยุคจอร์เจียน บนถนนฟิตซ์วิลเลียมที่มีลักษณะพิเศษโดย มีการใช้สีสันที่ฉูดฉาดบนบานประตูอันเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของชาวไอริช มีเวลาให้ท่านได้เดินเล่นชมเมือง เลือกหาของที่ระลึก ตรามอัธยาศัยย่านถนนกราฟตัน
ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่: Maldon Hotel Dublin หรือที่พักระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
นำท่านเดินทางเข้าชมห้องสมุดเก่าและหนังสือแห่งเคลส์ (Old Library and the Book of Kells) สถานที่สำคัญในการเดินทางของนักท่องเที่ยวทุกคนที่มาเยือนดับลิน ห้องสมุดแห่งนี้ตั้งอยู่ใจกลางเมืองดับลิน ภายในวิทยาลัยทรินิตี้ (Trinity College Dublin) เสมือนย้อนเวลากลับไปในศตวรรษที่ 18 ซึ่งเป็นช่วงที่อาคารห้องสมุดเก่าอันงดงามถูกสร้างขึ้น ภายในมี The Book of Kells พระวารสารต้นฉบับทั้งสี่เล่มในพันธสัญญาใหม่ ของอัครสาวก 4 ท่าน คือ เซนต์จอห์น เซนต์ลุค เซนต์มาร์ค และเซนต์แมทธิว ที่ถูกสร้างขึ้นโดยสงฆ์ชาวเคลส์ในดินแดนของชาวเคลส์ หรือเซลติก เมื่อ ค.ศ. 800 ด้วยภาษาละติน และภาพประกอบด้วยสีโบราณที่ยังสดใส ซ่อนปริศนาธรรมแห่งคริสต์ศาสนา เป็นงานศิลป์ที่ทรงคุณค่าและเป็นต้นแบบวัฒนธรรมอันเป็นรากเหง้าของชาวไอริชมาจนปัจจุบัน นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงหนังสือที่เกี่ยวข้องกับหนังสือแห่งเคลส์และต้นฉบับอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอีกมากมาย จากนั้นนำท่านเดินขึ้นบันไดไปยัง The Long Room ห้องสมุดเก่าอันงดงาม ติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลก ซึ่งเก็บหนังสือเก่าแก่ที่สุดของห้องสมุดจำนวนกว่า 200,000 เล่มไว้ในตู้หนังสือไม้โอ๊ก บรรจุหนังสือที่ทรงคุณค่ามากมายของห้องสมุด และกระตุ้นให้เกิดแรงบันดาลใจในการค้นคว้าเพิ่มเติม ได้เวลาสมควร พร้อมกัน ณ จุดนัดหมายเพื่อออกเดินทางสู่สนามบิน
15.20 น. ออกเดินทางสู่กรุงเทพฯโดยสายการบินกาต้าร์แอร์เวย์เที่ยวบินที่ QR018
00.25 น. เดินทางถึงกรุงโดฮา ประเทศกาต้าร์ (แวะพักเปลี่ยนเครื่อง)
02.25 น. เหิรฟ้าสู่กรุงเทพฯโดยสายการบินกาต้าร์แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ QR980
12.55 น. เดินทางถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ / โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ
1. ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-เอดินเบอระ // ดับบลิน-กรุงเทพฯ
2. ค่ารถปรับอากาศนำเที่ยวตามระบุไว้ในรายการ พร้อมคนขับรถที่ชำนาญเส้นทาง กฎหมายในยุโรปไม่อนุญาตให้คนขับรถเกิน 12ช.ม. / วัน
3. โรงแรมที่พักตามระบุหรือเทียบเท่าในระดับเดียวกัน โรงแรมส่วนใหญ่ในยุโรปจะไม่มีเครื่องปรับอากาศ เนื่องจากอยู่ในแถบที่มีอุณหภูมิต่ำและราคาโรงแรมจะปรับขึ้น 3-4 เท่าตัว หากวันเข้าพักตรงกับงานเทศกาลหรือการประชุมต่างๆ อันเป็นผลที่ทำให้ต้องมีการปรับเปลี่ยนย้ายเมือง โดยคำนึงถึงความเหมาะสมเป็นหลัก
4. ค่าอาหารที่ระบุในรายการ ให้ท่านได้เลิศรสกับอาหารท้องถิ่นในแต่ละประเทศ
5. ค่าบริการนำทัวร์โดยหัวหน้าทัวร์ผู้มีประสบการณ์นำเที่ยวให้ความรู้และคอยดูแลอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง
6. ค่าประกันอุบัติเหตุในการเดินทางวงเงินท่านละ 1,000,000 บาท
7. ค่าธรรมเนียมในการยื่นวีซ่าอังกฤษ (ใช้เวลาในการดำเนินการ 30 วัน) ท่านใดต้องการใช้เล่มพาสปอร์ตระหว่างการยื่นวีซ่ามีค่าใช้จ่ายในการดึงเล่ม 4,000 บาท ท่านใดต้องการยื่นแบบเร่งด่วน(รับเล่มภายใน 7-10 วัน)มีค่าใช้จ่ายเพิ่มประมาณ 25,000 บาท ท่านใดต้องการวีซ่าอังกฤษ 10 ปีสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายขาย
8. ค่าทิปพนักงานขับรถระหว่างการเดินทาง
9. น้ำดื่มบริการบนรถระหว่างการเดินทาง
10. ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7 %
1. ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ วันล่ะ 100 บาท (หากท่านประทับใจในการบริการ)
2. ค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3 %
3. ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิ ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าเครื่องดื่มและอาหารนอกเหนือจากที่ระบุในรายการ
4. ค่าผกผันของภาษีน้ำมันที่ทางสายการบินแจ้งเปลี่ยนแปลงกะทันหัน
1. บริษัทฯ จะทำการยื่นวีซ่าของท่านก็ต่อเมื่อในคณะมีผู้สำรองที่นั่งครบ 20 ท่าน และได้รับคิวการตอบรับจากทางสถานทูต เนื่องจากบริษัทฯ จะต้องใช้เอกสารต่างๆที่เป็นกรุ๊ปในการยื่นวีซ่า อาทิ ตั๋วเครี่องบิน ห้องพักที่ได้รับยืนยันมาจากทางยุโรป ประกันการเดินทาง ฯลฯ ทางท่านจะต้องรอให้คณะครบ 25 ท่าน จึงจะสามารถยื่นวีซ่าให้กับทางท่านได้อย่างถูกต้อง
2. หากในช่วงที่ท่านเดินทางคิววีซ่ากรุ๊ปในการยื่นวีซ่าเต็ม ทางบริษัทต้องขอสงวนสิทธิ์ในการยื่นวีซ่าเดี่ยว ซึ่งทางท่านจะต้องเดินทางมายื่นวีซ่าด้วยตัวเอง ตามวัน และเวลานัดหมายจากทางสถานทูต โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทคอยดูแลและอำนวยความสะดวก
3. เอกสารต่างๆที่ใช้ในการยื่นวีซ่าท่องเที่ยวทวีปยุโรป ทางสถานทูตเป็นผู้กำหนดออกมา มิใช่บริษัททัวร์เป็นผู้กำหนด ท่านที่มีความประสงค์จะยื่นวีซ่าท่องเที่ยวทวีปยุโรป กรุณาจัดเตรียมเอกสารให้ถูกต้อง และครบถ้วนตามที่สถานทูตต้องการ เพราะจะมีผลต่อการพิจารณาวีซ่าของท่าน บริษัททัวร์เป็นแต่เพียงตัวกลาง และอำนวยความสะดวกในการยื่นวีซ่าเท่านั้น มิได้เป็นผู้พิจารณาว่าวีซ่าให้กับทางท่าน
4. กรณีวีซ่าที่ท่านยื่นไม่ผ่านการพิจารณา และคณะสามารถออกเดินทางได้ ท่านจะต้องเสียค่าใช้จ่ายจริงที่เกิดขึ้นดังต่อไปนี้
- ค่าธรรมเนียมการยื่นวีซ่าและค่าดำเนินการ ทางสถานทูตจะไม่คืนค่าธรรมเนียมใดๆทั้งสิ้นแม้ว่าจะผ่านหรือไม่ผ่านการพิจารณา
- ค่ามัดจำตั๋วเครื่องบิน หรือตั๋วเครื่องบินที่ออกมาจริง ณ วันยื่นวีซ่า ซึ่งตั๋วเป็นเอกสารที่สำคัญในการยื่นวีซ่า หากท่านไม่ผ่านการพิจารณา ตั๋วเครื่องบินถ้าออกตั๋วมาแล้วจะต้องทำการ REFUND โดยจะมีค่าธรรมเนียมที่ท่านต้องถูกหักบางส่วน และส่วนที่เหลือจะคืนให้ท่านภายใน 45-60 วัน (ตามกฎของแต่ละสายการบิน) ถ้ายังไม่ออกตั๋วท่านจะเสียแต่ค่ามัดจำตั๋วตามจริงเท่านั้น
- ค่าห้องพักในทวีปยุโรป ถ้าคณะออกเดินทางได้ และท่านไม่ผ่านการพิจารณาวีซ่า ตามกฎท่านจะต้องโดนค่ามัดจำห้องหรือค่าห้องพักของการเดินทางหากท่านไม่ปรากฏตัวตามวันที่เข้าพัก ทางโรงแรมจะต้องยึดค่าห้อง 100% ในทันที ทางบริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบ และมีเอกสารชี้แจงให้ท่านเข้าใจ
5. หากท่านผ่านการพิจารณาวีซ่า แล้วยกเลิกการเดินทางทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการยึดค่าใช้จ่ายทั้งหมด 100%
6. ทางบริษัทเริ่มต้น และจบ การบริการ ที่สนามบินสุวรรณภูมิ กรณีท่านเดินทางมาจากต่างจังหวัด หรือต่างประเทศ และจะสำรองตั๋วเครื่องบิน หรือพาหนะอย่างหนึ่งอย่างใดที่ใช้ในการเดินทางมาสนามบิน ทางบริษัทจะไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ เพราะเป็นค่าใช้จ่ายที่นอกเหนือจากโปรแกรมการเดินทางของบริษัท ฉะนั้นท่านควรจะให้กรุ๊ป Final 100% ก่อนที่จะสำรองยานพาหนะ
18 ซอย27 (บุญศิริ 2) ถนนสุขุมวิท ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ 10270
ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
ค้นหาโปรแกรมทัวร์
หน้าหลัก
ขอใบเสนอราคา