
| วันเดินทางไป - กลับ | ผู้ใหญ่ท่านละ | พักเดี่ยวเพิ่มเงิน | ราคาเด็กท่านละ | |
|---|---|---|---|---|
| 29 เม.ย. 69 - 08 พ.ค. 69 | 142,900 บาท | 35,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 15 พ.ค. 69 - 24 พ.ค. 69 | 139,900 บาท | 32,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 29 พ.ค. 69 - 07 มิ.ย. 69 | 142,900 บาท | 32,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 19 มิ.ย. 69 - 28 มิ.ย. 69 | 142,900 บาท | 32,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 24 ก.ค. 69 - 02 ส.ค. 69 | 145,900 บาท | 32,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
21.30 คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารต่างประเทศ ชั้น 4 สายการบินไทย โดยมีเจ้าหน้าที่ บริษัทฯ คอยอำนวยความสะดวกก่อนเดินทาง
00.50 ออกเดินทางสู่กรุงมิวนิค ประเทศเยอรมัน โดยสายการบินไทยเที่ยวบินที่ TG924
07.05 เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติมิวนิค นำท่านเดินทางเข้าสู่เมืองมิวนิค หลังผ่านการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรแล้ว นำท่านออกเดินทางสู่ “หมู่บ้านฮัลล์สตัทท์” (Hallstatt) หมู่บ้านน่ารักริมฝั่งทะเลสาบฮัลล์สตัทท์ นำท่านชมเมืองฮัลล์สตัทท์ เมืองที่ตั้งอยู่ใจกลางดินแดนแห่งเทพนิยาย “ซาลสกัมแมร์กูท” ดุจดังพลอยเม็ดงามประดับอยู่เชิงเขา “ดัคชไตน์” นำท่านเที่ยวชมสถาปัตยกรรมที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวด้วยการตกแต่งบ้านด้วยงานไม้และวิถีชีวิตชาวเมืองท้องถิ่นที่ยังคงยึดติดกับจารีตประเพณีดั้งเดิม หัวหน้าทัวร์จะนำท่านเดินผ่านตัวเมืองไปสู่จุดชมวิวที่อยู่ท้ายหมู่บ้านระหว่างทางผ่านชมบ้านเรือนและร้านขายของที่ระลึกมากมาย (บริเวณจุดชมวิวขอความกรุณาทุกท่านไม่ส่งเสียงดังหรือเข้าไปถ่ายรูปในบริเวณบ้านของคนท้องถิ่น) จากนั้นมีเวลาอิสระทุกท่านตามอัธยาศัย
เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมืองเมนูพิเศษ ปลาเทราส์อบ เสริฟทั้งตัว พร้อมเครื่องดื่ม
บ่าย นำท่านออกเดินทางสู่ “เมืองซอลส์เบิร์ก” (Salzburg) นำท่านเดินทางตามเส้นทางของภาพยนตร์ชื่อดัง “เดอะซาวน์ออฟมิวสิก” ชมความสวยงามตามธรรมชาติระหว่างทาง นำท่านเข้าสู่ “เมืองซอลส์เบิร์ก” เมืองที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสี่ของประเทศออสเตรีย เมืองแห่งนี้เต็มไปด้วยศิลปะแบบบารอก จนได้ชื่อว่าเป็นนครหลวงแห่งศิลปะบารอก เป็นเมืองเกิดของคีตกวีเอกของโลก โวล์ฟกังก์อมาเดอุส โมสาร์ท (Wolfgang AmadeusMozart) และเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์อมตะเรื่อง The Sound of Music และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก้เมื่อปี ค.ศ. 1997 นำท่านเดินเข้าชม “สวนมิราเบลล์” (Mirabell Garden) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพระราชวังมิราเบลล์ ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1606 โดยพระราชประสงค์ของเจ้าชาย อาร์คบิชอป วูล์ฟดาย์ทริซ ปัจจุบันเป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมที่สุดของคู่บ่าวสาวและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก มีเวลาให้ท่านเดินชมและเก็บภาพความสวยงาม จากนั้นนำท่านเดินข้ามสะพานแม่น้ำซอลซาค (Salzach River) อันงดงามมุ่งสู่ เขตเมืองเก่าเพื่อถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับบ้านของโมสาร์ท โมซาร์ทเกิดในปี ค.ศ. 1756 ในบ้าน Hagenauer Haus เลขที่ 9 จากนั้นนำท่านชมสถานที่ที่สำคัญๆ ของเมืองเก่าที่ท่านต้องตื่นตาตื่นใจกับความงดงามของสถานที่ต่างๆ เหล่านั้น จากนั้นมีเวลาอิสระเพื่อให้ได้ท่านสนุกสนานกับการจับจ่ายใช้สอยในการเลือกซื้อสินค้าแบรนด์เนม, สินค้าที่ระลึกชื่อดังมากมาย ตลอดจนขนมและซ็อคโกแลตชื่อดังจากออสเตรียมากมาย
ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร / จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก
พักที่: AUSTRIA TREND HOTEL, SALZBURG หรือที่พักระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
หลังอาหารเดินทางสู่ “เมืองเบิร์ชเทสกาเด้น” (Berchtesgaden) เจ้าของเส้นทางดิอัลไพน์โร้ด 1 ใน 6 เส้นทางแสนสวยและยังเป็นเส้นทางเก่าแก่ที่สุดที่นักท่องเที่ยวนิยมใช้เลาะเลียบเทือกเขาแอลป์ เมืองนี้ถูกก่อตั้งขึ้นให้เป็นศูนย์กลางทางการค้าและการสำรวจหาเกลือและสินแร่บริเวณเมืองเก่าเต็มไปด้วย ศิลปะการสร้างอาคารในรูปแบบบาวาเรียตอนบน ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวตกแต่งด้วยลายปูนสไตล์สตัดโก้ และในอดีตเคยเป็น ฐานบัญชาการใหญ่ของกองทัพนาซีทางตอนใต้ แวะชมวิวความงดงามของ “ทะเลสาบโคนิคซี” (Konigssee) กล่าวกันว่าทะเลสาบโคนิคส์เป็นทะเลสาบที่มีน้ำใสบริสุทธิ์มากที่สุดในประเทศเยอรมัน ในทะเลสาบแห่งนี้จึงอนุญาติให้เรือที่ใช้เครื่องยนต์ไฟฟ้าและเรือพายเท่านั้นที่สามารถใช้สัญจรได้
เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร เมนูพิเศษ!! ขาหมูเยอรมันเสิร์ฟพร้อมเบียร์เยอรมันรสเลิศ
บ่าย นำท่านเที่ยวชม “เมืองอาร์มเซา” (Ramsau) เมืองท่องเที่ยวในเทือกเขาแอลป์บาวาเรีย เป็นเมืองเล็กๆ ที่โอบล้อมด้วยขุนเขาและสายน้ำสวยงาม ชมโบสถ์เซนต์เซบาสเตียน (The Church of St. Sebastian) คริสตจักรนิกายโรมันคาทอลิกที่มักปรากฏบนโปสการ์ดและได้รับความนิยมมากในหมู่นักถ่ายภาพและเหล่าจิตรกร เนื่องจากที่ตั้งของโบสถ์มีความสวยงามและมีภูมิทัศน์สำหรับการวาดภาพ จากนั้นเดินทางสู่ “เมืองอินซ์บรูกซ์” (Innsbruck) เมืองท่องเที่ยวในแคว้นทิโรล แห่งลุ่มแม่น้ำอินน์ที่มีอายุกว่า 800 ปี อดีตเคยเป็นศูนย์กลางทางการค้าบนถนนสายโรมัน Via Cuaudla Augusta ตั้งอยู่ใจกลางเทือกเขาแอลป์ซึ่งเป็น แหล่งสกีเป็นที่รู้จักกัน ดีของชาวยุโรป จนได้รับความไว้วางใจให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิคฤดูหนาวถึง 2 ครั้ง นำท่านสู่ “ถนนมาเรียเทเรซ่า” ถนนสายหลักของเมืองอินน์สบรูก เชื่อมระหว่างเขตเมืองเก่ากับย่านช้อปปิ้งสมัยใหม่ ตรงกลางถนนเป็นที่ตั้งของ “เสาอันนาซอยแล” (เสานักบุญแอนน์) ซึ่งตั้งขึ้นเพื่อรำลึกถึงการถอนกองกำลัง ทหารบาวาเรีย ออกไปจากเมือง เข้าสู่ “ย่านเมืองเก่า” ที่ยังคงสภาพและบรรยากาศของยุคกลางได้เป็นอย่างดี อาคารบ้านเรือนที่มีอาร์คเดคชั้นล่างและมีมุขยื่นออกมาที่ชั้นบน แสดงให้เห็นถึง สถาปัตยกรรมแบบโกธิคตอนปลาย และเรอเนสซองส์ นำท่านชมสัญลักษณ์ของเมือง “ หลังคาทองคำ ” Golden Roof ที่สร้างในปี ค.ศ.1500 สมัยจักรพรรดิแม็กซิมิเลี่ยนที่ 1 หลังคามุงด้วยแผ่นทองแดงเคลือบทองสว่างไสว และโรงแรมเก่าแก่ประจำเมือง โรงแรมโกลเดนเนอร์แอดเลอร์ ซึ่งเคยใช้ในการต้อนรับเจ้านายในราชวงศ์และบุคคลชั้นสูงจากต่างแดนหลายท่าน
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก: AC HOTEL BY MARRIOTT INNSBURG หรือที่พักระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
หลังอาหารเดินทางสู่หมู่บ้านมิทเทนวาลด์ หมู่บ้านยุคกลางที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของแม่น้ำน้ำอิซาร์ พรมแดนบาวาเรีย-กับทีโรล หลายศตวรรษที่ผ่านมา เมืองมิทเทนวาลด์เป็นประตูการค้าสู่ภาคใต้ และต่อมามีชื่อเสียงจากการทำไวโอลิน ศูนย์กลางประวัติศาสตร์ยังคงเป็นพยานถึงความเจริญรุ่งเรืองทางวัฒนธรรมและประเพณีเก่าแก่ที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้จนถึงปัจจุบัน เดินเล่นชมหมู่บ้านที่มีความสวยงามรอบด้านและรายล้อมไปด้วยบ้านเก่าๆ ที่ทาสีไว้ ศูนย์กลางการที่สงบเงียบนี้ขยายไปรอบๆ โบสถ์เซนต์ปีเตอร์และเซนต์พอล นับเป็นส่วนที่เก่าแก่ที่สุดของหมู่บ้าน Gries และเขตคนเดินถนนใน Obermarkt (จัตุรัสตลาดบน) เป็นที่ตั้งของร้านอาหารและร้านค้ามากมาย นำท่านออกเดินทางสู่เมืองฟุสเซ่น ระหว่างเส้นทางแวะชมสำนักสงฆ์แห่งเมือง เอททัล (Kloster Ettal) ได้รับการขึ้นทะเบียน UNESCO สำนักสงฆ์แห่งนี้ ก่อตั้งเมื่อ ค.ศ. 1330 ตรงกับวันสมโภชประจำปีของนักบุญวิทาลลิสแห่งมิลาน (Vitalis of Milan) โดยพระเจ้าหลุยส์ที่ 4 แห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ จากนั้นจากนั้นเดินทางหน้าสู่ “หมู่บ้านโอเบอรามาเกา” (Oberammergau)
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย หลังอาหารนำท่านเดินเล่นชมหมู่บ้านเล็กๆ ที่ งดงามด้วย ภาพเขียนสีบนผนังบ้านเรือน มีเนื้อหาเกี่ยวกับคริสต์ศาสนาทั่วทั้งเมือง ในตัวเมืองมีร้านค้าของที่ระลึก, สินค้าแฟชั่น, ร้านอาหารเล็กๆ มากมาย เมืองนี้มีชื่อเสียงเนื่องจากเป็นสถานที่จัดงานคริสต์นาฏกรรม “The Passion Play” ยิ่งใหญ่ที่สุดในเยอรมันจัดชขึ้นทุกๆสิบปี เพราะเหตุนี้จึงมีร้านค้าที่จำหน่ายสินค้าของที่ระลึกสำหรับศาสนิกชนอยู่มากมายโดยเฉพาะงานแกะสลักจากไม้ มีเวลาให้ท่านเก็บภาพประทับใจกับบรรยากาศที่คลาสสิกในหมู่บ้านแห่งนี้ สมควรแก่เวลา เดินทางสู่เมืองฟุส จุดที่ถนนโรแมนติก Via Claudia Augusta และถนนเทือกเขาแอลป์ของเยอรมนีมาบรรจบกัน และได้รับ ฉายาว่า Village of the king’s castles เพราะเป็นที่ตั้งของปราสาทนอยชวานสไตน์ Neuschwanstein และปราสาทโฮเฮนชวานเกา Hohenschwangau เมืองฟุสเซนเป็นแหล่งรวมประวัติศาสตร์ที่มีชีวิตยาวนานกว่า 2,000 ปี ซึ่งเริ่มต้นจากชาวโรมันและประสบความรุ่งเรืองครั้งแรกในสมัยจักรพรรดิแม็กซิมิเลียนที่ 1 ต่อมามีกษัตริย์ในเทพนิยายชื่อลุดวิจที่ 2 ขึ้นครองราชย์ เมืองที่สูงที่สุดของบาวาเรียสร้างความประทับใจให้กับตรอกซอกซอยในยุคกลาง อาคารประวัติศาสตร์ กำแพงเมืองเก่า และอื่นๆ อีกมากมาย ร้านกาแฟและร้านอาหารบรรยากาศอบอุ่นมากมาย ร้านค้าและจัตุรัสต่างๆ
ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร / จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก
พักที่ : HIRSCH HOTEL FUSSEN หรือที่พักระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
นำท่านเข้าชมภายใน “ปราสาทนอยชวานชไตน์” (Neuschwanstein Castle) ปราสาทที่ได้ชื่อว่าเป็นต้นแบบการสร้างปราสาทเทพนิยายของเจ้าหญิงนิทรา แห่ง ดีสนีย์แลนด์ ตัวปราสาทซึ่งได้ถูกตกแต่งไว้อย่างอลังการตั้งอยู่ในเทือกเขาแอลป์แถบแคว้นบาวาเรียประเทศเยอรมนีสร้างในสมัยพระเจ้าลุดวิกที่ 2 แห่งบาวาเรียในช่วงค.ศ. 1845-86 ตัวปราสาทตั้งอยู่บนบนหินผาขนาดใหญ่ยักษ์สูงกว่า200 เมตรเหนือออบแก่งของแม่น้ำพอลลัทสมควรแก่เวลานำคณะลงจากปราสาท (*กรณีคิวการเข้าชมภายในปราสาทนอยชวานชไตน์เต็ม บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการนำท่านไปถ่ายรูปคู่กับปราสาทนอยชวานชไตน์(ภายนอก)และนำท่านเข้าชม ปราสาทโฮเฮนชวานเกาแทน)
เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย นำท่านออกเดินทางสู่ “กรุงวาดุส” เมืองหลวงของประเทศ ลิกเตนสไตน์ (Liechtenstein) หรือชื่ออย่างเป็นทางการราชรัฐลิกเตนสไตน์เป็นประเทศเล็กๆที่ถูกล้อมรอบด้วยเทือกเขาแอล์ปที่ไม่มีทางออกสู่ทะเลและตั้งอยู่ในทวีปยุโรปกลางมีพรมแดนด้านตะวันออกติดกับประเทศออสเตรียและด้านตะวันตกติดกับสวิตเซอร์แลนด์ถึงแม้ประเทศนี้จะมีขนาดเล็กและเต็มไปด้วยภูเขาสูงแต่ก็มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายเป็นเสมือนที่รวมสถานที่ท่องเที่ยวในยุโรปทั้งหมดนอกจากนี้ลิกเตนสไตน์ยังเป็นที่นิยมของนักเล่นกีฬาฤดูหนาวและยังมีชื่อเสียงในฐานะเป็นประเทศที่เก็บภาษีต่ำมากประเทศหนึ่งด้วย
นำท่านออกเดินทางมุ่งหน้าสู่ “เมืองอินเทอร์ลาเก้น” เมืองหลวงของแบร์นเนอร์โอเบอร์ลันด์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์เมืองตากอากาศสวยงามพร้อม ทะเลสาบสองแห่งกลางเมืองคือ Thunersee และ Brienzersee ท่ามกลางเทือกแอล์ปมียอดเขาเขาน้อยใหญ่มากมายโดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านจะได้เห็นเขายอดเขาจุงเฟรา อันลือชื่อ, นาฬิกาดอกไม้, คาสิโนฯลฯ เมืองนี้แหละคือสวิสฯ แบบสุดๆอย่างที่หลายคนยังไม่เคยได้สัมผัส มีเวลาให้ท่านได้อิสระกับการเลือกซื้อสินค้าสวิสฯ อาทิเช่น นาฬิกาแบรนด์เนมชื่อดัง, มีดพับสวิส, ช็อคโกแลต ฯลฯ ท่านสามารถเดินเล่นถ่ายภาพกับบรรยากาศอันแสนโรแมนติกได้ตามสบาย ได้เวลาสมควรนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก
ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ เมนูพิเศษ ! อาหารพื้นเมืองชาวสวิส "ฟองดู" (Fondue) ทั้งสามชนิด ชีส, เนื้อสัตว์, ช๊อคโกแล๊ต สัมผัสวัฒนธรรมแบบสวิตเซอร์แลนด์ ฟองดูชีส ปรุงโดยการนำเอาชีส มาตั้งไฟและหลอมละลายรวมกับไวน์ขาว
พักที่: METROPOL HOTEL / BELLEVUE HOTEL / THE Hey Hotel INTERLAKEN หรือระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
หลังอาหารเดินทางเข้าสู่ “หมู่บ้านเลาเทอร์บรุนเนน” ท่านจะได้ชมวิวหมู่บ้านที่น่ารักระหว่างเส้นทางนำท่านผ่านชมวิวน้ำตกชเตาบ์บาค (Staubbach Waterfall) ที่ไหลลงมาจากหน้าผาเสมือนเป็นสัญลักษณ์ของหมู่บ้านแห่งนี้ นำท่านเข้าสู่สถานีรถไฟเลาเทอร์บรุนเนน จากรถไฟฟันเฟือง สายท่องเที่ยวขบวนพิเศษ ที่มีกระจกกว้างกว่าปกติเพื่อชมธรรมชาติของเทือกเขาแอล์ปชมวิวทิวทัศน์อันงดงามของสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อนำท่านพิชิต “ยอดเขาจุงเฟรา” ที่ได้ชื่อว่า “สถานีรถไฟที่สูงที่สุดในยุโรป” เป็นพื้นที่ “มรดกโลก” ทางธรรมชาติแห่งแรกของยุโรป นำท่านเปลี่ยนขบวนรถไฟ (Cog Wheel) ณ “สถานีไคลน์ไชเด็ค” รถไฟที่จะนำท่านเดินทางลอดอุโมงค์ที่ชาวสวิสฯได้ขุดเจาะไว้ที่ความสูงถึง 3,454 เมตร สู่ “สถานีรถไฟที่สูงที่สุดในยุโรป” บนยอดเขาจุงเฟราที่มีความหมายว่า “สาวน้อย” ที่มีความสูง กว่าระดับน้ำทะเลถึง 11,333 ฟุต ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็น Top of Europe เมื่อขบวนรถไฟเดินทางถึงสถานีจุงเฟราแล้ว จากนั้นนำท่านเข้าชม “ถ้ำน้ำแข็ง 1,000 ปี” ที่มีอายุเก่าแก่กว่า 1,000 ปี ชมงานแกะสลักน้ำแข็งที่สวยงามอยู่ใต้ธารน้ำแข็ง 30 เมตร ให้ท่านเก็บภาพเป็นที่ระลึก จากนั้นนำท่านโดยสารลิฟต์ขึ้นสู่ชั้นบนของอาคารเพื่อเดินออกสู่ลานหิมะด้านนอก “ชมกลาเซียร์ หรือ ธารน้ำแข็ง” ให้ท่านได้เก็บภาพความสวยงามและยิ่งใหญ่ของของธารน้ำแข็ง Aletsch ที่ยาวที่สุดในเทือกเขาแอลป์(มรดกโลกทางธรรมชาติ) มีเวลาให้ทุกท่านสนุกสนานบนลานหิมะอย่างเต็มที่ สำหรับภายในตัวอาคารจุงเฟรายังมีห้องนิศรรษการเกี่ยวกับประวัติการสร้างทางรถไฟจุงเฟรา, ร้านจำหน่ายช็อคโกแลตลินน์, ร้านนาฬิกาและร้านจำหน่ายของที่ระลึก ท่านสามารถส่งโปรการ์ดถึงคนพิเศษเพื่อเป็นที่ระลึกจากยอดเขาแห่งนี้ได้อีกด้วย
เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคารบนยอดเขา Panorama Restaurant เมนูพิเศษ!! ไก่อบสไตล์สวิตเซอร์แลนด์
บ่าย ได้เวลาสมควรนำท่านเดินทางลงเขาด้วยรถไฟ ฟันเฟืองสู่สถานีไอเกอร์ (Eiger) เปลี่ยนการเดินทางเป็นกระเช้าไฟฟ้า “นำท่านนั่งกระเช้าชมวิวเทือกเขาแอล์ป ( THE V-CABLEWAY)” ลงสู่สถานีกริลเดลวาล์วกรุนด์ ซึ่งใช้เวลาเพียง 12 นาทีเท่านั้น จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ “เมืองดีจอง” ซึ่งเป็นอีกเมืองหนึ่งที่สวยงามของประเทศฝรั่งเศส อดีตเมืองหลวงแห่งแคว้นเบอร์กันดี และยังเป็นเมืองที่มีความสำคัญในด้านการคมนาคม
ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่: HOTEL MERCURE DIJON CLEMENCEAU หรือที่พักระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
หลังอาหารนำท่านออกเดินทางเข้าสู่ “ มหานครปารีส ” (310ก.ม.) เมืองหลวงของประเทศฝรั่งเศส โดยรถไฟด่วน TGVหรือ Train A Grande Vitesse ด้วยความเร็วกว่า 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมงชมวิวสวยงาม
ระหว่างทาง และเปลี่ยนบรรยากาศ การเดินทางด้วยรถไฟ / ถึงมหานครปารีส นำท่าน ผ่านชม มหานครปารีส ตั้งอยู่บนแม่น้ำแซนน์บริเวณตอนเหนือของประเทศฝรั่งเศสบนใจกลางแคว้นอีล-เดอ-ฟรองซ์ จากการตั้งถิ่นฐานมากว่า 2,000 ปี ปัจจุบันกรุงปารีสเป็นหนึ่งในศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมที่ล้ำสมัยแห่งหนึ่งของโลก และ ด้วยอิทธิพลของการเมือง การศึกษา บันเทิง สื่อ แฟชั่น วิทยาศาสตร์และศิลปะ ทำให้กรุงปารีสเป็นหนึ่งในเมืองที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย หลังอาหารนำท่าน “ล่องเรือชมแม่น้ำแซนน์” พร้อมชมชมสถานที่สำคัญคู่บ้านคู่เมืองสองฝั่งของแม่น้ำแซนน์ โบราณสถานและอาคารที่เก่าแก่สร้างด้วยศิลปะแบบเรอเนสซองส์ ทำให้ปารีสโดดเด่นเป็นมหานครที่งดงามแห่งหนึ่งของโลก อาทิเช่น หอไอเฟล , พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ , ศาลาว่าการ โอเต็ล เดอ วิลส์ ,เกาะเซ็นต์หลุยส์ ,โบสถ์นอร์ทเตรอดาม , พิพิธภัณฑ์ออร์เซย์ , แซงวาลี้ด , พระราชวังบูร์บ็อง ,สะพานอเล็กซานเดอร์ที่ 3 ฯลฯ นำผ่านชม “จัตุรัสคองคอร์ด” Place de la Concorde ที่พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 และพระนางมารีอังตัวเนต ถูกตัดสินประหารชีวิตโดยกิโยตินในสมัยปฏิวัติฝรั่งเศส ชมถนนแห่งแฟชั่น“ ชองเอลิเซ่ ” (Champs-Elysees) ที่มี ความยาวกว่า 2 กิโลเมตรที่ร่มรื่นไปด้ วยต้นเมเปิ้ลตลอดสองข้างทางและถือว่าเป็นถนนที่ติดอันดับสวยที่สุดในโลก นำท่านถ่ายภาพคู่กับ “หอไอเฟล” สัญลักษณ์อันโดดเด่นของมหานครปารีส บริเวณ“จัตุรัสทรอคาเดโร”
จากนั้น นำท่านถ่ายภาพคู่กับ “ประตูชัย” Arc de Triomphe สัญลักษณ์แห่งชัยชนะที่จักรพรรดินโปเลียนให้สร้างขึ้นในปี ค.ศ.180
ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ณ อาหารไทย รสเลิศ
พักที่: HOTEL MERCURE PARIS LA DEFENSE หรือที่พักระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
นำท่านเข้าชมความสวยงามภายใน “พระราชวังแวร์ซายย์” (ไกด์ประจำพระราชวั งคอยบรรยายตามจุดต่างที่สำคัญๆของพระราชวัง) จัดเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคปัจจุบัน เพราะความสวยงามใหญ่โตของตัวปราสาท และสวนดอกไม้ที่มีการตกแต่งไว้อย่างสวยงาม ผู้ที่ก่อสร้างพระราชวังแวร์ซายส์ ที่งดงามแห่งนี้ คือ พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ของฝรั่งเศส นำท่านชมห้องต่างๆ ที่ตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจงตามชื่อเทพเจ้าต่างๆ อาทิเช่น ห้องเฮอคิวลีส, ห้องวีนัส, ห้องนโปเลียน, ห้องอพอลโล, ฮอลล์ออฟมิเรอร์ Hall of Mirrors
เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย หลังอาหารนำท่านเก็บภาพ (ด้านนอก) พิพิธภัณฑ์ลูฟท์ (Palais du Louvre) อดีตเคยทำหน้าที่เป็นป้อมปราการที่สร้างขึ้นโดย Philippe-Auguste ในศตวรรษที่ 12 ได้รับการสร้างขึ้นใหม่เมื่อกลางศตวรรษที่ 16 เพื่อเป็นที่ประทับของราชวงศ์แบบสถาปัตยกรรมยุคเรอเนสซองส์ และสภาปฏิวัติได้เปลี่ยนให้เป็นพิพิธภัณฑ์แห่งชาติในปี 1793 โดยพีระมิดลูฟร์ทำหน้าที่เป็นทางเข้าหลักของพิพิธภัณฑ์ลูฟร์และกลายเป็นสัญลักษณ์ที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดของทั้งพิพิธภัณฑ์และสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ของปารีส จากนั้นนำท่านช้อปปิ้งสินค้าปลอดภาษีที่ Duty Free อิสระกับการ ช้อปปิ้งสินค้าตามรสนิยมแบรนด์ชื่อดังนานาชนิด อาทิ น้ำหอม เสื้อผ้า กระเป๋า กระเป๋าเดินทาง เครื่องสำอาง จากนั้นสินค้าแบรนด์เนมชื่อดังที่ห้างสรรพสินค้า แกลลารี-ลาฟาแยตต์ Galerie Lafayette
ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร มื้อพิเศษ หอยเอสคาโก้ (Escargots au beurre persill), สเต๊กฝรั่งเศสให้ท่านเลือก(เนื้อวัว,เป็ด, ปลา) เสริฟพร้อมไวน์แดงฝรั่งเศส
พักที่: HOTEL MERCURE PARIS LA DEFENSE หรือที่พักระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
ได้เวลานัดหมาย เดินทางเข้าสู่สนามบิน ชาร์ เดอ โกลล์
13.40 ออกเดินทางสู่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสายการบินไทยเที่ยวบินที่ TG931
05.55 เดินทางถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ / โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ
18 ซอย27 (บุญศิริ 2) ถนนสุขุมวิท ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ 10270
ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
ค้นหาโปรแกรมทัวร์
หน้าหลัก
ขอใบเสนอราคา