
| วันเดินทางไป - กลับ | ผู้ใหญ่ท่านละ | พักเดี่ยวเพิ่มเงิน | ราคาเด็กท่านละ | |
|---|---|---|---|---|
| 30 เม.ย. 69 - 11 พ.ค. 69 | 199,900 บาท | 49,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 29 พ.ค. 69 - 09 มิ.ย. 69 | 199,900 บาท | 49,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 19 มิ.ย. 69 - 30 มิ.ย. 69 | 199,900 บาท | 49,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 24 ก.ค. 69 - 04 ส.ค. 69 | 209,900 บาท | 49,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 11 ส.ค. 69 - 22 ส.ค. 69 | 199,900 บาท | 49,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 17 ก.ย. 69 - 28 ก.ย. 69 | 199,900 บาท | 49,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 01 ต.ค. 69 - 12 ต.ค. 69 | 199,900 บาท | 49,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 16 ต.ค. 69 - 27 ต.ค. 69 | 199,900 บาท | 49,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 11 พ.ย. 69 - 22 พ.ย. 69 | 195,900 บาท | 49,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 24 ธ.ค. 69 - 04 ม.ค. 70 | 209,900 บาท | 59,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 10 ก.พ. 70 - 21 ก.พ. 70 | 195,900 บาท | 49,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 18 มี.ค. 70 - 29 มี.ค. 70 | 195,900 บาท | 49,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
21.30 สมาชิกทุกท่านพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศชั้น 4 เคาท์เตอร์สายการบินไทย (เคาเตอร์ H/J ) พร้อมเจ้าหน้าที่คอยดูแลเช็คสัมภาระและบัตรที่นั่งบนเครื่อง
00.10 ออกเดินทางสู่มหานครปารีส ประเทศฝรั่งเศส โดยสายการบินไทยเที่ยวบินที่ TG930
07.10 เดินทางถึงสนามบินนานาชาติชา เดอ โกล มหานครปารีส ผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อยแล้ว นำท่านเดินทางสู่เมือง โอแซร์ (Auxerre) (165 กม.) ซึ่งเป็นเมืองหลวงของจังหวัดอียอนในแคว้นบูร์กอญ เมืองนี้เป็นศูนย์กลางทางการค้าและอุตสาหกรรม อีกทั้งยังเป็นแหล่งผลิตเหล้าองุ่นที่มีชื่อเสียงของฝรั่งเศส นำท่านชม มหาวิหารแซงเตเตียน (Cathdrale Saint-tienne) มหาวิหารสไตล์โกธิคที่ใช้เวลาในการสร้างเกือบ 500 ปี จากนั้นชม หอนาฬิกา ซึ่งสร้างตั้งแต่ศตวรรษที่ 15 เป็นส่วนหนึ่งของแนวกำแพงเมืองและจุดบอกเวลากลางของเมืองมายาวนานหลายศตวรรษ ปัจจุบันยังถือเป็นสัญลักษณ์แห่งอิสระเสรีภาพของชาวเมืองอีกด้วย โดยกรอบและโครงนาฬิกาทำด้วยทองคำผสม บรรยายให้เห็นภาพของ ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย เดินทางสู่หมู่บ้านยุคกลาง เซมูร์-ออง-น็อกซัวร์ (Semur-en-Auxois) (Unseen) (86 กม.) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง) หมู่บ้านแห่งนี้มีประวัติศาสตร์ยาวนาน มีป้อมปราการตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 บ้านเรือนสไตล์ยุคกลางโบราณมีแนวกำแพงล้อมรอบทั้ง 4 ด้าน และมีมหาวิหารสไตล์โกธิคที่ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 13 ตั้งอยู่เหนือแม่น้ำ Armanon ในจังหวัด โคต-ดอร์ (Cte-d’Or) เมืองนี้ได้รับขนานนามว่า เมืองแห่งปราสาทและป้อมปราการอันสวยงาม และยังเป็นหนึ่งในเส้นทางของการแข่งขันจักรยานทางไกลที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก คือ Tour de France นำท่านเดินเล่นชมเมือง ให้ท่านได้ถ่ายรูปกับมุมสวยๆ ของเมือง และเลือกซื้อสินค้าของที่ระลึกตามอัธยาศัย จากนั้น จากนั้นเดินทางสู่เมืองโบน (Beaune) (77 กม.) เมืองหลวงของแคว้นบูร์กอญ เป็นหนึ่งในศูนย์กลางการค้าของไวน์ที่สำคัญที่สุดของประเทศฝรั่งเศส ได้ชื่อว่า Capital of Burgundy wines และถือเป็นเมืองเก่าแก่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ตั้งอยู่บนเนินเขาแห่งเขต Cte d’Or ระหว่างทาง ท่านจะได้ชมธรรมชาติผ่านไร่องุ่นที่ปลูกอยู่สองข้างทาง ให้ท่านได้เพลิดเพลินกับวิวทิวทัศน์และความสวยงามของไร่ องุ่น
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร / จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก
พักที่: MERCURE BEAUNE CITY CENTRE หรือที่พักระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม // จากนั้นเดินทางเข้าสู่เส้นทาง Route des Grands Crus ให้ท่านได้ชื่นชมไร่องุ่นบนเส้นทางแห่งไวน์ที่มีชื่อเสียงที่สุดของแหล่งผลิตไวน์ Cte d’Or หรือที่แปลว่า Golden Slope ในเขตของ Burgundyนำท่านเข้าสู่เขต Cte de Nuits และเดินทางไปยัง Chteau de Clos Vougeot ที่บอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ของแหล่งปลูกไวน์แคว้น Burgundy ในสมัยอดีต จากนั้นให้อิสระแก่ทุกท่านเก็บภาพความประทับใจกับไร่องุ่นสุดลูกหูลูกตา นำท่านเข้าเยี่ยมชมโรงผลิตไวน์ ให้ท่านได้ชมกรรมวิธีการผลิตและชิมไวน์ที่มีชื่อเสียง พร้อมเลือกซื้อไวน์ตามอัธยาศัย ไวน์แดง Pinot Noir ที่ปลูกใน Cote d’Or เป็นไวน์ที่มีชื่อเสียงและดีที่สุด โดยมีพื้นที่ปลูกเพียงแค่ 2 ตารางกิโลเมตรจึงมีสิทธิ์ได้รับการแต่งตั้งเป็น Grand Cru จากนั้นนำท่านเข้าชม Chteau de Clos Vougeot ปราสาทเก่าแก่อายุราว 500 ปี พื้นที่ Clos de Vougeot เป็นไร่องุ่นที่เหล่าสงฆ์ Cistercians หวงแหนอย่างมาก จึงได้สร้างกำแพงล้อมรอบในปี 1336 และสร้างปราสาทขึ้นภายหลังในปี 1551 ให้ท่านได้ลองชิมไวน์จากผู้ผลิตโดยตรง จากนั้น นำ ท่านกลับสู่เมืองเก่าโบน (Beaune)
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย นำท่านเข้าชม โฮสปิส์ เดอ โบน (Hospices de Beaune) หรือ โอเต็ล เดิยอ เดอ โบน (Htel-Dieu de Beaune) โรงพยาบาลสำหรับคนจน ก่อตั้งขึ้นในศตวรรษที่ 14 โดย นิโกลัส โรแลงค์ นายกรัฐมนตรีแห่งแคว้นเบอร์กอนดี ถือเป็นตัวอย่างสถาปัตยกรรมที่สวยงามในศตวรรษที่ 15 ปัจจุบันได้กลายมาเป็น พิพิธภัณฑ์ทางการแพทย์ และยังเป็นที่ประมูลไวน์ ซึ่งมีมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 โดยทุกเดือนพฤศจิกายนจะมีการประมูลไวน์ประจำปี จากนั้นนำท่านเดินเล่นชมเมือง โบน (Beaune) ให้ท่านได้ถ่ายรูปกับ โบสถ์ Collegiale Basilique Notre-Dame โบสถ์ประจำเมืองเก่าแก่ จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองลียง (Lyon) (176 กม.) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที เมืองลียงเป็นเมืองใหญ่อันดับสองของประเทศฝรั่งเศส รองจากปารีส ตั้งอยู่ทางตะวันออกตอนกลางของประเทศ เป็นเมืองหลวงของจังหวัดโรน (Rhne) และเมืองหลวงของแคว้นโรน-อัลป์ (Rhne-Alpes) ตั้งอยู่ระหว่างปารีสกับมาร์กเซย มีสัญลักษณ์ประจำเมืองคือ สิงโต
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร / จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก
พักที่: MERCURE LYON / RADISSON BLU LYON หรือที่พักระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้นนำท่านเดินทางขึ้นสู่จุดชมวิวบนเนินเขาโฟร์วิแยร์ ชมโบสถ์ La Basilique Notre Dame de Fourvire มหาวิหารขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่บนเนินเขาทางทิศตะวันตกของตัวเมือง ความอลังการอย่างแรกของโบสถ์แห่งนี้ก็คือสถาปัตยกรรมแบบโรมาเนสผสมไบแซนไทน์ที่ใหญ่โตมากๆ ตัวอาคารสีขาวที่ดูสะอาดตา มหาวิหารมีความงดงามทั้งภายนอกและภายใน ท่านสามารถมองเห็นความงดงามได้จากทั่วทุกมุมของเมืองเก่าแห่งลียง เห็นจุดชมวิวแม่น้ำ Saone และแม่น้ำ Rhone เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งวิหารที่สวยที่สุดในประเทศฝรั่งเศส
จากนั้นนำท่านเข้าชมโรงละครโบราณกัลโล โรมัน(Gallo Roman Theater) โรงมหรสพกลางแจ้งของชาวโรมันที่ ก่อสร้างมาเมื่อสองพันปีก่อน โรงละครทั้งสองแห่งตั้งอยู่บนเนินเขา Fourvire เห็นวิวเมืองลียง โรงละครทั้งสองอยู่ในสภาพที่ดีมาก มีขนาดใหญ่จุผู้ชมได้นับหมื่น และยังคงใช้สำหรับการแสดงในปัจจุบัน ส่วนโรงละครขนาดเล็ก จะเรียกว่า Odeon (หรือบางครั้งเรียกว่า Odeum) ใช้สำหรับการแสดงบทกวีและดนตรี ได้รับการตกแต่งอย่างหรูหราและคุณยังสามารถมองเห็นหินอ่อนที่ฝังอยู่บนพื้นได้ เชื่อกันว่าสร้างขึ้นพร้อมกับส่วนขยายของโรงละครหลักในรัชสมัยของจักรพรรดิเฮเดรียนในคริสต์ศตวรรษที่ 2 จากนั้นนำท่านโดยสารรถราง(Funicular) จากสถานี Fourvire สู่สถานี Vieux Lyon เมืองเก่าลียง นำท่านชมเมืองลียง (Lyon) เมืองใหญ่อันดับสองของฝรั่งเศส ตัวเมืองตั้งอยู่ทางใต้ มีฐานะเป็นเมืองหลวงของแคว้นโรน-แอลป์ (Rhone-Alpes) ตัวเมืองลียงมีแม่น้ำโรน (River Rhone) ซึ่งมีต้นกำเนิดอยู่ในเทือกเขาแอลป์ไหลผ่านใจกลางเมือง ก่อนจะไหลผ่านเมืองต่างๆในแคว้นโปรวองซ์ซึ่งอยู่ใต้ลงไปและออกสู่ทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่ปากอ่าวทางใต้เมืองอาร์ลนำท่านชมสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของเมืองที่อยู่รวมตัวกันระหว่างแม่น้ำทั้งสองสายซึ่งเรียกว่าเขตเมืองเก่าลียง หรือ วีเยอ ลียง (Vieux Lyon) นำท่านเข้าสู่จัตุรัส Place Bellecour อันกว้างใหญ่ไพศาล ซึ่งสร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่ 17 มีพระบรมรูปทรงม้าของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 นั้นตั้งโดดเด่นเป็นสง่าอยู่กลางจัตุรัส มองขึ้นไปทางเขตเมืองเก่าจะเห็นวิหารนอเตรอดามแห่งฟูร์วีแยร์ตั้งโดดเด่นอยู่บนยอดเขา ทางใต้ของจัตุรัสมีถนนคนเดินชื่อ Rue Victor Hugo ทอดยาวไปถึงจัตุรัส Place Carnot สองข้างทางมีร้านค้า ร้านอาหาร ร้านกาแฟให้แวะเลือกชมเลือกซื้อได้อย่างจุใจ
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองแกลร์ม็องต์-เฟร์รองด์ (Clermont-Ferrand) (163 กม.) / นำท่านชมเมืองแกลร์ม็องต์-เฟร์รองด์ เข้าชมมหาวิหารนอเทรอดามแห่งแกลร์ม็องต์-เซร์ฮอง (Cathdrale Notre-Dame de l’Assomption de Clermont-Ferrand) ซึ่งเป็นมหาวิหารนิกายโรมันคาทอลิก สร้างขึ้นใน สไตล์โกธิค ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1248 โดยสถาปนิก Jean Des Champs ใช้ หินลาวาสีดำ ทำให้มีเอกลักษณ์แตกต่างจากมหาวิหารอื่นๆ การก่อสร้างใช้เวลานานถึง 7 ศตวรรษ จึงเสร็จสมบูรณ์ แม้ว่าจะมีบางช่วงที่ต้องหยุดการก่อสร้างไป หอคอยคู่ยอดแหลมสูง 96.1 เมตร ได้รับการจดทะเบียนเป็น อนุสาวรีย์ประวัติศาสตร์ โดยกระทรวงวัฒนธรรมฝรั่งเศสในปี ค.ศ. 1862
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร / จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก
พักที่: Novotel Clermont Ferrand หรือที่พักระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่ เมืองซาร์ลา-ลา-กาเนดา (Sarlat-la-Canda) (240 กม.) เมืองนี้มีเสน่ห์ด้วยสถาปัตยกรรมยุคกลางและตรอกซอกซอยเก่าแก่ ท่านสามารถ อิสระเดินเล่นชมเมืองตามอัธยาศัย เมืองซาร์ลาต์ ซึ่งพัฒนาขึ้นรอบอารามเบเนดิกตินขนาดใหญ่ในยุคกลาง ได้กลายเป็นศูนย์กลางทางการเมืองและตุลาการที่สำคัญตั้งแต่ศตวรรษที่ 15 ส่งผลให้เกิดช่วงเวลาของการก่อสร้างในสไตล์เรเนสซองส์ ด้วยจำนวนอาคารและอนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์ที่น่าประทับใจมากมายในใจกลางเมือง ซาร์ ลาต์จึงเป็นสถานที่ที่น่าสนใจสำหรับทั้งสถาปนิกและนักประวัติศาสตร์ในการศึกษามาโดยตลอด มีชื่อเสียงในด้านมรดกทางสถาปัตยกรรมอันงดงามของหินปูนสีน้ำผึ้งและหลังคาแบบลอเซ่ ถนนที่ปูด้วยหินของซาร์ลาต์ไม่เคยทำให้ผู้มาเยือนผิดหวัง ไม่ว่าจะเป็นการเดินไปตามตรอกแคบๆ ผ่านลานภายในที่สวยงาม และผ่านจัตุรัส Place de la Libert ที่งดงาม เมืองซาร์ลาต์ยังคงสามารถอนุรักษ์ความเป็นเมืองโบราณไว้ได้อย่างดีเยี่ยม และเจริญรุ่งเรืองด้วยการผสมผสานที่น่าสนใจของอาคารยุคกลางและเรเนสซองส์ ที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างสวยงาม บ้านเรือนหินสีทองและไม้ด้านหน้าอันงดงาม รวมถึงคฤหาสน์ส่วนตัวสมัยศตวรรษที่ 15 และ 16 ที่มีงานแกะสลักหินอันวิจิตรตระการตา ตั้งตระหง่านอยู่เหนือถนนที่คึกคัก (และส่วนใหญ่ปลอดรถยนต์) มอบบรรยากาศเมืองตลาดในยุคกลางให้แก่ผู้มาเยือนซาร์ลาต์
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
หลังอาหารเดินทางสู่ รอกามาดูร์ (Rocamadour) (70 กม.) เมืองนี้ตั้งอยู่ใน จังหวัดล็อต (Lot) แคว้นมีดี-ปีเรเน (Midi-Pyrnes) เป็นหนึ่งใน 10 เมืองริมหน้าผาที่สวยที่สุดในโลก Rocamadour เป็น สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของพระแม่มารี และเป็นจุดหมายของนักแสวงบุญมา เป็นเวลาหลายศตวรรษ ถือเป็น ที่สุดของที่สุด ที่นักบุญปรารถนาจะมาเยือนสักครั้งในชีวิต ความอัศจรรย์ของเมืองนี้อยู่ที่ อารามแขวนตัวบนหน้าผา ซึ่งสร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 11 ด้านล่างหมู่บ้านมี แม่น้ำ Dordogne ไหลผ่าน ชื่อเมืองมาจาก Roc = หิน/หน้าผา และ Amadour = Saint Amador นักบุญอามาดูร์ ผู้ซึ่งศพไม่เน่าเปื่อยถูกค้นพบในปี ค.ศ. 1166 เมืองนี้อยู่บน เส้นทาง Camino de Santiago มุ่งสู่สเปน จากตัวหมู่บ้านด้านล่าง จะมี บันไดใหญ่ขึ้นสู่ยอดเขา โดยเส้นทางขึ้นมีวิวสวยงาม มุ่งไปยัง อารามแขวนตัวบนหน้าผา และ Chteau บนสุดของเขา นักแสวงบุญจะไปสักการะ Black Virgin & Child ภายใน วิหาร Notre Dame จากนั้นนำท่าน ขึ้นชมโบสถ์ Rocamadour และชมความสวยงามของโบสถ์เรียงรายริมหน้าผา จากนั้น ลงสู่ด้านล่าง เดินชมเมืองเก่า ถนนสายหลักที่มีเสน่ห์ชวนหลงใหล อิสระให้ท่านเดินเล่นหรือเลือกซื้อสินค้าที่ระลึกตามอัธยาศัย
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร เมนูพิเศษ ฟัวกรา ตับห่าน ต้นตำหรับ / จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก
พักที่: Au Grand De Sarlat Hotel หรือที่พักระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ เมืองแบนาเกกาเซอนัก (Beynac-et-Cazenac) (12 กม.) เมืองนี้ตั้งอยู่ใน จังหวัด Dordogne แคว้นอากีแตน (Aquitaine) เมือง Beynac-et-Cazenac เป็น ที่ตั้งของปราสาทแบนา (Chteau de Beynac) และได้รับการจัดให้เป็น หนึ่งในหมู่บ้านที่สวยที่สุดของฝรั่งเศส ตัวเมืองมีลักษณะคล้ายกับเมือง La Roque Gageac แต่เมือง Beynac-et-Cazenac โดดเด่นด้วย ปราสาทที่ตั้งสมบูรณ์อยู่เหนือเมือง เดินเล่นชมเมืองตามอัธยาศัย จากนั้นเดินทางกลับสู่ เมืองซาร์ลา - ลา-กาเนดา (Sarlat-la-Canda) เมืองสีน้ำผึ้งใน สไตล์ Renaissance ตั้งแต่ศตวรรษที่ 14 บ้านเรือนเรียงรายตามตรอกซอกซอยอย่างมีเสน่ห์ อาคารเก่าแก่ยังคงได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี เปรียบเสมือนนำท่าน ย้อนอดีตสู่ยุคกลางอีกครั้ง เมือง Sarlat เป็น หนึ่งในจุดหมายยอดนิยมของนักท่องเที่ยว นอกจากความสวยงามของเมืองแล้ว ยังมีชื่อเสียงด้าน Foie gras (ตับห่าน) ท่านสามารถเดินชมเมืองและเลือกซื้อ สินค้าพื้นเมืองตามอัธยาศัย - นำท่านเดินทางสู่เมือง “ลา โรก-กาฌัก” (La Roque-Gageac) (13 กม.) เมืองที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ ตั้งอยู่ในจังหวัดดอร์ดอญ (เปรีกอร์ นัวร์) ในภูมิภาคนูแวล-อากีแตน ตั้งอยู่เชิงหน้าผาหินปูนสูงตระหง่านริมฝั่งแม่น้ำดอร์ดอญ หมู่บ้านแห่งนี้ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งใน “หมู่บ้านที่สวยที่สุดในฝรั่งเศส” (Plus Beaux Villages de France) หมู่บ้านที่เหมือนหลุดออกมาจากภาพวาด
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
เดินเล่นชมบ้านเรือนอันงดงามถนนที่ปูด้วยหินกรวดอันซับซ้อน ป้อมปราการแบบถ้ำ และโบสถ์สไตล์โรมาเนสก์ที่ตั้งตระหง่านเหนือหุบเขา ด้วยทำเลที่ตั้งอันโดดเด่นและภูมิอากาศอันน่าทึ่ง นำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านแซ็ง ซีร์ค-ลาโปปี (Saint-Cirq-Lapopie) (75 กม.) หมู่บ้านที่สวยที่สุดของฝรั่งเศส และยังได้รับการโหวตว่าเป็น “หมู่บ้านที่สวยที่สุดในฝรั่งเศส” แซ็ง ซีร์ค-ลาโปปีเป็นหมู่บ้านเก่าแก่หลายร้อยปี ตั้งอยู่กลางป่าเขา มีประชากรเพียงประมาณ 250 คน ตั้งอยู่บนหน้าผาของซอกเขา La valle du Lot ที่มีแม่น้ำ Lot ไหลผ่านหมู่บ้านสร้างมาตั้งแต่ยุคกลาง อาคารบ้านเรือน ปราสาท และโครงสร้างเก่าแก่ยังคงได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดี นำท่านเดินเล่นชมหมู่บ้านเก่าแก่ เปรียบเสมือน ย้อนกลับสู่ยุคกลาง ท่านสามารถเลือกซื้อ สินค้าที่ระลึกตามอัธยาศัย
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร / จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก
พักที่: Best Western Plus Hotel Divona Cahors / หรือเทียบเท่าระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองนาฌัก (Najac) (46 กม.) ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส แนวแม่น้ำ Aveyron ตัวหมู่บ้านอยู่บนเนินเขา พร้อมวิวป้อมปราการขนาดใหญ่ของ Chteau de Najac ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมือง Najac เป็นเมืองที่เงียบสงบ แต่ยังได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว เป็นหนึ่งใน Les Plus Beaux Villages de France ท่านจะได้ชม บ้านเรือนยุคกลางที่ได้รับการอนุรักษ์อย่างสมบูรณ์ นอกจากนี้ยังเป็น แหล่งผลิตแฮมคุณภาพชั้นยอด / จากนั้นเดินทางสู่เมืองอาลบี (Albi)(48 กม.) เมืองเล็กๆ ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำทาร์น มีประวัติศาสตร์อันยาวนานจากความขัดแย้งทางศาสนาในยุคกลาง เมืองนี้มีชื่อเสียงด้านเมืองอิฐแดงของอาคารวิหารและพระราชวัง ซึ่งตั้งตระหง่านเหนือย่านเมืองเก่ายุคกลาง และแม่น้ำทาร์นจากยอดมหาวิหาร
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านชมเมืองอาลบี (Albi) สัมผัสใจกลางเมืองอาลบี ศูนย์กลางประวัติศาสตร์ของเมืองอัลบีได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกของยูเนสโกในปี 2010 กลุ่มสถาปัตยกรรมอิฐสีส้มนี้ยังคงความเป็นเอกลักษณ์อย่างน่าทึ่ง โครงข่ายเมืองอันโดดเด่นซึ่งสร้างขึ้นจากอิฐชนิดพิเศษ ทำให้เมืองอัลบีได้รับฉายาว่า “เมืองสีแดง” บรรยากาศอันเป็นเอกลักษณ์ การก่อสร้างลักษณะนี้ทำให้มีรูปแบบสถาปัตยกรรมที่ไม่เหมือนใครในยุโรป นั่นคือมหาวิหารและพระราชวังแบร์บี ซึ่งเป็นหนึ่งในอาคารอิฐเผาที่ใหญ่ที่สุดในโลก ชมมหาวิหารแซ็งต์-เซซีล ซึ่งตั้งอยู่ติดกับพระราชวังแบร์บี (Palais de la Berbie) มหาวิหารแซ็งต์-เซซีลเป็นผลงานชิ้นเอกสไตล์โกธิกฝรั่งเศสตอนใต้ นอกจากนี้ยังมีโบสถ์แซ็งต์-ซาลวี (Saint-Salvi Collegiate) และระเบียงคด (Cloister) รวมถึงสะพานปงต์-วิเยอ (Pont-Vieux) เหนือแม่น้ำทาร์น (Tarn) (หนึ่งในสะพานที่เก่าแก่ที่สุดในฝรั่งเศส) นำท่านออกเดินทางสู่เมือง “การ์กาซอน” (Carcassonne) (107 กม.)
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่: TRIBE Carcassonne หรือเทียบเท่าระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้าที่ห้องอาหารของโรงแรม
หลังอาหารนำท่านชมเมืองการ์กาซอนคืออีกเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของแคว้นล็องก์ดอค-รูซียงและยังเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์อันเก่าแก่มาตั้งแต่ยุคสมัยก่อนโรมัน ผ่านชมสะพานวิเยอร์ (Pont Vieux) ที่สร้างขึ้นเพื่อใช้ในการข้ามแม่น้ำโอด (Aude) ชมปราสาทการ์กาสซอนน์ (Chteau Comtal) ซึ่งตั้งอยู่ ภายในกำแพงเมืองเก่าการ์กาสซอนน์ ปราสาทแห่งนี้เป็น ศูนย์กลางของเมืองยุคกลาง และมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์อย่างยิ่ง ต่อมา ปราสาทการ์กาสซอนน์ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การ UNESCO ในปี 1997 ภายในปราสาทท่านสามารถเดินชม สถาปัตยกรรมยุคกลางที่ยังคงสมบูรณ์มาก
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
จากนั้น เดินทางสู่ เมืองตูลูส (Toulouse) (110 กม.) เมืองหลักของจังหวัด Haute-Garonne นำท่านชม จัตุรัสกลางเมือง (Place du Capitole) ซึ่งเป็นจัตุรัสกว้างใหญ่ ตั้งอยู่กลางเมือง สร้างครั้งแรกในศตวรรษที่ ถ่ายรูปกับ มหาวิหารแซงต์-แซร์แนง (La Basilique Saint-Sernin) สร้างขึ้น ในศตวรรษที่ 11–13 เป็น สถาปัตยกรรมโรมาเนสก์ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น มรดกโลก UNESCO ตั้งแต่ปี 1998 มหาวิหารแห่งนี้เป็นงานสถาปัตยกรรมผสมผสาน ระหว่างศิลปะโรมาเนสก์และโกธิค โดยหอระฆังสูงทรงแปดเหลี่ยมเป็นศิลปะแบบโกธิค ส่วนตัววิหารเป็นศิลปะโรมาเนสก์ สร้างขึ้นเพื่อ บูชานักบุญแซร์แนง (Saint Sernin) และเป็นที่ตั้งศพของท่าน
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่: First Name hotel Toulouse หรือเทียบเท่าระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม // จากนั้นท่านเดินทางสู่ สถานีรถไฟเมืองบอร์โด
….. ออกเดินทางสู่ กรุงปารีส (Paris) ด้วย รถไฟ TGV ความเร็ว 300 กม./ชม. ใช้เวลา 2 ชม.30 นาที (หมายเหตุ: รอบรถไฟอาจมีการเปลี่ยนแปลง)
….. เดินทางถึงกรุงปารีส เมืองหลวงของประเทศฝรั่งเศส ตั้งอยู่บน แม่น้ำแซน บริเวณตอนเหนือของประเทศฝรั่งเศสในใจกลางแคว้น อีล-เดอ-ฟรองซ์ เมืองที่มีการตั้งถิ่นฐานมากว่า 2,000 ปี และเป็นมหานครที่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็น เมืองหลวงด้านแฟชั่น
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย หลังอาหารเดินเล่นย่านถนนแฟชั่น ชองเอลิเซ่ (Champs-Elyses) ถนนยาวกว่า 2 กิโลเมตร ร่มรื่นไปด้วยต้นเมเปิ้ลตลอดสองข้างทาง ถือเป็นหนึ่งในถนนที่สวยที่สุดในโลก เต็มไปด้วยร้านแบรนด์เนมมากมาย อิสระช้อปปิ้งตามอัธยาศัย พร้อมชม ประตูชัย (Arc de Triomphe) สัญลักษณ์แห่งชัยชนะ สร้างขึ้นโดยจักรพรรดินโปเลียนในปี ค.ศ. 1806 นำท่านเก็บภาพหอไอไฟลย่าน เอโกล มิลิแตร์ cole Militaire ซึ่งเป็นโรงเรียนทหารเก่าแก่ของฝรั่งเศส เป็นย่านที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรม โดยมีอาคารของ cole Militaire เป็นจุดเด่น และยังเป็นส่วนหนึ่งของย่าน Invalides ซึ่งเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ทหารและสถานที่สำคัญอื่นๆ อีกด้วย นำท่านเดินทางสู่บริเวณ “จัตุรัสทรอคาเดโร” ได้ถ่ายภาพคู่กับ “หอไอเฟล” สัญลักษณ์อันโดดเด่นของมหานครปารีส
จากนั้น นำท่าน “ล่องเรือแม่น้ำแซนน์ (Seine River)” ผ่านสถานที่สำคัญโบราณสถานและอาคารที่เก่าแก่สร้างด้วยศิลปะแบบเรอเนสซองส์ สร้างภาพให้ปารีสโดดเด่นเป็นมหานครที่งดงามแห่งหนึ่งของโลก เข้าสู่ “จัตุรัสคองคอร์ด (Place de la Concorde)” ที่พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 และพระนางมารีอังตัวเนตถูกตัดสินประหารชีวิตโดยกิโยตินในสมัยปฏิวัติฝรั่งเศส จากนั้นชม “โบสถ์แองแวริด (Les Invalides)” เป็นโบสถ์และพิพิธภัณฑ์ทหารในกรุงปารีส มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรม โดนเด่นด้วยโดม (Dme des Invalides) ที่เป็นเอกลักษณ์สีทอง ความสูงกว่า 100 เมตร ซึ่งเป็นที่ฝังพระศพของจักรพรรดินโปเลียนที่ 1
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร / จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก
พักที่: Renaissance Paris La defense หรือเทียบเท่าระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
หลังอาหารนำท่านเข้าชมภายใน “พิพิธภัณฑ์ลูฟร์” (ไกด์ประจำพิพิธภัณฑ์ คอยบรรยายตามจุดต่างที่สำคัญๆของพิพิธภัณฑ์) เป็นพิพิธภัณฑ์ที่สำคัญและยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกเป็นสถานที่ตั้งแสดงศิลปวัตถุนับชิ้นไม่ถ้วน ภายในจัดแสดงศิลปวัตถุชิ้นสำคัญอาทิ ภาพวาด โมนาลิซ่า ของลีโอนาร์โด ดาวินชี, รูปปั้นวีนัส เดอมิโล, รูปแกะสลักทาสของไมเคิล แองเจโล ฯลฯ
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
อิสระทุกท่านช้อปปิ้งสินค้าปลอดภาษีที่ Duty Free อิสระกับการ ช้อปปิ้งสินค้าตามรสนิยมแบรนด์ชื่อดังนานาชนิด อาทิ น้ำหอม เสื้อผ้ากระเป๋า เครื่องสำอาง จากนั้นสินค้าแบรนด์เนมชื่อดังที่อิสระกับการช้อปปิ้งที่ห้างสรรพสินค้าแกลลารี-ลาฟาแยตต์ Galeries Lafayette Paris Haussmann ห้างสรรพสินค้าหรูของฝรั่งเศส ซึ่งใหญ่ที่สุดในยุโรป ห้างสรรพสินค้าที่มีชื่อเสียงระดับโลก เป็นสัญลักษณ์ของความสง่างามแบบฝรั่งเศส ห้างสรรพสินค้าแห่งนี้มีสินค้าแบรนด์เนมมากกว่า 3,500 แบรนด์ ร้านอาหารมากมาย ระเบียงที่มองเห็นอนุสรณ์สถานต่างๆ ของปารีส แบ่งออกเป็น 3 ร้านค้า ได้แก่ Coupole, L’Homme และ Le Gourmet
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร / จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก
พักที่: Renaissance Paris La defense หรือเทียบเท่าระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
หลังอาหารเดินทางสู่สนามบิน (กรุณาตรงต่อเวลานัดหมาย)เพื่อให้ท่านได้มีเวลาทำ TAX REFUND คืนภาษีก่อนการเช็คอิน อาหารกลางวันอิสระตามอัธยาศัย
12.30 ออกเดินทางสู่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสายการบินไทยเที่ยวบินที่ TG931
06.00 เดินทางถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ / โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ
18 ซอย27 (บุญศิริ 2) ถนนสุขุมวิท ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ 10270
ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
ค้นหาโปรแกรมทัวร์
หน้าหลัก
ขอใบเสนอราคา