
| วันเดินทางไป - กลับ | ผู้ใหญ่ท่านละ | พักเดี่ยวเพิ่มเงิน | ราคาเด็กท่านละ | |
|---|---|---|---|---|
| 15 ก.ย. 69 - 24 ก.ย. 69 | 135,900 บาท | 3,500 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 20 ต.ค. 69 - 29 ต.ค. 69 | 135,900 บาท | 3,500 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 24 พ.ย. 69 - 03 ธ.ค. 69 | 135,900 บาท | 3,500 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 15 ธ.ค. 69 - 24 ธ.ค. 69 | 135,900 บาท | 3,500 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 19 ม.ค. 70 - 28 ม.ค. 70 | 135,900 บาท | 3,500 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 16 ก.พ. 70 - 25 ก.พ. 70 | 135,900 บาท | 3,500 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 16 มี.ค. 70 - 25 มี.ค. 70 | 135,900 บาท | 3,500 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
17:30 คณะพร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ (ฺBKK) อาคารผู้โดยสาร ชั้น 4 (ขาออก) ทางเข้าประตู 8-9 เคาน์เตอร์สายการบิน เอมิเรสต์ (EK) เจ้าหน้าที่บริษัทคอยต้อนรับและช่วยเหลือในการเช็คอิน (กระเป๋าสัมภาระท่านละ 1 ใบ ไม่เกิน 23 กิโลกรัม ถือขึ้นเครื่องท่านละ 1 ใบ ไม่เกิน 7 กิโลกรัม)
หลังเช็คอิน อิสระให้ท่านได้เดินเล่นและช็อปปิ้งภายในสนามบิน
20:45 ออกเดินทางสูู่สนามบินดูไบ โดย สายการบินเอมิเรสต์ เที่ยวบินที่ EK 373 (บริการอาหาร และเครื่องดื่มระหว่างเที่ยวบิน)
01:00 ถึงสนามบินดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ เพื่อเปลี่ยนเครื่องมุ่งหน้าสู่กรุงไคโร
04:00 ออกเดินทางสู่กรุงไคโร โดย สายการบินเอมิเรสต์ เที่ยวบินที่ EK 929 (บริการอาหารว่าง และเครื่องดื่มระหว่างเที่ยวบิน)
06:15 ถึงสนามบินไคโร เมืองหลวงของประเทศอียิปต์ เจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับและดูแลเรื่องเอกสารวีซ่า และการผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง จากนั้นนำทุกท่านขึ้นรอบัสที่จอดรอรับและเดินทางสู่ เมืองเมมฟิส “Memphis” ระยะทางประมาณ 60 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง อดีตเมืองหลวงของอียิปต์โบราณ และเป็นศูนย์กลางการปกครองที่สำคัญตั้งแต่สมัยราชวงศ์ที่ 1 ตั้งอยู่ในบริเวณดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำไนล์ เมืองแห่งนี้มีบทบาทสำคัญทางประวัติศาสตร์ในการรวมอียิปต์ให้เป็นอาณาจักรเดียวเมื่อกว่า 5,000 ปีก่อน
นำท่าน เข้าชม พิพิธภัณฑ์เมมฟิส ชมโบราณวัตถุและประติมากรรมหินที่ค้นพบในบริเวณเมืองโบราณ พร้อมชมรูปแกะสลักขนาดยักษ์ของ ฟาโรห์รามเสสที่ 2 ซึ่งโดดเด่นด้วยฝีมือการแกะสลักอันประณีตและงดงาม สะท้อนถึงความยิ่งใหญ่ของอารยธรรมอียิปต์โบราณได้อย่างชัดเจน
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองโบราณซัคคารา “Sakkara” เพื่อ เข้าชม พีระมิดขั้นบันไดแห่งซัคคารา ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นพีระมิดแห่งแรกของอียิปต์และของโลก สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์ที่ 3 เพื่อเป็นสุสานของ ฟาโรห์โจเซอร์ “King Djoser” นับเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาเทคนิคการก่อสร้างพีระมิดจากสุสานรูปแบบเดิมไปสู่สถาปัตยกรรมขนาดมหึมาในยุคต่อมา ออกแบบโดย อิมโฮเทป “Imhotep” ปราชญ์และสถาปนิกผู้ยิ่งใหญ่แห่งอียิปต์โบราณ โดยใช้แนวคิดการซ้อนชั้นของสิ่งก่อสร้างขึ้นเป็นลำดับขั้น สะท้อนความเชื่อเรื่องการเชื่อมโยงระหว่างโลกมนุษย์กับโลกแห่งเทพเจ้า นอกจากตัวพีระมิดแล้ว บริเวณซัคคารายังเป็น เนโครโพลิส “Necropolis” หรือพื้นที่สำหรับฝังศพหรือประกอบพิธีเกี่ยวกับผู้เสียชีวิตในสมัยโบราณขนาดใหญ่ ทำให้ที่นี่เป็นแหล่งโบราณคดีที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ศิลปะ และสถาปัตยกรรม ที่ทำให้เข้าใจรากฐานของอารยธรรมอียิปต์อย่างแท้จริง
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
จากนั้นนำท่าน เข้าชม พิพิธภัณฑ์อารยธรรมอียิปต์แห่งชาติ (National Museum of Egyptian Civilization) (NMEC) เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ทันสมัยตั้งอยู่ใจกลางกรุงไคโร ซึ่งนำเสนอเรื่องราวของ อารยธรรมอียิปต์ในแบบครบวงจรตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์จนถึงยุคปัจจุบันกว่า 5,000 ปี โดยผสานการจัดแสดงโบราณวัตถุเข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่อย่างลงตัว เช่น จอมัลติมีเดีย วิดีโอ และเครื่องมือ 3D เพื่อสร้างประสบการณ์ที่เป็นทั้ง การเรียนรู้และความบันเทิง ให้กับผู้เยี่ยมชมทุกวัย โดยไฮไลต์สำคัญ
ห้องมัมมี่หลวง “Royal Mummies Hall” ที่จัดแสดงมัมมี่ของ 18 กษัตริย์และ 2 ราชินี ที่ถูกเคลื่อนย้ายมาอย่างยิ่งใหญ่จากพิพิธภัณฑ์อียิปต์เก่า ถือเป็นหนึ่งในจุดดึงดูดหลักของ NMEC
ห้องนิทรรศการหลักแบบธีม แบ่งตามหัวข้อ เช่น ศาสนา การเขียน ศิลปะ และชีวิตสังคม ช่วยให้ผู้เข้าชมเข้าใจภาพรวมวิวัฒนาการของอารยธรรมอียิปต์อย่างเป็นระบบ
ห้องมรดกฟาโรห์ แสดงสิ่งของจากยุคฟาโรห์ เช่น รูปปั้น โลงศพ และเครื่องประดับอันงดงาม
ห้องอียิปต์สมัยใหม่ ที่แสดงงานหัตถกรรม เสื้อผ้า และวัฒนธรรมร่วมสมัยของอียิปต์
จากนั้นนำท่าน เข้าชม ป้อมปราการซาลาดิน (Citadel of Saladin) สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1176 โดยสุลต่านซาลาดิน เพื่อใช้เป็นฐานป้องกันกรุงไคโรจากการรุกรานในสมัยสงครามครูเสด ตั้งอยู่บนเนินเขาสูง สามารถมองเห็นวิวกรุงไคโรได้อย่างสวยงาม
ภายในป้อมนำท่านชม สุเหร่าโมฮัมหมัด อาลี “Mohammad Ali Mosque” สุเหร่าที่ใหญ่และสูงที่สุดในกรุงไคโร เริ่มสร้างในปี ค.ศ. 1830 และเสร็จสิ้นในปี ค.ศ. 1848 เป็นสัญลักษณ์สำคัญของกรุงไคโร ตัวอาคารสร้างด้วยหินอาละบาสเตอร์ งดงามด้วยสถาปัตยกรรมอิสลามอันวิจิตร โดมกลางสูงถึง 52 เมตร มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 21 เมตร พร้อมโดมเล็กอีก 4 มุม ประดับด้วยโคมไฟระย้าอย่างวิจิตร หน้าสุเหร่ามีหอนาฬิกาที่พระเจ้าหลุยส์ ฟิลิปป์แห่งฝรั่งเศสมอบให้เป็นของขวัญ แลกกับเสาโอเบลิสก์จากวิหารลักซอร์
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารจีน
ที่พัก RADISSON BLU HOTEL, CAIRO HELIOPOLIS ระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่าในราคาระดับเดียวกัน
04:00 บริการอาหารเช้าแบบกล่อง พร้อมเช็คเอาท์จากโรงแรมที่พัก และนำท่านเดินทางสู่สนามบินไคโร อาคารภายในประเทศเพื่อเช็คอินไฟล์ทสู่เมืองอัสวาน
06:00 ออกเดินทางสูู่สนามบินอัสวาน โดย สายการบินอียิปต์ แอร์ เที่ยวบินที่ MS 082 (น้ำหนักกระเป๋า 1 ใบ ไม่เกิน 23 กิโลกรัม ถือขึ้นเครื่องท่านละ 1 ใบ ไม่เกิน 7 กิโลกรัม ไม่มีบริการอาหาร ระหว่างเที่ยวบิน)
07:40 ถึงสนามบินอัสวาน หลังจากรับกระเป๋าเป็นที่เรียบร้อย นำท่านขึ้นรถบัสที่รอรับ
นำท่านเดินทางโดยรถโค้ชมุ่งสู่ เมืองอาบูซิมเบล ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่ง สู่ดินแดนที่ซ่อนเร้น เรื่องราวอันยิ่งใหญ่ของอียิปต์โบราณ
เที่ยง บริการอาหารกลางวันแบบบุฟเฟต์ ณ ภัตตาคาร
จากนั้นนำท่านเข้าชม มหาวิหารศักดิ์สิทธิ์อันยิ่งใหญ่แห่งอาบูซิมเบล หนึ่งในมรดกโลกขององค์การยูเนสโก (UNESCO) หรือที่รู้จักกันในนาม อนุสรณ์สถานแห่งนิวเบีย เดิมทีวิหารแห่งนี้ถูกแกะสลักเข้าไปในภูเขาหินมหึมา ณ ริมฝั่งตะวันตกทะเลสาบนัสซอร์ โดยฝีมือของชาวอียิปต์โบราณใน รัชสมัย ฟาโรห์รามเสสที่ 2 เมื่อราวศตวรรษที่ 13 ก่อนคริสตกาล ต่อมา เมื่อมีการสร้างเขื่อนอัสวาน ทำให้วิหารแห่งนี้จมอยู่ใต้น้ำ องค์การยูเนสโกและรัฐบาลฝรั่งเศสจึงได้เข้าช่วยเหลือ กู้วิหารขึ้นมาทีละก้อนหิน และย้ายไปตั้งอยู่ ณ พื้นที่ใหม่ โดยยังคงจัดวางอย่างพิถีพิถันตามหลักโบราณศิลป์และการดูตำแหน่งดวงอาทิตย์เช่นเดิมทุกประการ
เข้าชม วิหารใหญ่ของฟาโรห์รามเสสที่ 2 วิหารหลักอันยิ่งใหญ่ที่สร้างขึ้นในปี 1264 ก่อนคริสตกาล ใช้เวลาก่อสร้างกว่า 20 ปี เพื่อถวายแด่ เทพอามุนรา และ เทพฮอรากาติ อีกทั้งยังเป็นอนุสรณ์แห่งชัยชนะเหนือชาวนิวเบีย ณ สมรภูมิคาเดส ด้านหน้าวิหารมีรูปสลักมหึมาของฟาโรห์รามเสสที่ 2 ในท่านั่ง 4 องค์ สูงตระหง่านเสมือนเทพเจ้า (หนึ่งองค์ถล่มลงเพราะแผ่นดินไหว แต่ยังคงความสง่างามอยู่) สิ่งอัศจรรย์ที่ทำให้วิหารแห่งนี้เลื่องชื่อไปทั่วโลก คือ ปรากฏการณ์สุริยันเทวา ที่เกิดขึ้นปีละสองครั้ง ในวันที่ 22 ตุลาคม และ 22 กุมภาพันธ์ เมื่อแสงอาทิตย์แรกยามรุ่งสางส่องทะลุเข้าไปถึงห้องบูชาลึกสุดภายในวิหาร และส่องกระทบกับรูปสลักของ ฟาโรห์รามเสสที่ 2 พร้อมด้วยเทพเจ้าอีก 3 องค์ ปรากฏการณ์นี้ดึงดูดผู้คนจากทั่วโลกให้มารวมตัวกันเพื่อเป็นสักขีพยานในพลังอำนาจแห่งอารยธรรมโบราณ
ในบริเวณเดียวกันยังมี วิหารเล็กแห่งเนเฟอร์ทารี วิหารเล็กซึ่งสร้างขึ้นเพื่อถวายแด่ เทพีแฮธอร์ เทพีแห่งความรักและดนตรี อีกทั้งยังเป็นอนุสรณ์สถานแห่งความรักของฟาโรห์รามเสสที่ 2 ที่มีต่อพระมเหสีผู้เป็นที่รักยิ่ง — พระนางเนเฟอร์ทารี สิ่งที่ทำให้วิหารนี้มีเอกลักษณ์โดดเด่น คือรูปสลักที่ประดับด้านหน้า มีพระพักตร์ของพระนางเนเฟอร์ทารีในขนาดเท่าเทียมกับฟาโรห์ ซึ่งถือเป็นสิ่งที่หาได้ยากในศิลปะอียิปต์โบราณ และเป็นสัญลักษณ์อันทรงคุณค่าของความรักและเกียรติยศ การมาเยือนมหาวิหารอาบูซิมเบล จึงไม่ใช่เพียงการได้เห็นโบราณสถานอันยิ่งใหญ่ แต่ยังเป็นการสัมผัสพลังแห่งอารยธรรมโบราณที่ท้าทายกาลเวลาและสายน้ำ ให้คงอยู่คู่โลกตราบจนวันนี้
ค่ำ บริการอาหารค่ำ แบบบุฟเฟต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
ที่พัก RETAC ABU SIMBLE NEFERTARI HOTEL, ABU SIMBLE ระดับ 5 ดาว หรือเทียบเท่าในราคาระดับเดียวกัน
เช้า บริการอาหารเช้า แบบบุฟเฟต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
หลังอาหารเช้า นำท่านเดินทางกลับสู่ เมืองอัสวาน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่ง
นำท่านแวะถ่ายรูปบริเวณ เขื่อนยักษ์อัสวาน (High Dam) เขื่อนหินที่ถูกสร้างขึ้นในช่วงระหว่าง ค.ศ. 1960 และ 1970 กั้นแม่น้ำไนล์ ในอัสวาน อียิปต์ ความสำคัญของมันส่วนใหญ่ได้บดบังเขื่อนระดับต่ำของอัสวานที่สร้างขึ้นก่อนหน้านี้และอยู่ปลายน้ำ ด้วยความสามารถในการควบคุมน้ำท่วมได้ดีเพิ่มการกักเก็บน้ำเพื่อการชลประทานและสร้างไฟฟ้าพลังน้ำ เขื่อนแห่งนี้จึงถูกมองว่าเป็นหัวใจสำคัญของอียิปต์
กระทั่งได้เวลาอันสมควร นำท่านทำการเช็คอินขึ้นเรือสำราญ ที่จะนำท่านล่องไปตามแม่น้ำไนล์ สัมผัสกลิ่นอายอารยะธรรมอียิปต์โบราณของสองฟากฝั่งแม่น้ำไนล์ จากอัสวาน สู่ลุคซอร์ (พักบนเรือ 3 คืน)
เที่ยง บริการอาหารเที่ยง แบบบุฟเฟต์ ณ ห้องอาหารหลักของเรือที่พัก
จากนั้นนำท่านล่องเรือเล็กสู่ วิหารฟิเล (Philae Temple) วิหารศักดิ์สิทธิ์ที่สร้างขึ้นเพื่อถวายแด่ เทพีไอซิส เทพีแห่งความรักและเวทมนตร์ ใช้เวลาเดินทางราว 15 นาที ท่ามกลางสายน้ำไนล์อันสงบเย็น
วิหารแห่งนี้นับเป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญและงดงามที่สุดของอียิปต์โบราณ เดิมทีวิหารฟิเลตั้งอยู่บนเกาะฟิเลกลางแม่น้ำไนล์ แต่หลังจากการก่อสร้างเขื่อนอัสวาน เสร็จสิ้น ระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นทำให้วิหารจมอยู่ใต้น้ำเกือบทั้งหมด นานาชาติจึงร่วมมือกันอนุรักษ์ โดยการสนับเงินทุนและส่งผู้เชี่ยว ชาญมาร่วมสร้างทำนบกั้นน้ำและย้ายวิหารทั้งหลังทีละก้อนหินอย่างพิถีพิถัน ไปสร้างขึ้นใหม่บนเกาะ อากิลเกีย (Agilkia Island) ในปัจจุบัน เพื่อคงความงดงามและเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ให้คงอยู่ตราบจนทุกวันนี้ จากนั้นนำท่านกลับขึ้นเรือสำราญให้ท่านได้พัก ผ่อนคลายความเมื่อยล้า
ยามเย็น – นำท่านสัมผัสประสบการณ์อันแสนพิเศษด้วยการ ล่องเรือเฟลุคกะ (Felucca) เรือใบโบราณที่ชาวอียิปต์ใช้เป็นพาหนะค้าขายและเดินทางในสมัยโบราณ เสน่ห์ของเรือไม้ที่โอบล้อมด้วยผืนใบสีขาว ตัดกับแสงเย็นอาบทองของดวงอาทิตย์ ยิ่งทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์เหนือกาลเวลา ระหว่างการล่องเรือท่านจะได้ชมความงดงามของสวนพฤกษศาสตร์ ที่รวบรวมพันธุ์ ไม้นานาชนิดจากทั่วทุกมุมโลก เพลิดเพลินกับทัศนียภาพของ สุสานอากาข่าน ที่สงบเงียบและทรงพลังทางจิตวิญญาณ อีกทั้งยังได้ดื่มด่ำกับวิถีชีวิตอันเรียบง่ายของชาวเมืองอัสวานที่ยังคงผูกพันกับสายน้ำไนล์ดังบรรพกาล การล่องเรือเฟลุคกะยามเย็น จึงไม่เพียงแต่เป็นการชมทิวทัศน์ หากแต่เป็นการปล่อยใจให้ล่องไป พร้อมกระแสสายน้ำ สัมผัสจิตวิญญาณแห่งลุ่มแม่น้ำไนล์ ที่ยังคงเปล่งประกายเสน่ห์ไม่เสื่อมคลาย
ค่ำ บริการอาหารค่ำ แบบบุฟเฟต์ ณ อาหารหลักของเรือที่พัก
ที่พัก เรือ M/S CONCENTO PLUS NILE CRUISE (คืนที่ 1) ระดับ 5 ดาว ดีลักซ์ หรือเทียบเท่าในราคาระดับเดียวกัน
หมายเหตุ: โปรแกรมจะพักบนเรือ 3 คืน ระหว่างที่พักอยู่บนเรือ ตารางการท่องเที่ยวทั้งหมดจะเป็นการบริหารจัดการโดยทางเรือ ซึ่งอาจมีการปรับเปลี่ยนโปรแกรมตามตารางเวลาการเดินเรือในแต่ละลำ และแต่ละเที่ยว ซึ่งอยู่เหนือการควบคุมของบริษัท แต่ท่านจะได้แวะเที่ยวตามจุดต่างๆ ครบ
เช้า บริการอาหารเช้า แบบบุฟเฟต์ ณ ห้องอาหารหลักของเรือที่พัก
นำท่านชม เสาหินโอเบลิกที่สร้างไม่เสร็จ (The Unfinished Obelisk) มีขนาดความสูง 42 เมตร หนัก 1,168 ตัน สร้างขึ้นเมื่อ 1,500 ปีก่อนคริสต์กาล ถูกสร้างในสมัยมหาราชินีฮัตเซปซุต ฟาโรห์หญิงแห่งอียิปต์ เพื่อใช้เป็นเสาโอเบลิสก์ตั้งไว้หน้าวิหาร คาร์นัคในเมืองลักซอร์ แต่ระหว่างการก่อสร้างเสาโอเบลิสก์มีรอยแตกร้าว ช่างแกะสลักจึงล้มเลิกโครงการ เชื่อกันว่าหากเสาโอเบลิกนี้สร้างเสร็จจะเป็นเสาโอเบลิกหินแท่งเดียวที่สูงที่สุดในโลก กระทั่งถึงเวลาอันสมควรนำท่านเดินทางกลับขึ้นเรือเพื่อพักผ่อนตามอัธยาศัย
เที่ยง บริการอาหารเที่ยง แบบบุฟเฟต์ ณ ห้องอาหารหลักของเรือที่พัก
บ่าย — อิสระให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัยบนเรือ หรือนั่งทอดสายตาบนดาดฟ้า เอนกายพร้อมจิบชายามบ่าย พลางชม สองฟากฝั่งแม่น้ำไนล์ ที่ทอดยาวไกลสุดสายตา แม่น้ำสายนี้มิใช่เพียงสายน้ำธรรมชาติ แต่เป็น “สายนทีแห่งชีวิต” ที่หล่อเลี้ยงผืนดินอียิปต์มาตั้งแต่โบราณกาล สายน้ำที่ก่อให้เกิดความอุดมสมบูรณ์ เป็นดั่งพระพรจากเทพเจ้าแห่งลุ่มน้ำไนล์ที่ยังคงหลั่งไหลไม่สิ้นสุด
เรือสำราญเริ่มล่องสู่ เมืองคอมออมโบ (Kom Ombo) เมืองเล็ก ๆ ริมฝั่งไนล์ที่ยังคงบรรยากาศดั้งเดิมไว้ได้อย่างงดงาม บ้านเรือนเรียงรายสีสันสดใส ส่วนใหญ่เป็นอาคารชั้นเดียวหรือสองชั้น แฝงด้วยความเรียบง่ายและอบอุ่นของผู้คน เมื่อเรือเทียบท่า นำท่าน เข้าชม วิหารคอมออมโบ (Temple of Kom Ombo) อัญมณีแห่งสถาปัตยกรรม แบบกรีก–โรมัน โดดเด่นด้วยความพิเศษที่สร้างขึ้นเพื่อถวายแด่เทพเจ้าสององค์ในวิหารเดียวกัน ได้แก่ เทพโซเบ็ก (Sobek) เทพจระเข้ ผู้ทรงพลังแห่งความอุดมสมบูรณ์ การปกป้อง และการเยียวยา
เทพฮอรัส (Horus) เทพเหยี่ยว ผู้พิทักษ์ท้องฟ้า เทพแห่งสงครามและการแพทย์
ภายในวิหารยังมีภาพสลักโบราณของเครื่องมือแพทย์ที่ชวนให้ทึ่ง และ ไนล์โลมิเตอร์ (Nilometer) เครื่องมือวัดระดับน้ำไนล์ซึ่งชาวอียิปต์ใช้ทำนายความอุดมสมบูรณ์ของพืชผลในแต่ละปี
จากนั้นนำท่านกลับขึ้นเรือ เรือจะค่อย ๆ เคลื่อนล่องต่อไปยัง เมืองเอ็ดฟู (Edfu) อิสระให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัยบนเรือ หรือขึ้นไปยังดาดฟ้าเพื่อตรึงตากับภาพทิวทัศน์สองฝั่งแม่น้ำไนล์ยามอาทิตย์ร่วงโรย สายน้ำสะท้อนแสงทองดุจบทเพลงโบราณที่ขับขานไม่รู้จบ
ค่ำ บริการอาหารค่ำ แบบบุฟเฟต์ ณ อาหารหลักของเรือที่พัก
ที่พัก เรือ M/S CONCENTO PLUS NILE CRUISE (คืนที่ 2) ระดับ 5 ดาว ดีลักซ์ หรือเทียบเท่าในราคาระดับเดียวกัน
หมายเหตุ: โปรแกรมจะพักบนเรือ 3 คืน ระหว่างที่พักอยู่บนเรือ ตารางการท่องเที่ยวทั้งหมดจะเป็นการบริหารจัดการโดยทางเรือ ซึ่งอาจมีการปรับเปลี่ยนโปรแกรมตามตารางเวลาการเดินเรือในแต่ละลำ และแต่ละเที่ยว ซึ่งอยู่เหนือการควบคุมของบริษัท แต่ท่านจะได้แวะเที่ยวตามจุดต่างๆ ครบ
เช้า บริการอาหารเช้า แบบบุฟเฟต์ ณ ห้องอาหารหลักของเรือที่พัก
เรือสำราญ จอดเทียบท่าที่ เมืองเอ็ดฟู เชิญท่านเข้าชม วิหารเอ็ดฟู (Temple of Edfu) อันศักดิ์สิทธิ์ ที่นี่คือ วิหารแห่งเทพฮอรัส เทพเหยี่ยว ผู้พิทักษ์ท้องฟ้าและสัญลักษณ์แห่งชัยชนะในการต่อสู้กับความมืดมน
ถือเป็นหนึ่งในวิหารที่สมบูรณ์ที่สุดของอียิปต์โบราณ แม้กาลเวลาจะผันผ่านนับพันปี วิหารยังคงตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางเมือง เสมือนเสาหลักแห่งศรัทธาของผู้คน ตำนานเล่าขานว่า วิหารแห่งนี้เคยถูกทรายทะเลทรายทับถมสูงกว่า 12 เมตร กลืนหายไปจากสายตาผู้คนยาวนานหลายศตวรรษ จนกระทั่งปี ค.ศ. 1860 จึงมีการขุดค้นและเผยให้เห็นความงดงามอันน่าพิศวง — เสาไพรอนคู่ใหญ่ทางเข้าที่กว้าง 79 เมตร สูงถึง 36 เมตร ตระหง่านราวประตูสู่โลกเทพเจ้า ภายในวิหาร ทุกผนังล้วนประดับด้วย ภาพสลักและอักษรจารึก ถ่ายทอดมหากาพย์แห่งเทพฮอรัส ทั้งศึกการต่อกรกับเทพเซธผู้ชั่วร้าย และบทสวดบูชาที่สะท้อนภูมิปัญญาและศรัทธาของอียิปต์โบราณ ถึงเวลาอันสมควรนำทุกท่านกลับขึ้นเรือ เพื่อออกเดินทางสู่ปลายทางถัดไป
เที่ยง บริการอาหารเที่ยง แบบบุฟเฟต์ ณ ห้องอาหารหลักของเรือที่พัก
เรือล่องต่อไปยังเมืองลุคซอร์ ระหว่างทางเรือล่องผ่านเมืองเอสนา ผ่านชม วิหารเอสนา (Esna Temple) ที่สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับเทพเจ้าคนุม (เทพเจ้าแห่งการสร้างสรรค์) ที่มีเศียรเป็นลูกแกะ การก่อสร้างวิหารเอสนาเริ่มขึ้นในสมัยกษัตริย์ทุทโมซิสที่ 3 ในสมัยราชวงศ์ที่ 18 แต่วัดเสร็จสิ้นการก่อสร้างในสมัยปโตเลมีและสมัยโรมันระหว่าง ค.ศ. 40 ถึง 250 คำจารึกบน กำแพงวัดเสนอชื่อบุคคลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการสร้างวิหารเอสนาหรือที่เรียกว่า วิหารคนุม ผ่าน ประตูน้ำอีสน่า ล็อค (Esna Lock) กลไกชาญฉลาดที่สะท้อนภูมิ ปัญญาแห่งวิศวกรรมสายน้ำ โดยจะปิดประตูเพื่อกักเก็บและปรับระดับน้ำให้สมดุล จากนั้นจึงค่อย ๆ เปิดปลดปล่อยเรือผ่านไปยังอีกฟากหนึ่งของแม่น้ำ เสมือนการเคลื่อนผ่าน “ประตูแห่งกาลเวลา” ที่เชื่อมสองระดับสายน้ำเข้าหากัน
ระหว่างล่องเรือ ท่านจะได้พบกับ สีสันสุดคลาสสิกของแม่น้ำไนล์ จากพ่อค้าแม่ค้าชาวท้องถิ่นที่พายเรือเล็กเข้ามาเทียบข้างเรือใหญ่ พร้อมโชว์ลีลาการขายผ้าลายอียิปต์โบราณอย่างเป็นกันเอง การซื้อขายเต็มไปด้วยความสนุก เพราะต้อง โยนถุงผ้า โยนเงิน และต่อรองราคากันกลางแม่น้ำ ใครพลาดเป้าโยนไม่โดน ก็เรียกเสียงหัวเราะจากผู้โดยสารบนเรือได้เสมอ เป็นประสบการณ์ที่ทั้งครึกครื้นและน่าประทับใจบนสายน้ำแห่งอารยธรรม
เรือเข้าเทียบท่าที่ เมืองลุคซอร์ ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของไคโรราว 650 กิโลเมตร เมืองแห่งนี้ได้รับการขนานนามว่าเป็น “พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก” เพราะทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยมรดกทางอารยธรรมที่ยังคงยืนหยัดเหนือกาลเวลา นำท่าน เข้าชม มหาวิหารคาร์นัค (The Temple of Karnak) เป็นวิหารที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตัววิหารหลังเดียวมีเนื้อที่ถึง 60 เอเคอร์ ซึ่งใหญ่พอที่จะนำโบสถ์ขนาดใหญ่ของยุโรปไปวางได้ถึง 10 หลัง มหาวิหารแห่งนี้เริ่มก่อสร้างในสมัยฟาโรห์ ทุตโมซิสที่ 1 เพื่อถวายแด่เทพอมอนรา เมื่อกว่า 3,600 ปีมาแล้ว
ค่ำ บริการอาหารค่ำ แบบบุฟเฟต์ ณ อาหารหลักของเรือที่พัก
ที่พัก เรือ M/S CONCENTO PLUS NILE CRUISE (คืนที่ 3) ระดับ 5 ดาว ดีลักซ์ หรือเทียบเท่าในราคาระดับเดียวกัน
หมายเหตุ: โปรแกรมจะพักบนเรือ 3 คืน ระหว่างที่พักอยู่บนเรือ ตารางการท่องเที่ยวทั้งหมดจะเป็นการบริหารจัดการโดยทางเรือ ซึ่งอาจมีการปรับเปลี่ยนโปรแกรมตามตารางเวลาการเดินเรือในแต่ละลำ และแต่ละเที่ยว ซึ่งอยู่เหนือการควบคุมของบริษัท แต่ท่านจะได้แวะเที่ยวตามจุดต่างๆ ครบ
เช้า บริการอาหารเช้า แบบบุฟเฟต์ ณ ห้องอาหารหลักของเรือที่พัก
หลังอาหารเช้าทำการเช็คเอาท์จากเรือ จากนั้นนำท่านข้ามสู่ ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำไนล์ (West Bank) ดินแดนที่ชาวอียิปต์โบราณเชื่อว่าเป็น “ดินแดนแห่งความตาย” เพราะดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าทางทิศตะวันตก และถือเป็นประตูสู่โลกหลังความตาย
นำท่าน เข้าชม วิหารเดียร์ เอลบาฮารี (Deir El Bahari) อนุสรณ์สถานอันยิ่งใหญ่ที่สร้างขึ้นเพื่อถวายแด่ ฟาโรห์หญิงฮัตเชปซุต หรือที่รู้จักกันในนาม “ราชินีหนวด” ปฐมกษัตริย์สตรีผู้ครองแผ่นดินอียิปต์กว่า 20 ปี วิหารแห่งนี้ได้รับการออกแบบอย่างปราณีตโดย เซเนมุท มหาสถาปนิกผู้ใกล้ชิดราชินี สถาปัตยกรรมชั้นลดทอดยาวแนบไปกับหน้าผาในหุบเขาดูงดงามสง่าราวกับราชินียังทรงประทับอยู่ที่นี่
จากนั้น แวะถ่ายภาพ อนุสาวรีย์เมมนอน (Colossi of Memnon) รูปสลักหินทรายขนาดยักษ์สูงกว่า 20 เมตร ตั้งตระหง่านคู่กันมานานนับพันปี เดิมเคยเป็นส่วนหนึ่งของวิหารฝังพระศพ ฟาโรห์อเมนโฮเทปที่ 3 ทว่าด้วยแผ่นดินไหวครั้งใหญ่เมื่อ 27 ปีก่อนคริสตกาล ทำให้วิหารถูกทำลาย เหลือเพียงรูปสลักมหึมาสององค์เป็นพยานแห่งกาลเวลา เสียงเล่าขานในยุคกรีก-โรมันกล่าวว่า ยามเช้าเมื่อแสงแรกแห่งอรุณสัมผัสตัวรูปสลัก หนึ่งในเมมนอนจะส่งเสียงดุจคร่ำครวญ ราวกับวิญญาณโบราณกำลังทักทายผู้มาเยือน ปรากฏการณ์นี้เคยดึงดูดนักเดินทางจากทั่วทุกสารทิศให้มาสักการะและรับฟังเสียงแห่งตำนาน
นำท่านเดินทางเข้าสู่ หุบเขากษัตริย์ (Valley of the Kings) ดินแดนศักดิ์สิทธิ์อันเร้นลับที่ซ่อนอยู่ท่ามกลางผาหินสีแดงแห่งธีบัน ที่นี่คือสถานที่ฝังพระศพของ ฟาโรห์กว่า 62 พระองค์ และเชื้อพระวงศ์ผู้ทรงอำนาจแห่งอียิปต์โบราณ แต่ละสุสานถูกซ่อนลึกอยู่ภายในภูเขา ราวกับจะปกป้อง “กษัตริย์แห่งสองแผ่นดิน” ให้ดำรงความเป็นนิรันดร์ สุสานแต่ละแห่งต้องใช้แรงงานและภูมิปัญญาของช่างฝีมือชั้นสูง ขุดเจาะภูเขาเป็นเส้นทางลับทอดยาวเข้าไปภายใน ก่อนจะเปิดสู่ห้องฝังพระศพที่บรรจุโลง พระสมบัติ และข้าวของเครื่องใช้ที่ฟาโรห์จะนำติดตัวไปสู่ปรภพ ภายในสุสานเต็มไปด้วยภาพจิตรกรรมฝาผนังและอักษรเฮโรกรีฟิกที่เล่าเรื่อง ตำรามรณะ (Book of the Dead) และตำนานการเดินทางของวิญญาณจากโลกนี้สู่โลกหน้า สีสันที่ใช้ล้วนมาจากธรรมชาติ ทว่าผ่านมากว่าสามพันปีแล้ว ยังคงความสดใสและเปี่ยมด้วยพลังราวกับเพิ่งถูกแต้มขึ้นเมื่อไม่นานนี้
นำท่าน เข้าชม สุสาน 3 แห่งที่งดงามและสมบูรณ์ที่สุด เพื่อให้ท่านได้สัมผัสกลิ่นอายของความศรัทธาและความยิ่งใหญ่ของอียิปต์โบราณอย่างใกล้ชิด
ไม่รวมค่าเข้าชม สุสานฟาโรห์ตุตันคามุน EGP 700 สุสานฟาโรห์ตุตันคามุน EGP 2000 สุสานฟาโรห์รามเสสที่ 5 & 6 EGP300 (ราคาค่าเข้าชมแต่ละสุสานอาจมีการเปลี่นแปลงขึ้นอยู่กับประกาศของทางการประเทศอียิปต์) กรณีที่ท่านต้องการเข้าชมเพิ่มกรุณาแจ้งความจำนงกับหัวหน้าทัวร์ล่วงหน้า
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น
จากนั้นนำท่านเข้าสู่การชมความยิ่งใหญ่แห่ง วิหารลุคซอร์ (The Temple of Luxor) วิหารอันศักดิ์สิทธิ์ ที่สร้างขึ้นเพื่อถวายแด่ เทพอมอน-รา ผู้เป็นกษัตริย์แห่งเทพทั้งปวง ท่ามกลางแสงไฟที่ส่องกระทบหินทรายโบราณ ทำให้สถาปัตยกรรมอายุกว่าพันปีดูราวกับมีชีวิตอีกครั้ง เบื้องหน้าคือ ซุ้มประตูขนาดมหึมา อันสง่างาม ประดับด้วย รูปสลักฟาโรห์รามเสสที่ 2 ผู้ยิ่งใหญ่แห่งแดนไอยคุปต์ และ พระนางเนเฟอร์ตารี มหาราชินีคู่พระทัยผู้เป็นที่รักยิ่ง ข้างกันนั้นตระหง่านด้วย เสาโอเบลิสก์หินแกรนิต สูงเสียดฟ้า แกะสลักด้วยอักษรเฮโรกรีฟิก (Hieroglyphics) อันเป็นร่องรอยแห่งภูมิปัญญาโบราณของอียิปต์ เมื่อเดินผ่านเสาเรียงรายและกำแพงสลักเรื่องราวตำนาน จะสัมผัสได้ถึงความศักดิ์สิทธิ์ดุจย้อนเวลากลับไปในยุครุ่งเรืองของฟาโรห์ ยามค่ำคืนนี้จึงไม่เพียงเป็นการชมวิหาร หากแต่คือการเดินเข้าสู่อาณา จักรแห่งตำนาน ที่ยังคงหายใจอยู่ใต้แสงดาวแห่งลักซอร์
ด้านหน้าวิหารจะมี “ถนนสฟิงซ์หน้าแพะ (Avenue of Sphinxes)” ถนนศักดิ์สิทธิ์โบราณอายุกว่า 3,000 ปี ความยาวประมาณ 3 กิโลเมตร ใช้เป็นเส้นทางเชื่อมระหว่าง “วิหารลักซอร์” และ “มหาวิหารคาร์นัค” สองมหาวิหารสำคัญแห่งอาณาจักรอียิปต์โบราณตลอดเส้นทางเรียงรายด้วยรูปสลักสฟิงซ์หัวแกะ อันเป็นสัญลักษณ์ของเทพอามุนถือเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กทางประวัติศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอียิปต์
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น
ได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางสู่สนามบินลุคซอร์ เพื่อทำการเช็คอินไฟล์ทสู่กรุงไคโร
21.40 ออกเดินทางสู่กรุงไคโร โดย สายการบิน อียิปต์แอร์ เที่ยวบินที่ MS 069 (น้ำหนักกระเป๋า 1 ใบ ไม่เกิน 23 กิโลกรัม) เที่ยวบินอาจมีการเปลี่ยนแปลง
22.50 ถึงสนามบินไคโร รับกระเป๋าเป็นที่เรียบร้อย นำท่านขึ้นรถบัสสู่โรงแรมที่พัก
ที่พัก HOLIDAY INN CAIRO MAADI, CAIRO ระดับ 5 ดาว หรือเทียบเท่าในราคาระดับเดียวกัน
เช้า บริการอาหาร ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
นำท่านเดินทางสู่ เมืองอเล็กซานเดรีย (Alexandria) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง เมืองท่าที่สำคัญริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เดิมทีเป็นเพียงหมู่บ้านประมงเล็กๆ ชื่อ “ราคอนดาห์” เมื่อราว 1,200 ปีก่อนคริสตกาล จนกระทั่งเมื่อปี 332 ปีก่อนคริสตกาล พระเจ้า อเล็กซานเดอร์มหาราช เสด็จมาถึงและโปรดให้ปรับปรุงขยายเมืองขึ้นใหม่ และตั้งชื่อว่า อเล็กซานเดรีย ให้คล้องจองกับพระนามของพระองค์ เมืองนี้ยังมีเรื่องราวในตำนานรักของ พระนางคลีโอพัตรา และนายทหารโรมัน มาร์ค แอนโทนี อันเป็นที่กล่าวขานไปทั่วโลก ปัจจุบันอเล็กซานเดรียเป็นเมืองใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศ และเป็นเมืองตากอากาศชื่อดังริมฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
นำท่าน เข้าชม หลุมฝังศพใต้ดินแห่งอเล็กซานเดรีย (Catacombs of Kom El Shoqafa) หนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์แห่งโลกยุคกลาง สุสานโบราณของชาวโรมันที่เคยบรรจุกว่า 50,000 ศพ มีทั้งหมด 3 ชั้น โดยชั้นแรกใช้สำหรับลำเลียงโลงและศพ ชั้นที่สองเป็นที่ฝังศพ และชั้นที่สามใช้สำหรับการรวมญาติระลึกถึงผู้ล่วงลับ โดยมีธรรมเนียมเลี้ยงสังสรรค์กันทั้งวัน เล่ากันว่าตอนนักโบราณคดีค้นพบครั้งแรก ยังพบขวดไวน์และจานวางอยู่บนโต๊ะ
จากนั้นเที่ยว ชม โรงละครโรมันโบราณ (Roman Theatre) อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงอีกแห่งของเมือง โดยโรงละครแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 2 ประกอบไปด้วยอัฒจันทร์โรมัน จำนวน 13 ชั้น โดยโรงละครถูกสร้างขึ้นเป็นรูปครึ่งวงกลมทำจากหินอ่อนสีขาวและสีเทา
ชม เสาปอมเปย์ (Pompey’s Pillar) โบราณสถานที่สำคัญสมัยโรมัน เสาแกรนิตสีแดงสูง 27 เมตร ตั้งตระหง่านโดดเด่นกลางเมือง ชื่อเสานี้ตั้งขึ้นเพื่อรำลึกถึง ปอมเปย์ นายพลชาวโรมันผู้ใกล้ชิดกับจูเลียส ซีซาร์ แต่ภายหลังกลับเป็นศัตรูกัน ปอมเปย์หนีมายังอเล็กซานเดรียและถูกสังหารที่นี่ ปัจจุบันเหลือเพียงเสาเดี่ยวตั้งคู่กับสฟิงซ์โบราณอีก 2 องค์
เที่ยง บริการอาหาร ณ ภัตตาคารท้องถิ่น เมนูซีฟู้ดสดๆ จากทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
จากนั้นนำท่านเที่ยวชมและถ่ายรูปคู่กับ ป้อมปราการไคต์เบย์ “Qaitbay Citadel” ป้อมปราการสำคัญริมฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งสร้างขึ้นบนฐานเดิมของ ประภาคารฟาโรส หนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณ แม้ประภาคารจะสูญหายไปตามกาลเวลา แต่สุลต่านเกย์ตเบย์ได้บูรณะซ่อมแซมขึ้นใหม่โดยรวบรวมซากเดิมบางส่วนมาใช้ในการก่อสร้าง ทำให้ป้อมปราการแห่งนี้กลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมืองอเล็กซานเดรีย พร้อมทั้งเป็นจุดชมวิวทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่สวยงาม ให้ท่านได้อิสระพักผ่อนและเก็บภาพความประทับใจ
กระทั่งได้เวลาอันสมควร เดินทางกลับสู่กรุงไคโร
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารไทย
ที่พัก HOLIDAY INN CAIRO MAADI, CAIRO ระดับ 5 ดาว หรือเทียบเท่าในราคาระดับเดียวกัน
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
นำท่าน เข้าชม มหาพีระมิดแห่งกีซ่า (The Great Pyramid of Giza) หนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลก และเป็นสมบัติอันยิ่งใหญ่ของอารยธรรมอียิปต์โบราณ ที่ตั้งตระหง่านอยู่บนที่ราบสูงกีซ่า ประกอบด้วยมหาพีระมิดสำคัญ 3 องค์ ได้แก่ พีระมิดคูฟู (Khufu) มีขนาดใหญ่ที่สุดและเก่าแก่ที่สุด สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประทับสำหรับการฟื้นคืนชีพของฟาโรห์คูฟู สูงเดิมกว่า 146 เมตร ใช้หินกว่า 2.3 ล้านก้อน น้ำหนักกว่าก้อนละ 2 ตัน ประกอบกันอย่างแนบสนิท พีระมิดคาเฟร (Khafre) ตั้งอยู่ตรงกลาง สูงประมาณ 136 เมตร แม้เตี้ยกว่าพีระมิดคูฟู แต่ด้วยการสร้างบนเนินสูง ทำให้ดูสง่างามโดดเด่น มีห้องโถงใหญ่ 2 ห้อง แต่ภายในถูกบุกรุกชำรุดเสียหาย
พีระมิดไมเซอรินุส (Mycernos) ขนาดเล็กที่สุด สูงประมาณ 62 เมตร (เดิม 66 เมตร) สร้างโดยฟาโรห์เมน เคอเร เชื่อกันว่าต้องใช้เวลาก่อสร้างยาวนานกว่า 30 ปี
จากนั้นนำท่านเดินทางไปยัง จุดชมวิวพีระมิด ณ จุดนี้ ท่านสามารถเสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษกับการ ขี่อูฐ ชมทิวทัศน์โดยรอบ โดยมีหมู่พีระมิดเป็นฉากหลังอันงดงามนับเป็นอีกหนึ่งมุมถ่ายภาพวิวพีระมิดยอดนิยมที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนกีซ่า (ทัวร์รวมค่าขี่อูฐแล้ว)
จากนั้น นำท่านแวะชมและถ่ายภาพ กับ มหาสฟิงซ์ (Great Sphinx of Giza) รูปสลักหินยักษ์แห่งเดียวบนที่ราบสูงกีซ่า มีพระพักตร์เป็นฟาโรห์คาเฟร และลำตัวเป็นสิงโตหมอบ สื่อถึงอำนาจและความยิ่งใหญ่ของกษัตริย์อียิปต์โบราณ ตัวสฟิงซ์มีความยาวกว่า 73 เมตร สูง 20 เมตร แกะสลักจากหินปูนเพียงก้อนเดียว ถือเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของอียิปต์
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น
ช่วงบ่ายนำท่าน เข้าชม พิพิธภัณฑ์แกรนด์อียิปต์ (Grand Egyptian Museum – GEM) พิพิธภัณฑ์โบราณคดีที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่ใกล้มหาพีระมิดกีซ่า บนพื้นที่กว่า 480,000 ตร.ม. ภายในจัดแสดงโบราณวัตถุแห่งอารยธรรมอียิปต์โบราณมากกว่า 100,000 ชิ้น ไฮไลท์สำคัญคือการจัดแสดง สมบัติจากสุสานฟาโรห์ตุตันคาเมน กว่า 5,000 รายการ ซึ่งเปิดให้ชมแบบครบชุดเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ รวมทั้งโบราณวัตถุที่เคลื่อนย้ายมาจากพิพิธภัณฑ์ทั่วประเทศ เช่น ไคโร ลักซอร์ อัสวาน และอเล็กซานเดรีย
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ City Stars Mall ศูนย์การค้าขนาดใหญ่และทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงไคโร
อิสระให้ท่านเลือกซื้อของฝาก สินค้าแบรนด์ดัง และสินค้าท้องถิ่นตามอัธยาศัย
ค่ำ บริการอาหาร ณ ภัตตาคารอาหารไทย
ได้เวลาอันสมควร นำท่านเดินทางสู่สนามบินไคโร เพื่อทำการเช็คอินไฟลท์กลับสู่ประเทศไทย
21.00 ถึงสนามบินไคโร ทำการเช็คอินไฟลท์กลับประเทศไทย
หลังเช็คอิน อิสระให้ท่านได้เดินเล่นและช็อปปิ้งภายในสนามบิน
00:50 ออกเดินทางสู่สนามบินดูไบ โดย สายการบินเอมิเรสต์ เที่ยวบินที่ EK 926 (บริการอาหาร และเครื่องดื่มระหว่างเที่ยวบิน)
06.10 ถึงสนามบินดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพื่อเปลี่ยนเครื่องมุ่งหน้าสู่กรุงเทพฯ อิสระให้ท่านได้เดินเล่น และ ช็อปปิ้งภายในสนามบิน ระหว่างรอเปลี่ยนเครื่อง
09:30 ออกเดินทางสู่สนามบินสุวรรณภูมิ โดย สายการบินเอมิเรสต์ เที่ยวบินที่ EK 372 (บริการอาหาร และเครื่องดื่มระหว่างเที่ยวบิน)
18:40 คณะเดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ (BKK) กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ
18 ซอย27 (บุญศิริ 2) ถนนสุขุมวิท ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ 10270
ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
ค้นหาโปรแกรมทัวร์
หน้าหลัก
ขอใบเสนอราคา