ทัวร์อียิปต์ แกรนด์ อียิปต์ (GRAND EGYPT)

ทัวร์อียิปต์ แกรนด์ อียิปต์ (GRAND EGYPT) - บริษัท แองเจิลออนทัวร์ จำกัด
รหัสทัวร์
137-A01478
วันที่เดินทาง
ก.ย. 69 - มี.ค. 70
ช่วงเวลา
10 วัน 7 คืน
เดินทางโดย
Emirates (EK)

ไฮไลท์

  • มหาพีระมิดแห่งกีซ่า
  • วิหารอาบูซิมเบล
  • Nile Cruise 5 ดาว
  • Grand Egyptian Museum (GEM)
  • มัมมี่หลวง ณ NMEC
  • ป้อมปราการโคต์เบย์ อเล็กซานเดรีย

เลือกวันเดินทาง

วันเดินทางไป - กลับ ผู้ใหญ่ท่านละ พักเดี่ยวเพิ่มเงิน ราคาเด็กท่านละ
15 ก.ย. 69 - 24 ก.ย. 69135,900 บาท3,500 บาทสอบถามเพิ่มเติมจอง
20 ต.ค. 69 - 29 ต.ค. 69135,900 บาท3,500 บาทสอบถามเพิ่มเติมจอง
24 พ.ย. 69 - 03 ธ.ค. 69135,900 บาท3,500 บาทสอบถามเพิ่มเติมจอง
15 ธ.ค. 69 - 24 ธ.ค. 69135,900 บาท3,500 บาทสอบถามเพิ่มเติมจอง
19 ม.ค. 70 - 28 ม.ค. 70135,900 บาท3,500 บาทสอบถามเพิ่มเติมจอง
16 ก.พ. 70 - 25 ก.พ. 70135,900 บาท3,500 บาทสอบถามเพิ่มเติมจอง
16 มี.ค. 70 - 25 มี.ค. 70135,900 บาท3,500 บาทสอบถามเพิ่มเติมจอง

แผนการเดินทาง

17:30 คณะพร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ (ฺBKK) อาคารผู้โดยสาร ชั้น 4 (ขาออก) ทางเข้าประตู 8-9 เคาน์เตอร์สายการบิน เอมิเรสต์ (EK) เจ้าหน้าที่บริษัทคอยต้อนรับและช่วยเหลือในการเช็คอิน (กระเป๋าสัมภาระท่านละ 1 ใบ ไม่เกิน 23 กิโลกรัม ถือขึ้นเครื่องท่านละ 1 ใบ ไม่เกิน 7 กิโลกรัม)

หลังเช็คอิน อิสระให้ท่านได้เดินเล่นและช็อปปิ้งภายในสนามบิน

20:45 ออกเดินทางสูู่สนามบินดูไบ โดย สายการบินเอมิเรสต์ เที่ยวบินที่ EK 373 (บริการอาหาร และเครื่องดื่มระหว่างเที่ยวบิน)

01:00 ถึงสนามบินดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ เพื่อเปลี่ยนเครื่องมุ่งหน้าสู่กรุงไคโร

04:00 ออกเดินทางสู่กรุงไคโร โดย สายการบินเอมิเรสต์ เที่ยวบินที่ EK 929 (บริการอาหารว่าง และเครื่องดื่มระหว่างเที่ยวบิน)

06:15 ถึงสนามบินไคโร เมืองหลวงของประเทศอียิปต์ เจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับและดูแลเรื่องเอกสารวีซ่า และการผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง จากนั้นนำทุกท่านขึ้นรอบัสที่จอดรอรับและเดินทางสู่ เมืองเมมฟิส “Memphis” ระยะทางประมาณ 60 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง อดีตเมืองหลวงของอียิปต์โบราณ และเป็นศูนย์กลางการปกครองที่สำคัญตั้งแต่สมัยราชวงศ์ที่ 1 ตั้งอยู่ในบริเวณดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำไนล์ เมืองแห่งนี้มีบทบาทสำคัญทางประวัติศาสตร์ในการรวมอียิปต์ให้เป็นอาณาจักรเดียวเมื่อกว่า 5,000 ปีก่อน

นำท่าน เข้าชม พิพิธภัณฑ์เมมฟิส ชมโบราณวัตถุและประติมากรรมหินที่ค้นพบในบริเวณเมืองโบราณ พร้อมชมรูปแกะสลักขนาดยักษ์ของ ฟาโรห์รามเสสที่ 2 ซึ่งโดดเด่นด้วยฝีมือการแกะสลักอันประณีตและงดงาม สะท้อนถึงความยิ่งใหญ่ของอารยธรรมอียิปต์โบราณได้อย่างชัดเจน

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองโบราณซัคคารา “Sakkara” เพื่อ เข้าชม พีระมิดขั้นบันไดแห่งซัคคารา ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นพีระมิดแห่งแรกของอียิปต์และของโลก สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์ที่ 3 เพื่อเป็นสุสานของ ฟาโรห์โจเซอร์ “King Djoser” นับเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาเทคนิคการก่อสร้างพีระมิดจากสุสานรูปแบบเดิมไปสู่สถาปัตยกรรมขนาดมหึมาในยุคต่อมา ออกแบบโดย อิมโฮเทป “Imhotep” ปราชญ์และสถาปนิกผู้ยิ่งใหญ่แห่งอียิปต์โบราณ โดยใช้แนวคิดการซ้อนชั้นของสิ่งก่อสร้างขึ้นเป็นลำดับขั้น สะท้อนความเชื่อเรื่องการเชื่อมโยงระหว่างโลกมนุษย์กับโลกแห่งเทพเจ้า นอกจากตัวพีระมิดแล้ว บริเวณซัคคารายังเป็น เนโครโพลิส “Necropolis” หรือพื้นที่สำหรับฝังศพหรือประกอบพิธีเกี่ยวกับผู้เสียชีวิตในสมัยโบราณขนาดใหญ่ ทำให้ที่นี่เป็นแหล่งโบราณคดีที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ศิลปะ และสถาปัตยกรรม ที่ทำให้เข้าใจรากฐานของอารยธรรมอียิปต์อย่างแท้จริง

เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

จากนั้นนำท่าน เข้าชม พิพิธภัณฑ์อารยธรรมอียิปต์แห่งชาติ (National Museum of Egyptian Civilization) (NMEC) เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ทันสมัยตั้งอยู่ใจกลางกรุงไคโร ซึ่งนำเสนอเรื่องราวของ อารยธรรมอียิปต์ในแบบครบวงจรตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์จนถึงยุคปัจจุบันกว่า 5,000 ปี โดยผสานการจัดแสดงโบราณวัตถุเข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่อย่างลงตัว เช่น จอมัลติมีเดีย วิดีโอ และเครื่องมือ 3D เพื่อสร้างประสบการณ์ที่เป็นทั้ง การเรียนรู้และความบันเทิง ให้กับผู้เยี่ยมชมทุกวัย โดยไฮไลต์สำคัญ

ห้องมัมมี่หลวง “Royal Mummies Hall” ที่จัดแสดงมัมมี่ของ 18 กษัตริย์และ 2 ราชินี ที่ถูกเคลื่อนย้ายมาอย่างยิ่งใหญ่จากพิพิธภัณฑ์อียิปต์เก่า ถือเป็นหนึ่งในจุดดึงดูดหลักของ NMEC

ห้องนิทรรศการหลักแบบธีม แบ่งตามหัวข้อ เช่น ศาสนา การเขียน ศิลปะ และชีวิตสังคม ช่วยให้ผู้เข้าชมเข้าใจภาพรวมวิวัฒนาการของอารยธรรมอียิปต์อย่างเป็นระบบ

ห้องมรดกฟาโรห์ แสดงสิ่งของจากยุคฟาโรห์ เช่น รูปปั้น โลงศพ และเครื่องประดับอันงดงาม

ห้องอียิปต์สมัยใหม่ ที่แสดงงานหัตถกรรม เสื้อผ้า และวัฒนธรรมร่วมสมัยของอียิปต์

จากนั้นนำท่าน เข้าชม ป้อมปราการซาลาดิน (Citadel of Saladin) สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1176 โดยสุลต่านซาลาดิน เพื่อใช้เป็นฐานป้องกันกรุงไคโรจากการรุกรานในสมัยสงครามครูเสด ตั้งอยู่บนเนินเขาสูง สามารถมองเห็นวิวกรุงไคโรได้อย่างสวยงาม

ภายในป้อมนำท่านชม สุเหร่าโมฮัมหมัด อาลี “Mohammad Ali Mosque” สุเหร่าที่ใหญ่และสูงที่สุดในกรุงไคโร เริ่มสร้างในปี ค.ศ. 1830 และเสร็จสิ้นในปี ค.ศ. 1848 เป็นสัญลักษณ์สำคัญของกรุงไคโร ตัวอาคารสร้างด้วยหินอาละบาสเตอร์ งดงามด้วยสถาปัตยกรรมอิสลามอันวิจิตร โดมกลางสูงถึง 52 เมตร มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 21 เมตร พร้อมโดมเล็กอีก 4 มุม ประดับด้วยโคมไฟระย้าอย่างวิจิตร หน้าสุเหร่ามีหอนาฬิกาที่พระเจ้าหลุยส์ ฟิลิปป์แห่งฝรั่งเศสมอบให้เป็นของขวัญ แลกกับเสาโอเบลิสก์จากวิหารลักซอร์

ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารจีน

ที่พัก RADISSON BLU HOTEL, CAIRO HELIOPOLIS ระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่าในราคาระดับเดียวกัน

04:00 บริการอาหารเช้าแบบกล่อง พร้อมเช็คเอาท์จากโรงแรมที่พัก และนำท่านเดินทางสู่สนามบินไคโร อาคารภายในประเทศเพื่อเช็คอินไฟล์ทสู่เมืองอัสวาน

06:00 ออกเดินทางสูู่สนามบินอัสวาน โดย สายการบินอียิปต์ แอร์ เที่ยวบินที่ MS 082 (น้ำหนักกระเป๋า 1 ใบ ไม่เกิน 23 กิโลกรัม ถือขึ้นเครื่องท่านละ 1 ใบ ไม่เกิน 7 กิโลกรัม ไม่มีบริการอาหาร ระหว่างเที่ยวบิน)

07:40 ถึงสนามบินอัสวาน หลังจากรับกระเป๋าเป็นที่เรียบร้อย นำท่านขึ้นรถบัสที่รอรับ

นำท่านเดินทางโดยรถโค้ชมุ่งสู่ เมืองอาบูซิมเบล ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่ง สู่ดินแดนที่ซ่อนเร้น เรื่องราวอันยิ่งใหญ่ของอียิปต์โบราณ

เที่ยง บริการอาหารกลางวันแบบบุฟเฟต์ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเข้าชม มหาวิหารศักดิ์สิทธิ์อันยิ่งใหญ่แห่งอาบูซิมเบล หนึ่งในมรดกโลกขององค์การยูเนสโก (UNESCO) หรือที่รู้จักกันในนาม อนุสรณ์สถานแห่งนิวเบีย เดิมทีวิหารแห่งนี้ถูกแกะสลักเข้าไปในภูเขาหินมหึมา ณ ริมฝั่งตะวันตกทะเลสาบนัสซอร์ โดยฝีมือของชาวอียิปต์โบราณใน รัชสมัย ฟาโรห์รามเสสที่ 2 เมื่อราวศตวรรษที่ 13 ก่อนคริสตกาล ต่อมา เมื่อมีการสร้างเขื่อนอัสวาน ทำให้วิหารแห่งนี้จมอยู่ใต้น้ำ องค์การยูเนสโกและรัฐบาลฝรั่งเศสจึงได้เข้าช่วยเหลือ กู้วิหารขึ้นมาทีละก้อนหิน และย้ายไปตั้งอยู่ ณ พื้นที่ใหม่ โดยยังคงจัดวางอย่างพิถีพิถันตามหลักโบราณศิลป์และการดูตำแหน่งดวงอาทิตย์เช่นเดิมทุกประการ

เข้าชม วิหารใหญ่ของฟาโรห์รามเสสที่ 2 วิหารหลักอันยิ่งใหญ่ที่สร้างขึ้นในปี 1264 ก่อนคริสตกาล ใช้เวลาก่อสร้างกว่า 20 ปี เพื่อถวายแด่ เทพอามุนรา และ เทพฮอรากาติ อีกทั้งยังเป็นอนุสรณ์แห่งชัยชนะเหนือชาวนิวเบีย ณ สมรภูมิคาเดส ด้านหน้าวิหารมีรูปสลักมหึมาของฟาโรห์รามเสสที่ 2 ในท่านั่ง 4 องค์ สูงตระหง่านเสมือนเทพเจ้า (หนึ่งองค์ถล่มลงเพราะแผ่นดินไหว แต่ยังคงความสง่างามอยู่) สิ่งอัศจรรย์ที่ทำให้วิหารแห่งนี้เลื่องชื่อไปทั่วโลก คือ ปรากฏการณ์สุริยันเทวา ที่เกิดขึ้นปีละสองครั้ง ในวันที่ 22 ตุลาคม และ 22 กุมภาพันธ์ เมื่อแสงอาทิตย์แรกยามรุ่งสางส่องทะลุเข้าไปถึงห้องบูชาลึกสุดภายในวิหาร และส่องกระทบกับรูปสลักของ ฟาโรห์รามเสสที่ 2 พร้อมด้วยเทพเจ้าอีก 3 องค์ ปรากฏการณ์นี้ดึงดูดผู้คนจากทั่วโลกให้มารวมตัวกันเพื่อเป็นสักขีพยานในพลังอำนาจแห่งอารยธรรมโบราณ

ในบริเวณเดียวกันยังมี วิหารเล็กแห่งเนเฟอร์ทารี วิหารเล็กซึ่งสร้างขึ้นเพื่อถวายแด่ เทพีแฮธอร์ เทพีแห่งความรักและดนตรี อีกทั้งยังเป็นอนุสรณ์สถานแห่งความรักของฟาโรห์รามเสสที่ 2 ที่มีต่อพระมเหสีผู้เป็นที่รักยิ่ง — พระนางเนเฟอร์ทารี สิ่งที่ทำให้วิหารนี้มีเอกลักษณ์โดดเด่น คือรูปสลักที่ประดับด้านหน้า มีพระพักตร์ของพระนางเนเฟอร์ทารีในขนาดเท่าเทียมกับฟาโรห์ ซึ่งถือเป็นสิ่งที่หาได้ยากในศิลปะอียิปต์โบราณ และเป็นสัญลักษณ์อันทรงคุณค่าของความรักและเกียรติยศ การมาเยือนมหาวิหารอาบูซิมเบล จึงไม่ใช่เพียงการได้เห็นโบราณสถานอันยิ่งใหญ่ แต่ยังเป็นการสัมผัสพลังแห่งอารยธรรมโบราณที่ท้าทายกาลเวลาและสายน้ำ ให้คงอยู่คู่โลกตราบจนวันนี้

ค่ำ บริการอาหารค่ำ แบบบุฟเฟต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก

ที่พัก RETAC ABU SIMBLE NEFERTARI HOTEL, ABU SIMBLE ระดับ 5 ดาว หรือเทียบเท่าในราคาระดับเดียวกัน

เช้า บริการอาหารเช้า แบบบุฟเฟต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก

หลังอาหารเช้า นำท่านเดินทางกลับสู่ เมืองอัสวาน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่ง

นำท่านแวะถ่ายรูปบริเวณ เขื่อนยักษ์อัสวาน (High Dam) เขื่อนหินที่ถูกสร้างขึ้นในช่วงระหว่าง ค.ศ. 1960 และ 1970 กั้นแม่น้ำไนล์ ในอัสวาน อียิปต์ ความสำคัญของมันส่วนใหญ่ได้บดบังเขื่อนระดับต่ำของอัสวานที่สร้างขึ้นก่อนหน้านี้และอยู่ปลายน้ำ ด้วยความสามารถในการควบคุมน้ำท่วมได้ดีเพิ่มการกักเก็บน้ำเพื่อการชลประทานและสร้างไฟฟ้าพลังน้ำ เขื่อนแห่งนี้จึงถูกมองว่าเป็นหัวใจสำคัญของอียิปต์

กระทั่งได้เวลาอันสมควร นำท่านทำการเช็คอินขึ้นเรือสำราญ ที่จะนำท่านล่องไปตามแม่น้ำไนล์ สัมผัสกลิ่นอายอารยะธรรมอียิปต์โบราณของสองฟากฝั่งแม่น้ำไนล์ จากอัสวาน สู่ลุคซอร์ (พักบนเรือ 3 คืน)

เที่ยง บริการอาหารเที่ยง แบบบุฟเฟต์ ณ ห้องอาหารหลักของเรือที่พัก

จากนั้นนำท่านล่องเรือเล็กสู่ วิหารฟิเล (Philae Temple) วิหารศักดิ์สิทธิ์ที่สร้างขึ้นเพื่อถวายแด่ เทพีไอซิส เทพีแห่งความรักและเวทมนตร์ ใช้เวลาเดินทางราว 15 นาที ท่ามกลางสายน้ำไนล์อันสงบเย็น

วิหารแห่งนี้นับเป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญและงดงามที่สุดของอียิปต์โบราณ เดิมทีวิหารฟิเลตั้งอยู่บนเกาะฟิเลกลางแม่น้ำไนล์ แต่หลังจากการก่อสร้างเขื่อนอัสวาน เสร็จสิ้น ระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นทำให้วิหารจมอยู่ใต้น้ำเกือบทั้งหมด นานาชาติจึงร่วมมือกันอนุรักษ์ โดยการสนับเงินทุนและส่งผู้เชี่ยว ชาญมาร่วมสร้างทำนบกั้นน้ำและย้ายวิหารทั้งหลังทีละก้อนหินอย่างพิถีพิถัน ไปสร้างขึ้นใหม่บนเกาะ อากิลเกีย (Agilkia Island) ในปัจจุบัน เพื่อคงความงดงามและเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ให้คงอยู่ตราบจนทุกวันนี้ จากนั้นนำท่านกลับขึ้นเรือสำราญให้ท่านได้พัก ผ่อนคลายความเมื่อยล้า

ยามเย็น – นำท่านสัมผัสประสบการณ์อันแสนพิเศษด้วยการ ล่องเรือเฟลุคกะ (Felucca) เรือใบโบราณที่ชาวอียิปต์ใช้เป็นพาหนะค้าขายและเดินทางในสมัยโบราณ เสน่ห์ของเรือไม้ที่โอบล้อมด้วยผืนใบสีขาว ตัดกับแสงเย็นอาบทองของดวงอาทิตย์ ยิ่งทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์เหนือกาลเวลา ระหว่างการล่องเรือท่านจะได้ชมความงดงามของสวนพฤกษศาสตร์ ที่รวบรวมพันธุ์ ไม้นานาชนิดจากทั่วทุกมุมโลก เพลิดเพลินกับทัศนียภาพของ สุสานอากาข่าน ที่สงบเงียบและทรงพลังทางจิตวิญญาณ อีกทั้งยังได้ดื่มด่ำกับวิถีชีวิตอันเรียบง่ายของชาวเมืองอัสวานที่ยังคงผูกพันกับสายน้ำไนล์ดังบรรพกาล การล่องเรือเฟลุคกะยามเย็น จึงไม่เพียงแต่เป็นการชมทิวทัศน์ หากแต่เป็นการปล่อยใจให้ล่องไป พร้อมกระแสสายน้ำ สัมผัสจิตวิญญาณแห่งลุ่มแม่น้ำไนล์ ที่ยังคงเปล่งประกายเสน่ห์ไม่เสื่อมคลาย

ค่ำ บริการอาหารค่ำ แบบบุฟเฟต์ ณ อาหารหลักของเรือที่พัก

ที่พัก เรือ M/S CONCENTO PLUS NILE CRUISE (คืนที่ 1) ระดับ 5 ดาว ดีลักซ์ หรือเทียบเท่าในราคาระดับเดียวกัน

หมายเหตุ: โปรแกรมจะพักบนเรือ 3 คืน ระหว่างที่พักอยู่บนเรือ ตารางการท่องเที่ยวทั้งหมดจะเป็นการบริหารจัดการโดยทางเรือ ซึ่งอาจมีการปรับเปลี่ยนโปรแกรมตามตารางเวลาการเดินเรือในแต่ละลำ และแต่ละเที่ยว ซึ่งอยู่เหนือการควบคุมของบริษัท แต่ท่านจะได้แวะเที่ยวตามจุดต่างๆ ครบ

เช้า บริการอาหารเช้า แบบบุฟเฟต์ ณ ห้องอาหารหลักของเรือที่พัก

นำท่านชม เสาหินโอเบลิกที่สร้างไม่เสร็จ (The Unfinished Obelisk) มีขนาดความสูง 42 เมตร หนัก 1,168 ตัน สร้างขึ้นเมื่อ 1,500 ปีก่อนคริสต์กาล ถูกสร้างในสมัยมหาราชินีฮัตเซปซุต ฟาโรห์หญิงแห่งอียิปต์ เพื่อใช้เป็นเสาโอเบลิสก์ตั้งไว้หน้าวิหาร คาร์นัคในเมืองลักซอร์ แต่ระหว่างการก่อสร้างเสาโอเบลิสก์มีรอยแตกร้าว ช่างแกะสลักจึงล้มเลิกโครงการ เชื่อกันว่าหากเสาโอเบลิกนี้สร้างเสร็จจะเป็นเสาโอเบลิกหินแท่งเดียวที่สูงที่สุดในโลก กระทั่งถึงเวลาอันสมควรนำท่านเดินทางกลับขึ้นเรือเพื่อพักผ่อนตามอัธยาศัย

เที่ยง บริการอาหารเที่ยง แบบบุฟเฟต์ ณ ห้องอาหารหลักของเรือที่พัก

บ่าย — อิสระให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัยบนเรือ หรือนั่งทอดสายตาบนดาดฟ้า เอนกายพร้อมจิบชายามบ่าย พลางชม สองฟากฝั่งแม่น้ำไนล์ ที่ทอดยาวไกลสุดสายตา แม่น้ำสายนี้มิใช่เพียงสายน้ำธรรมชาติ แต่เป็น “สายนทีแห่งชีวิต” ที่หล่อเลี้ยงผืนดินอียิปต์มาตั้งแต่โบราณกาล สายน้ำที่ก่อให้เกิดความอุดมสมบูรณ์ เป็นดั่งพระพรจากเทพเจ้าแห่งลุ่มน้ำไนล์ที่ยังคงหลั่งไหลไม่สิ้นสุด

เรือสำราญเริ่มล่องสู่ เมืองคอมออมโบ (Kom Ombo) เมืองเล็ก ๆ ริมฝั่งไนล์ที่ยังคงบรรยากาศดั้งเดิมไว้ได้อย่างงดงาม บ้านเรือนเรียงรายสีสันสดใส ส่วนใหญ่เป็นอาคารชั้นเดียวหรือสองชั้น แฝงด้วยความเรียบง่ายและอบอุ่นของผู้คน เมื่อเรือเทียบท่า นำท่าน เข้าชม วิหารคอมออมโบ (Temple of Kom Ombo) อัญมณีแห่งสถาปัตยกรรม แบบกรีก–โรมัน โดดเด่นด้วยความพิเศษที่สร้างขึ้นเพื่อถวายแด่เทพเจ้าสององค์ในวิหารเดียวกัน ได้แก่ เทพโซเบ็ก (Sobek) เทพจระเข้ ผู้ทรงพลังแห่งความอุดมสมบูรณ์ การปกป้อง และการเยียวยา

เทพฮอรัส (Horus) เทพเหยี่ยว ผู้พิทักษ์ท้องฟ้า เทพแห่งสงครามและการแพทย์

ภายในวิหารยังมีภาพสลักโบราณของเครื่องมือแพทย์ที่ชวนให้ทึ่ง และ ไนล์โลมิเตอร์ (Nilometer) เครื่องมือวัดระดับน้ำไนล์ซึ่งชาวอียิปต์ใช้ทำนายความอุดมสมบูรณ์ของพืชผลในแต่ละปี

จากนั้นนำท่านกลับขึ้นเรือ เรือจะค่อย ๆ เคลื่อนล่องต่อไปยัง เมืองเอ็ดฟู (Edfu) อิสระให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัยบนเรือ หรือขึ้นไปยังดาดฟ้าเพื่อตรึงตากับภาพทิวทัศน์สองฝั่งแม่น้ำไนล์ยามอาทิตย์ร่วงโรย สายน้ำสะท้อนแสงทองดุจบทเพลงโบราณที่ขับขานไม่รู้จบ

ค่ำ บริการอาหารค่ำ แบบบุฟเฟต์ ณ อาหารหลักของเรือที่พัก

ที่พัก เรือ M/S CONCENTO PLUS NILE CRUISE (คืนที่ 2) ระดับ 5 ดาว ดีลักซ์ หรือเทียบเท่าในราคาระดับเดียวกัน

หมายเหตุ: โปรแกรมจะพักบนเรือ 3 คืน ระหว่างที่พักอยู่บนเรือ ตารางการท่องเที่ยวทั้งหมดจะเป็นการบริหารจัดการโดยทางเรือ ซึ่งอาจมีการปรับเปลี่ยนโปรแกรมตามตารางเวลาการเดินเรือในแต่ละลำ และแต่ละเที่ยว ซึ่งอยู่เหนือการควบคุมของบริษัท แต่ท่านจะได้แวะเที่ยวตามจุดต่างๆ ครบ

เช้า บริการอาหารเช้า แบบบุฟเฟต์ ณ ห้องอาหารหลักของเรือที่พัก

เรือสำราญ จอดเทียบท่าที่ เมืองเอ็ดฟู เชิญท่านเข้าชม วิหารเอ็ดฟู (Temple of Edfu) อันศักดิ์สิทธิ์ ที่นี่คือ วิหารแห่งเทพฮอรัส เทพเหยี่ยว ผู้พิทักษ์ท้องฟ้าและสัญลักษณ์แห่งชัยชนะในการต่อสู้กับความมืดมน

ถือเป็นหนึ่งในวิหารที่สมบูรณ์ที่สุดของอียิปต์โบราณ แม้กาลเวลาจะผันผ่านนับพันปี วิหารยังคงตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางเมือง เสมือนเสาหลักแห่งศรัทธาของผู้คน ตำนานเล่าขานว่า วิหารแห่งนี้เคยถูกทรายทะเลทรายทับถมสูงกว่า 12 เมตร กลืนหายไปจากสายตาผู้คนยาวนานหลายศตวรรษ จนกระทั่งปี ค.ศ. 1860 จึงมีการขุดค้นและเผยให้เห็นความงดงามอันน่าพิศวง — เสาไพรอนคู่ใหญ่ทางเข้าที่กว้าง 79 เมตร สูงถึง 36 เมตร ตระหง่านราวประตูสู่โลกเทพเจ้า ภายในวิหาร ทุกผนังล้วนประดับด้วย ภาพสลักและอักษรจารึก ถ่ายทอดมหากาพย์แห่งเทพฮอรัส ทั้งศึกการต่อกรกับเทพเซธผู้ชั่วร้าย และบทสวดบูชาที่สะท้อนภูมิปัญญาและศรัทธาของอียิปต์โบราณ ถึงเวลาอันสมควรนำทุกท่านกลับขึ้นเรือ เพื่อออกเดินทางสู่ปลายทางถัดไป

เที่ยง บริการอาหารเที่ยง แบบบุฟเฟต์ ณ ห้องอาหารหลักของเรือที่พัก

เรือล่องต่อไปยังเมืองลุคซอร์ ระหว่างทางเรือล่องผ่านเมืองเอสนา ผ่านชม วิหารเอสนา (Esna Temple) ที่สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับเทพเจ้าคนุม (เทพเจ้าแห่งการสร้างสรรค์) ที่มีเศียรเป็นลูกแกะ การก่อสร้างวิหารเอสนาเริ่มขึ้นในสมัยกษัตริย์ทุทโมซิสที่ 3 ในสมัยราชวงศ์ที่ 18 แต่วัดเสร็จสิ้นการก่อสร้างในสมัยปโตเลมีและสมัยโรมันระหว่าง ค.ศ. 40 ถึง 250 คำจารึกบน กำแพงวัดเสนอชื่อบุคคลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการสร้างวิหารเอสนาหรือที่เรียกว่า วิหารคนุม ผ่าน ประตูน้ำอีสน่า ล็อค (Esna Lock) กลไกชาญฉลาดที่สะท้อนภูมิ ปัญญาแห่งวิศวกรรมสายน้ำ โดยจะปิดประตูเพื่อกักเก็บและปรับระดับน้ำให้สมดุล จากนั้นจึงค่อย ๆ เปิดปลดปล่อยเรือผ่านไปยังอีกฟากหนึ่งของแม่น้ำ เสมือนการเคลื่อนผ่าน “ประตูแห่งกาลเวลา” ที่เชื่อมสองระดับสายน้ำเข้าหากัน

ระหว่างล่องเรือ ท่านจะได้พบกับ สีสันสุดคลาสสิกของแม่น้ำไนล์ จากพ่อค้าแม่ค้าชาวท้องถิ่นที่พายเรือเล็กเข้ามาเทียบข้างเรือใหญ่ พร้อมโชว์ลีลาการขายผ้าลายอียิปต์โบราณอย่างเป็นกันเอง การซื้อขายเต็มไปด้วยความสนุก เพราะต้อง โยนถุงผ้า โยนเงิน และต่อรองราคากันกลางแม่น้ำ ใครพลาดเป้าโยนไม่โดน ก็เรียกเสียงหัวเราะจากผู้โดยสารบนเรือได้เสมอ เป็นประสบการณ์ที่ทั้งครึกครื้นและน่าประทับใจบนสายน้ำแห่งอารยธรรม

เรือเข้าเทียบท่าที่ เมืองลุคซอร์ ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของไคโรราว 650 กิโลเมตร เมืองแห่งนี้ได้รับการขนานนามว่าเป็น “พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก” เพราะทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยมรดกทางอารยธรรมที่ยังคงยืนหยัดเหนือกาลเวลา นำท่าน เข้าชม มหาวิหารคาร์นัค (The Temple of Karnak) เป็นวิหารที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตัววิหารหลังเดียวมีเนื้อที่ถึง 60 เอเคอร์ ซึ่งใหญ่พอที่จะนำโบสถ์ขนาดใหญ่ของยุโรปไปวางได้ถึง 10 หลัง มหาวิหารแห่งนี้เริ่มก่อสร้างในสมัยฟาโรห์ ทุตโมซิสที่ 1 เพื่อถวายแด่เทพอมอนรา เมื่อกว่า 3,600 ปีมาแล้ว

ค่ำ บริการอาหารค่ำ แบบบุฟเฟต์ ณ อาหารหลักของเรือที่พัก

ที่พัก เรือ M/S CONCENTO PLUS NILE CRUISE (คืนที่ 3) ระดับ 5 ดาว ดีลักซ์ หรือเทียบเท่าในราคาระดับเดียวกัน

หมายเหตุ: โปรแกรมจะพักบนเรือ 3 คืน ระหว่างที่พักอยู่บนเรือ ตารางการท่องเที่ยวทั้งหมดจะเป็นการบริหารจัดการโดยทางเรือ ซึ่งอาจมีการปรับเปลี่ยนโปรแกรมตามตารางเวลาการเดินเรือในแต่ละลำ และแต่ละเที่ยว ซึ่งอยู่เหนือการควบคุมของบริษัท แต่ท่านจะได้แวะเที่ยวตามจุดต่างๆ ครบ

เช้า บริการอาหารเช้า แบบบุฟเฟต์ ณ ห้องอาหารหลักของเรือที่พัก

หลังอาหารเช้าทำการเช็คเอาท์จากเรือ จากนั้นนำท่านข้ามสู่ ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำไนล์ (West Bank) ดินแดนที่ชาวอียิปต์โบราณเชื่อว่าเป็น “ดินแดนแห่งความตาย” เพราะดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าทางทิศตะวันตก และถือเป็นประตูสู่โลกหลังความตาย

นำท่าน เข้าชม วิหารเดียร์ เอลบาฮารี (Deir El Bahari) อนุสรณ์สถานอันยิ่งใหญ่ที่สร้างขึ้นเพื่อถวายแด่ ฟาโรห์หญิงฮัตเชปซุต หรือที่รู้จักกันในนาม “ราชินีหนวด” ปฐมกษัตริย์สตรีผู้ครองแผ่นดินอียิปต์กว่า 20 ปี วิหารแห่งนี้ได้รับการออกแบบอย่างปราณีตโดย เซเนมุท มหาสถาปนิกผู้ใกล้ชิดราชินี สถาปัตยกรรมชั้นลดทอดยาวแนบไปกับหน้าผาในหุบเขาดูงดงามสง่าราวกับราชินียังทรงประทับอยู่ที่นี่

จากนั้น แวะถ่ายภาพ อนุสาวรีย์เมมนอน (Colossi of Memnon) รูปสลักหินทรายขนาดยักษ์สูงกว่า 20 เมตร ตั้งตระหง่านคู่กันมานานนับพันปี เดิมเคยเป็นส่วนหนึ่งของวิหารฝังพระศพ ฟาโรห์อเมนโฮเทปที่ 3 ทว่าด้วยแผ่นดินไหวครั้งใหญ่เมื่อ 27 ปีก่อนคริสตกาล ทำให้วิหารถูกทำลาย เหลือเพียงรูปสลักมหึมาสององค์เป็นพยานแห่งกาลเวลา เสียงเล่าขานในยุคกรีก-โรมันกล่าวว่า ยามเช้าเมื่อแสงแรกแห่งอรุณสัมผัสตัวรูปสลัก หนึ่งในเมมนอนจะส่งเสียงดุจคร่ำครวญ ราวกับวิญญาณโบราณกำลังทักทายผู้มาเยือน ปรากฏการณ์นี้เคยดึงดูดนักเดินทางจากทั่วทุกสารทิศให้มาสักการะและรับฟังเสียงแห่งตำนาน

นำท่านเดินทางเข้าสู่ หุบเขากษัตริย์ (Valley of the Kings) ดินแดนศักดิ์สิทธิ์อันเร้นลับที่ซ่อนอยู่ท่ามกลางผาหินสีแดงแห่งธีบัน ที่นี่คือสถานที่ฝังพระศพของ ฟาโรห์กว่า 62 พระองค์ และเชื้อพระวงศ์ผู้ทรงอำนาจแห่งอียิปต์โบราณ แต่ละสุสานถูกซ่อนลึกอยู่ภายในภูเขา ราวกับจะปกป้อง “กษัตริย์แห่งสองแผ่นดิน” ให้ดำรงความเป็นนิรันดร์ สุสานแต่ละแห่งต้องใช้แรงงานและภูมิปัญญาของช่างฝีมือชั้นสูง ขุดเจาะภูเขาเป็นเส้นทางลับทอดยาวเข้าไปภายใน ก่อนจะเปิดสู่ห้องฝังพระศพที่บรรจุโลง พระสมบัติ และข้าวของเครื่องใช้ที่ฟาโรห์จะนำติดตัวไปสู่ปรภพ ภายในสุสานเต็มไปด้วยภาพจิตรกรรมฝาผนังและอักษรเฮโรกรีฟิกที่เล่าเรื่อง ตำรามรณะ (Book of the Dead) และตำนานการเดินทางของวิญญาณจากโลกนี้สู่โลกหน้า สีสันที่ใช้ล้วนมาจากธรรมชาติ ทว่าผ่านมากว่าสามพันปีแล้ว ยังคงความสดใสและเปี่ยมด้วยพลังราวกับเพิ่งถูกแต้มขึ้นเมื่อไม่นานนี้

นำท่าน เข้าชม สุสาน 3 แห่งที่งดงามและสมบูรณ์ที่สุด เพื่อให้ท่านได้สัมผัสกลิ่นอายของความศรัทธาและความยิ่งใหญ่ของอียิปต์โบราณอย่างใกล้ชิด

ไม่รวมค่าเข้าชม สุสานฟาโรห์ตุตันคามุน EGP 700 สุสานฟาโรห์ตุตันคามุน EGP 2000 สุสานฟาโรห์รามเสสที่ 5 & 6 EGP300 (ราคาค่าเข้าชมแต่ละสุสานอาจมีการเปลี่นแปลงขึ้นอยู่กับประกาศของทางการประเทศอียิปต์) กรณีที่ท่านต้องการเข้าชมเพิ่มกรุณาแจ้งความจำนงกับหัวหน้าทัวร์ล่วงหน้า

เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น

จากนั้นนำท่านเข้าสู่การชมความยิ่งใหญ่แห่ง วิหารลุคซอร์ (The Temple of Luxor) วิหารอันศักดิ์สิทธิ์ ที่สร้างขึ้นเพื่อถวายแด่ เทพอมอน-รา ผู้เป็นกษัตริย์แห่งเทพทั้งปวง ท่ามกลางแสงไฟที่ส่องกระทบหินทรายโบราณ ทำให้สถาปัตยกรรมอายุกว่าพันปีดูราวกับมีชีวิตอีกครั้ง เบื้องหน้าคือ ซุ้มประตูขนาดมหึมา อันสง่างาม ประดับด้วย รูปสลักฟาโรห์รามเสสที่ 2 ผู้ยิ่งใหญ่แห่งแดนไอยคุปต์ และ พระนางเนเฟอร์ตารี มหาราชินีคู่พระทัยผู้เป็นที่รักยิ่ง ข้างกันนั้นตระหง่านด้วย เสาโอเบลิสก์หินแกรนิต สูงเสียดฟ้า แกะสลักด้วยอักษรเฮโรกรีฟิก (Hieroglyphics) อันเป็นร่องรอยแห่งภูมิปัญญาโบราณของอียิปต์ เมื่อเดินผ่านเสาเรียงรายและกำแพงสลักเรื่องราวตำนาน จะสัมผัสได้ถึงความศักดิ์สิทธิ์ดุจย้อนเวลากลับไปในยุครุ่งเรืองของฟาโรห์ ยามค่ำคืนนี้จึงไม่เพียงเป็นการชมวิหาร หากแต่คือการเดินเข้าสู่อาณา จักรแห่งตำนาน ที่ยังคงหายใจอยู่ใต้แสงดาวแห่งลักซอร์

ด้านหน้าวิหารจะมี “ถนนสฟิงซ์หน้าแพะ (Avenue of Sphinxes)” ถนนศักดิ์สิทธิ์โบราณอายุกว่า 3,000 ปี ความยาวประมาณ 3 กิโลเมตร ใช้เป็นเส้นทางเชื่อมระหว่าง “วิหารลักซอร์” และ “มหาวิหารคาร์นัค” สองมหาวิหารสำคัญแห่งอาณาจักรอียิปต์โบราณตลอดเส้นทางเรียงรายด้วยรูปสลักสฟิงซ์หัวแกะ อันเป็นสัญลักษณ์ของเทพอามุนถือเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กทางประวัติศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอียิปต์

ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น

ได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางสู่สนามบินลุคซอร์ เพื่อทำการเช็คอินไฟล์ทสู่กรุงไคโร

21.40 ออกเดินทางสู่กรุงไคโร โดย สายการบิน อียิปต์แอร์ เที่ยวบินที่ MS 069 (น้ำหนักกระเป๋า 1 ใบ ไม่เกิน 23 กิโลกรัม) เที่ยวบินอาจมีการเปลี่ยนแปลง

22.50 ถึงสนามบินไคโร รับกระเป๋าเป็นที่เรียบร้อย นำท่านขึ้นรถบัสสู่โรงแรมที่พัก

ที่พัก HOLIDAY INN CAIRO MAADI, CAIRO ระดับ 5 ดาว หรือเทียบเท่าในราคาระดับเดียวกัน

เช้า บริการอาหาร ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก

นำท่านเดินทางสู่ เมืองอเล็กซานเดรีย (Alexandria) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง เมืองท่าที่สำคัญริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เดิมทีเป็นเพียงหมู่บ้านประมงเล็กๆ ชื่อ “ราคอนดาห์” เมื่อราว 1,200 ปีก่อนคริสตกาล จนกระทั่งเมื่อปี 332 ปีก่อนคริสตกาล พระเจ้า อเล็กซานเดอร์มหาราช เสด็จมาถึงและโปรดให้ปรับปรุงขยายเมืองขึ้นใหม่ และตั้งชื่อว่า อเล็กซานเดรีย ให้คล้องจองกับพระนามของพระองค์ เมืองนี้ยังมีเรื่องราวในตำนานรักของ พระนางคลีโอพัตรา และนายทหารโรมัน มาร์ค แอนโทนี อันเป็นที่กล่าวขานไปทั่วโลก ปัจจุบันอเล็กซานเดรียเป็นเมืองใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศ และเป็นเมืองตากอากาศชื่อดังริมฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน

นำท่าน เข้าชม หลุมฝังศพใต้ดินแห่งอเล็กซานเดรีย (Catacombs of Kom El Shoqafa) หนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์แห่งโลกยุคกลาง สุสานโบราณของชาวโรมันที่เคยบรรจุกว่า 50,000 ศพ มีทั้งหมด 3 ชั้น โดยชั้นแรกใช้สำหรับลำเลียงโลงและศพ ชั้นที่สองเป็นที่ฝังศพ และชั้นที่สามใช้สำหรับการรวมญาติระลึกถึงผู้ล่วงลับ โดยมีธรรมเนียมเลี้ยงสังสรรค์กันทั้งวัน เล่ากันว่าตอนนักโบราณคดีค้นพบครั้งแรก ยังพบขวดไวน์และจานวางอยู่บนโต๊ะ

จากนั้นเที่ยว ชม โรงละครโรมันโบราณ (Roman Theatre) อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงอีกแห่งของเมือง โดยโรงละครแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 2 ประกอบไปด้วยอัฒจันทร์โรมัน จำนวน 13 ชั้น โดยโรงละครถูกสร้างขึ้นเป็นรูปครึ่งวงกลมทำจากหินอ่อนสีขาวและสีเทา

ชม เสาปอมเปย์ (Pompey’s Pillar) โบราณสถานที่สำคัญสมัยโรมัน เสาแกรนิตสีแดงสูง 27 เมตร ตั้งตระหง่านโดดเด่นกลางเมือง ชื่อเสานี้ตั้งขึ้นเพื่อรำลึกถึง ปอมเปย์ นายพลชาวโรมันผู้ใกล้ชิดกับจูเลียส ซีซาร์ แต่ภายหลังกลับเป็นศัตรูกัน ปอมเปย์หนีมายังอเล็กซานเดรียและถูกสังหารที่นี่ ปัจจุบันเหลือเพียงเสาเดี่ยวตั้งคู่กับสฟิงซ์โบราณอีก 2 องค์

เที่ยง บริการอาหาร ณ ภัตตาคารท้องถิ่น เมนูซีฟู้ดสดๆ จากทะเลเมดิเตอร์เรเนียน

จากนั้นนำท่านเที่ยวชมและถ่ายรูปคู่กับ ป้อมปราการไคต์เบย์ “Qaitbay Citadel” ป้อมปราการสำคัญริมฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งสร้างขึ้นบนฐานเดิมของ ประภาคารฟาโรส หนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณ แม้ประภาคารจะสูญหายไปตามกาลเวลา แต่สุลต่านเกย์ตเบย์ได้บูรณะซ่อมแซมขึ้นใหม่โดยรวบรวมซากเดิมบางส่วนมาใช้ในการก่อสร้าง ทำให้ป้อมปราการแห่งนี้กลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมืองอเล็กซานเดรีย พร้อมทั้งเป็นจุดชมวิวทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่สวยงาม ให้ท่านได้อิสระพักผ่อนและเก็บภาพความประทับใจ

กระทั่งได้เวลาอันสมควร เดินทางกลับสู่กรุงไคโร

ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารไทย

ที่พัก HOLIDAY INN CAIRO MAADI, CAIRO ระดับ 5 ดาว หรือเทียบเท่าในราคาระดับเดียวกัน

เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก

นำท่าน เข้าชม มหาพีระมิดแห่งกีซ่า (The Great Pyramid of Giza) หนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลก และเป็นสมบัติอันยิ่งใหญ่ของอารยธรรมอียิปต์โบราณ ที่ตั้งตระหง่านอยู่บนที่ราบสูงกีซ่า ประกอบด้วยมหาพีระมิดสำคัญ 3 องค์ ได้แก่ พีระมิดคูฟู (Khufu) มีขนาดใหญ่ที่สุดและเก่าแก่ที่สุด สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประทับสำหรับการฟื้นคืนชีพของฟาโรห์คูฟู สูงเดิมกว่า 146 เมตร ใช้หินกว่า 2.3 ล้านก้อน น้ำหนักกว่าก้อนละ 2 ตัน ประกอบกันอย่างแนบสนิท พีระมิดคาเฟร (Khafre) ตั้งอยู่ตรงกลาง สูงประมาณ 136 เมตร แม้เตี้ยกว่าพีระมิดคูฟู แต่ด้วยการสร้างบนเนินสูง ทำให้ดูสง่างามโดดเด่น มีห้องโถงใหญ่ 2 ห้อง แต่ภายในถูกบุกรุกชำรุดเสียหาย

พีระมิดไมเซอรินุส (Mycernos) ขนาดเล็กที่สุด สูงประมาณ 62 เมตร (เดิม 66 เมตร) สร้างโดยฟาโรห์เมน เคอเร เชื่อกันว่าต้องใช้เวลาก่อสร้างยาวนานกว่า 30 ปี

จากนั้นนำท่านเดินทางไปยัง จุดชมวิวพีระมิด ณ จุดนี้ ท่านสามารถเสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษกับการ ขี่อูฐ ชมทิวทัศน์โดยรอบ โดยมีหมู่พีระมิดเป็นฉากหลังอันงดงามนับเป็นอีกหนึ่งมุมถ่ายภาพวิวพีระมิดยอดนิยมที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนกีซ่า (ทัวร์รวมค่าขี่อูฐแล้ว)

จากนั้น นำท่านแวะชมและถ่ายภาพ กับ มหาสฟิงซ์ (Great Sphinx of Giza) รูปสลักหินยักษ์แห่งเดียวบนที่ราบสูงกีซ่า มีพระพักตร์เป็นฟาโรห์คาเฟร และลำตัวเป็นสิงโตหมอบ สื่อถึงอำนาจและความยิ่งใหญ่ของกษัตริย์อียิปต์โบราณ ตัวสฟิงซ์มีความยาวกว่า 73 เมตร สูง 20 เมตร แกะสลักจากหินปูนเพียงก้อนเดียว ถือเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของอียิปต์

เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น

ช่วงบ่ายนำท่าน เข้าชม พิพิธภัณฑ์แกรนด์อียิปต์ (Grand Egyptian Museum – GEM) พิพิธภัณฑ์โบราณคดีที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่ใกล้มหาพีระมิดกีซ่า บนพื้นที่กว่า 480,000 ตร.ม. ภายในจัดแสดงโบราณวัตถุแห่งอารยธรรมอียิปต์โบราณมากกว่า 100,000 ชิ้น ไฮไลท์สำคัญคือการจัดแสดง สมบัติจากสุสานฟาโรห์ตุตันคาเมน กว่า 5,000 รายการ ซึ่งเปิดให้ชมแบบครบชุดเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ รวมทั้งโบราณวัตถุที่เคลื่อนย้ายมาจากพิพิธภัณฑ์ทั่วประเทศ เช่น ไคโร ลักซอร์ อัสวาน และอเล็กซานเดรีย

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ City Stars Mall ศูนย์การค้าขนาดใหญ่และทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงไคโร

อิสระให้ท่านเลือกซื้อของฝาก สินค้าแบรนด์ดัง และสินค้าท้องถิ่นตามอัธยาศัย

ค่ำ บริการอาหาร ณ ภัตตาคารอาหารไทย

ได้เวลาอันสมควร นำท่านเดินทางสู่สนามบินไคโร เพื่อทำการเช็คอินไฟลท์กลับสู่ประเทศไทย

21.00 ถึงสนามบินไคโร ทำการเช็คอินไฟลท์กลับประเทศไทย

หลังเช็คอิน อิสระให้ท่านได้เดินเล่นและช็อปปิ้งภายในสนามบิน

00:50 ออกเดินทางสู่สนามบินดูไบ โดย สายการบินเอมิเรสต์ เที่ยวบินที่ EK 926 (บริการอาหาร และเครื่องดื่มระหว่างเที่ยวบิน)

06.10 ถึงสนามบินดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพื่อเปลี่ยนเครื่องมุ่งหน้าสู่กรุงเทพฯ อิสระให้ท่านได้เดินเล่น และ ช็อปปิ้งภายในสนามบิน ระหว่างรอเปลี่ยนเครื่อง

09:30 ออกเดินทางสู่สนามบินสุวรรณภูมิ โดย สายการบินเอมิเรสต์ เที่ยวบินที่ EK 372 (บริการอาหาร และเครื่องดื่มระหว่างเที่ยวบิน)

18:40 คณะเดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ (BKK) กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ

** เพื่อความถูกต้อง กรุณาตรวจสอบข้อมูลเดินทางและเงื่อนไขการชำระเงินกับทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายขายทุกครั้ง

พยากรณ์อากาศ

EGYPT WEATHER

อัตราแลกเปลี่ยน

 

ราคาเริ่มต้น
135,900 บาท
รหัส 137-A01478 ทัวร์อียิปต์ แกรนด์ อียิปต์ (GRAND EGYPT)
ระยะเวลา 10 วัน 7 คืน
ราคาเริ่มต้น 135,900 บาท
เดินทางช่วง ก.ย. 69 - มี.ค. 70
เดินทางโดย Emirates (EK)
--------------------------------------
ดูเพิ่มเติม https://angel2.vm109.net/tours/137-A01478
--------------------------------------
ชมโปรแกรม PDF https://tourfiles.vm101.net/pdf/989/137-A01478.pdf
--------------------------------------
สนใจติดต่อ บริษัท แองเจิลออนทัวร์ จำกัด
เลขที่ใบอนุญาต 11/09083
โทร Hotline 086-316-7436 ,Hotline 086-362-1960 ,Hotline 090-946-4072 ,Office 02-756-0334-5
LINE ID @angelontour
LINE URL https://line.me/ti/p/~@angelontour
อีเมล info.angelontour@gmail.com
คัดลอกข้อมูลทัวร์
เพิ่มในรายการโปรด
Share on social networks
Scan QRCode
บริษัท แองเจิลออนทัวร์ จำกัด
บริษัท แองเจิลออนทัวร์ จำกัด
บริษัท แองเจิลออนทัวร์ จำกัด
บริษัท แองเจิลออนทัวร์ จำกัด
บริษัท แองเจิลออนทัวร์ จำกัด
บริษัท แองเจิลออนทัวร์ จำกัด
บริษัท แองเจิลออนทัวร์ จำกัด
บริษัท แองเจิลออนทัวร์ จำกัด
ติดต่อสำนักงาน
บริษัท แองเจิลออนทัวร์ จำกัด
เลขที่ใบอนุญาต 11/09083

18 ซอย27 (บุญศิริ 2) ถนนสุขุมวิท ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ 10270

จันทร์ - ศุกร์ 09.00-18.00 น.
บริการของเรา
บริการจองตั๋วเครื่องบิน
บริการจัดนำเที่ยวในประเทศ
บริการเช่ารถตู้ รถบัสโดยสาร
บริการจัดอบรมประชุมสัมมนา
บริการจองที่พัก โรงแรม รีสอร์ท
ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
Add LINE Friends via QR Code
ติดตามเรา
home
หน้าหลัก
quatation
ขอใบเสนอราคา
chat
ติดต่อเรา
chat ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
search ค้นหาโปรแกรมทัวร์
home หน้าหลัก
approval ขอใบเสนอราคา