
| วันเดินทางไป - กลับ | ผู้ใหญ่ท่านละ | พักเดี่ยวเพิ่มเงิน | ราคาเด็กท่านละ | |
|---|---|---|---|---|
| 04 ธ.ค. 69 - 13 ธ.ค. 69 | 185,900 บาท | 45,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 25 ธ.ค. 69 - 03 ม.ค. 70 | 189,900 บาท | 45,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 22 ม.ค. 70 - 31 ม.ค. 70 | 185,900 บาท | 45,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 12 ก.พ. 70 - 21 ก.พ. 70 | 185,900 บาท | 45,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 12 มี.ค. 70 - 21 มี.ค. 70 | 185,900 บาท | 45,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 19 มี.ค. 70 - 28 มี.ค. 70 | 185,900 บาท | 45,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
22.30 สมาชิกทุกท่านพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศชั้น 4 โดยมี เจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยอำนวยความสะดวก
00.20 เหิรฟ้าสู่กรุงออสโล ประเทศนอร์เวย์ โดยสายการบินไทย แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ TG954
06.50 เดินทางถึงสรามบินกรุงออสโล, ประเทศนอร์เวย์ นำท่านผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมือง
เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ในสนามบิน(คืนเงินท่านละ 20 ยูโร)
..... ออกเดินทางสู่เมืองทรอมโซ โดยเที่ยวบินที่.....
..... เดินทางถึงสนามบินทรอมโซ // เดินทางเข้าสู่ตัวเมืองทรอมโซ (Tromso) เมืองเล็กๆ ที่ตั้งอยู่บนเกาะกลางทะเลทางเหนือของนอร์เวย์ มีหิมะปกคลุมภูเขาลูกใหญ่ที่โอบล้อมเมืองเอาไว้ราวกับป้อมปราการ มีสะพานทอดยาวระหว่างเกาะไปยังแผ่นดินใหญ่ ทรอมโซเป็นเสมือนประตูสู่ภาคเหนือของประเทศนอร์เวย์ และอยู่เหนือเส้นอาร์ติก เซอร์เคิล (66 33' 38" องศาเหนือ) จึงมีโอกาสเกิดปรากฏการณ์แสงเหนือ (Aurora) ได้ในช่วงเดือง กันยายน-เมษายน ของทุกปี ในวันที่อากาศดีท่านอาจมีโอกาสได้เห็นแสงเหนือ (Northern Light) อย่างชัดเจนจากเมืองนี้ / นำท่านเข้าเช็ค-อิน โรงแรมที่พัก มีเวลาให้ทุกท่านเดินเล่นเก็บภาพความสวยงามของตัวเมืองหรือเลือกซื้อสินค้าพื้นเมืองรวมถึงอุปกรณ์กันหนาวตามอัธยาศัย
ค่ำ บริการอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
ที่พัก: SCANDIC GRAND, CLARION HOTEL TROMSO หรือที่พักระดับใกล้เคียง
*** ในวันที่อากาศดีท่านอาจได้บเห็นปรากฏการณ์แสงเหนือ (Northern Lights) ในบริเวณโรงแรมที่พัก เนืองจากตั้งอยู่ในบริเวณเส้นอาร์ติด เซอร์เคิล (แสงเหนือเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติไม่สามารถกำหนดหรือทราบล่วงหน้าได้โอกาสที่จะได้เห็นขึ้นอยู่กับสภาพอากาศเป็นสำคัญ) ***
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
นำท่านออกเดินทางสู่ฟาร์มกวางเรนเดียร์ ชาวซามิในเมืองทรอมโซอาศัยและทำงานร่วมกับกวางเรนเดียร์มาหลายชั่วอายุคน ชมฟาร์มเรนเดียร์ที่ชนพื้นเมืองโดยเฉพาะชาวแลปป์ ที่มักเลี้ยงไว้ใช้งาน และเป็นอาหารในเขตหนาว ชมความน่ารักและให้อาหารกวางเรนเดียร์ สัมผัสประสบการณ์ทั้งหมดนี้ในค่ายกวางเรนเดียร์ของเราในเมืองทรอมโซ ประเทศนอร์เวย์ตอนเหนือที่สวยงาม บริการท่านด้วยเครื่องดื่มเบอร์รี่อุ่นๆ พร้อมฟังประวัติความเป็นมาและวัฒนธรรมของชาวซามิ
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
ได้เวลาสมควรนำท่านขึ้นกระเช้า Fjellheisen ไปยังภูเขา (Mt.Storsteinen) เพื่อชมทิวทัศน์ตัวเมือง แม่น้ำ และภูเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะในแบบพาโนรามา ซึ่งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 420 เมตร ให้ท่านได้ชมทัศนียภาพทั่วเมืองทรุมโซ ซึ่งมีลักษณะเป็นเกาะอยู่กลางฟยอร์ด มีเกาะใหญ่ๆ ล้อมรอบ (หมายเหตุ: (บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิในการยกเลิกรายการในการนั่งกระเช้าขึ้นสู่ยอดเขา Fjellheisen ในกรณีที่สภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย หรือมีการปิดซ่อมแซม) นำท่านเก็บภาพมหาวิหารอาร์กติก (ARCTIC CHURCH) หรือที่รู้จักกันในชื่อโบสถ์ทรอมสดาเลนเป็นโบสถ์ในสไตล์โมเดิน สร้างขึ้นในปี 1965 โดยใช้แบบแปลนที่ร่างโดยสถาปนิก แจน อินเก โฮวิก โบสถ์หลังนี้สร้างด้วยคอนกรีตและโลหะเป็นหลัก และสามารถรองรับคนได้ประมาณ 600 คน สถาปนิก Jan Inge Hovig ได้สร้างสรรค์ผลงานชิ้นเอกนี้ไว้ให้แก่ชาวทรอมโซ เนื่องจากปัจจุบันมหาวิหารแห่งนี้เสมือนเป็นสัญลักษณ์สำคัญที่สำคัญของเมือง สามารถมองเห็นได้จากตัวเมืองทรอมโซ, จากสะพานทรอมโซ และเมื่อลงเครื่องบินลงจอดในสนามบินทรอมโซ จากนั้นเดินเล่นชมเมืองทรอมโซ่ เมืองเล็กๆ ที่ตั้งอยู่บนเกาะกลางทะเลทางเหนือของนอร์เวย์ มีหิมะปกคลุมภูเขาลูกใหญ่ที่โอบล้อมเมืองเอาไว้ราวกับป้อมปราการ มีสะพานทอดยาวระหว่างเกาะไปยังแผ่นดินใหญ่ ผสมผสานกับความคลาสสิคของสิ่งปลูกสร้างเก่าแก่ที่ชาวทรอมโซ่ยังอนุรักษ์ไว้ ทั้งโบสถ์ไม้ โบสถ์ไม้เก่าแก่ชื่อ Tromso Cathedral ที่สร้างขึ้นในปี 1861 มีความขลังและงดงามไม่เคยเสื่อมคลาย
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก: SCANDIC GRAND, CLARION HOTEL TROMSO หรือที่พักระดับใกล้เคียง
*** ในวันที่อากาศดีท่านอาจได้บเห็นปรากฏการณ์แสงเหนือ (Northern Lights) ในบริเวณโรงแรมที่พัก เนืองจากตั้งอยู่ในบริเวณเส้นอาร์ติด เซอร์เคิล (แสงเหนือเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติไม่สามารถกำหนดหรือทราบล่วงหน้าได้โอกาสที่จะได้เห็นขึ้นอยู่กับสภาพอากาศเป็นสำคัญ) ***
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
จากนั้นเดินทางสู่เกาะเซนญ่า (175 กม.) เป็นเกาะที่ใหญ่เป็นอันดับสองของนอร์เวย์และตั้งอยู่ในใจกลางของนอร์เวย์ตอนเหนือ ที่ตั้งที่ละติจูด 69.4 องศาเหนือเหนืออาร์กติกเซอร์เคิลทำให้มีโอกาสสัมผัสแสงเหนือตั้งแต่เดือนกันยายนถึงเมษายน รวมถึงพระอาทิตย์เที่ยงคืนและแสงแดดตลอด 24 ชั่วโมงในช่วงฤดูร้อนเกาะที่ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศนอร์เวย์รองจากเกาะฮิโนญ่า ตั้งอยู่เหนืออาร์กติกเซอร์เคิลบนเส้นทางระหว่างหมู่เกาะโลโฟเทนและทรอมโซ ที่มีทิวทัศน์ที่ผสมผสานอันน่าทึ่งของทะเล ภูเขา ชายหาด และหมู่บ้านชาวประมง นำท่านสู่จุดชมวิว “ตุงเกนเนสเซท” (Tungeneset) จุดชมวิวสร้างแบบนอร์ดิกที่ซ่อนตัวอยู่ปลายแหลมซึ่งแยก Steinfjord และ Ersfjord จุดชมวิวริมทะเลเหนือที่มีเทือกเขาโอคชอร์นัน (Okshornan) ตั้งโดดเด่นเป็นฉากอันสวยงาม เพลิดเพลินกับทัศนียภาพของทะเลนอร์เวย์ทางทิศตะวันตก และเทือกเขา Okshornan ที่งดงาม หรือที่เรียกอีกอย่างว่า Devil's Jaw
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
จากนั้นเดินทางสู่หมู่บ้าน เบิร์กโบทน์ (Bergsbotn) จุดชมวิวที่มีความยาว 44 เมตร ตั้งอยู่บนขอบตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะเซนญ่าล้อมรอบด้วย“ทิวเขาเบิร์กสบอตเทน” “เบิร์กสฟยอร์ด” และภูเขาโดยรอบ จุดชมวิวนี้เบี่ยงไปทางทิศตะวันตกและตะวันออก และมีทางลาดที่ยกสูงทางด้านตะวันตก ทำให้มองเห็นวิวทิวทัศน์อันน่าตื่นตาตื่นใจ อิสระทุกท่านเก็บภาพความงดงามบริเวณรีสอร์ท ยามเช้า จากนั้นนำท่านเดินทางสู่หมู่บ้าน เมฟยอร์ดแวร์ (Mefjordvr) หมู่บ้านชาวประมงเก่าแก่เล็กๆ ที่ตั้งอยู่ด้านเหนืดสุดของเกาะเซนญ่า ตรงข้ามท่าเรือ Mefjord Brygge คือ Nordlandet บนอีกฝั่งของฟยอร์ด ซึ่งเป็นเทือกเขาที่สวยงามและน่าทึ่งซึ่งเป็นที่ตั้งของภูเขา Segla และ Hesten ที่มีชื่อเสียง เดินเท้าขึ้นสู่จุดชมวิว Knuten View Point บนยอดเขาใกล้ๆ ใช้เวลาเดินเพียง 15 นาที และจะตะลึงไปกับทัศนียภาพอันน่าทึ่งของมหาสมุทรและฟยอร์ดจากยอดเขา / นำท่านเดินทางสู่เมืองฟินนส์เนส
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่: COMFORT HOTEL FINNSNES / หรือที่พักระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ที่ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ เมืองนาร์วิก(Narvik) นำท่านชมเมืองนาร์วิค เมืองท่าในแคว้นนอร์ดแลนด์ทางเหนือของนอร์เวย์ ตั้งอยู่ทางเหนือของอาร์กติกเซอร์เคิล ก่อตั้งขึ้นในปี 1903 บนขอบของฟยอร์ดลึกที่ช่วยให้เข้าถึงเรือทุกขนาดได้ง่ายและปราศจากน้ำแข็ง นำท่านขึ้นกระเช้านาร์วิกเฟียเยเลต (Narvikfjellet) สัมผัสเมืองนาร์วิกจากมุมสูง! กระเช้าลอยฟ้าจะพาขึ้นไปยังนาร์วิกเฟียเยเลต ที่ระดับความสูง 656 เมตรเหนือะดับน้ำทะเลในเวลา 4 นาที เพลิดเพลินกับทัศนียภาพแบบพาโนรามาของเมือง ฟยอร์ด และเทือกเขาโดยรอบ เพลิดเพลินกับทิวทัศน์ในความเงียบสงบของธรรมชาติอาร์กติกที่แท้จริง นำท่านเข้าสู่ตัวเมืองนาร์วิค เมืองนี้เริ่งก่อสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1902 และเติบโตเป็นท่าเรือสำคัญ เนื่องจากน้ำในบริเวณนี้ไม่กลายเป็นน้ำแข็งในช่วงฤดูหนาว มีท่าเรือสำหรับการส่งออกแร่เหล็กของสวีเดน ก่อนที่จะมีการสร้างท่าเรือและทางรถไฟขนส่งแร่เหล็ก เมื่อทางรถไฟสร้างเสร็จ (ระยะทาง 500 กิโลเมตรระหว่างนาร์วิกและลูเลโอ) นาร์วิคจึงเริ่มเป็นที่รู้จักและพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ภูเขา กองทัพเรือหลายพันนายหลั่งไหลเข้ามาและสร้างเมือง
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
สมควรแก่เวลาเดินทางสู่เมืองสโวลแวร์(Svolvr) ข้ามสะพานทเยลด์ซุนด์เป็นสะพานแขวนสำหรับรถยนต์ที่ทอดข้ามช่องแคบทเยลด์ซุนด์ระหว่างแผ่นดินใหญ่และเกาะฮินนอยาในเขตทรอมส์ ประเทศนอร์เวย์ สะพานมีความยาว 1,007 เมตร ช่วงกลางสะพานยาว 290 เมตร และระยะห่างจากทะเลสูงสุด 41 เมตร สะพานมีทั้งหมด 32 ช่วง // นำท่านเข้าสู่หมู่บ้านสโวล์แวร์เมืองซึ่งตั้งอยู่ในตำแหน่งที่สวยงามระหว่างภูเขาและท้องทะเล และเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในหมู่เกาะโลโฟเทน ท่าเรือสโวลแวร์ ที่งดงามมองเห็น Vestfjord เพลิดเพลินกับการเยี่ยมชมหมู่บ้านชาวประมงที่ยังคงรักษาประเพณีการเดินเรืออันเก่าแก่เอาไว้ เกาะโดยรอบ ภูเขาสูงชัน ชายหาดที่สวยงาม และอ่าวที่เงียบสงบ ร้านค้า แกลเลอรี ร้านกาแฟ และร้านอาหารกระจายอยู่ทั่วเมือง
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร / นำท่านเข้าสู่ที่พัก
พักที่: THON HOTEL LOFOTEN / หรือที่พักระดับใกล้เคียง
พิเศษ...นำท่านร่วมกิจกรรมสุดพิเศษ...ล่าแสงเหนือ (Aurora Hunting) โดยรถโค้ชและพนักงานขับรถผู้ชำนาญ นำท่านออกจากเมืองสโวแวร์ไปยังบริเวณที่สามารถมองเห็นแสงเหนือได้อย่างชัดเจน(ที่ห่างไกลจากแสงไฟของตัวเมือง) เนืองจากสภาพภูมิประเทศของโลโฟเทน มีภูเขาเยอะจึงทำให้ภาพออโรร่าสวยงามยิ่งขึ้น *** แสงเหนือ (Northern lights) หรือ แสงออโรร่า (Aurora borealis) เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่จะปรากฏในตอนกลางคืนยามที่ท้องฟ้าโปร่ง ในช่วงหน้าหนาวเท่านั้น(กันยายน-ต้นเมษายน) ซึ่งแสงออโรร่า (Aurora Borealis) จะปรากฎเป็นแสงสีเขียวที่พาดผานท้องฟ้ายามค่ำคืน *** การพบเห็นปรากฏการณ์แสงเหนือ เป็นปรากฏการณ์ทาง ธรรมชาติไม่สามารถกำหนดหรือทราบล่วงหน้าได้โอกาสที่จะได้เห็นขึ้นอยู่กับสภาพอากาศเป็นสำคัญ และ โปรแกรมอาจมีการปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม **
เช้า บริการอาหารมื้อเช้า ณ โรงแรม
ออกเดินทางต่อสู่หมู่บ้านเรเนย์ Reinehalsen ผ่านชมวิวหมู่บ้านเล็คเนส(Lekness) ตั้งอยู่ในใจกลางเกาะ Lofoten บนชายฝั่งตะวันตกศูนย์กลางการปกครองในภูมิภาคนี้ล้อมรอบไปด้วยทิวทัศน์อันงดงามของ เขาที่พุ่งขึ้นมาจากน้ำสร้างความสวยงามแปลกตา ของฟยอร์ด เดินทางถึงหมู่บ้านเรเนย์ ตั้งอยู่ที่เชิงภูเขา Reinebringen และเป็นหนึ่งจุดถ่ายรูปที่มีชื่อเสียงที่สุดของประเทศนอร์เวย์ นักท่องเที่ยวจำนวนมาก เดินทางมา ณ ที่จุดนี้ทุกๆ ปีเพื่อถ่ายรูปเมืองเรเนย์ โดยมีเทือกเขา Reinefjord เป็นพื้นหลัง เที่ยวชมหมู่บ้านแฮมนอย “Hamnoy” หมู่บ้านชาวประมงที่เก่าแก่และงดงามที่สุดในโลโฟเทน หมู่บ้านชาวประมงเล็กมีบ้านเรือนอยู่ไม่กี่หลัง แต่เป็นหมู่บ้านที่มีฉากธรรมชาติงดงามมาก มีทิวเขาตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหลัง นำท่านชม ‘ภูเขาฮอร์น’ หรือ ‘ฮัมเมอร์สกาฟท์’ (Hammerskaft) ได้รับฉายาว่า “แมทเทอร์ฮอร์นแห่งเรเนย์” สถานที่ทางธรรมชาติที่สวยงามแห่งนี้มีชื่อเสียงในด้านทัศนียภาพที่สวยงาม โดยมียอดเขาสูงตระหง่านที่สร้างทัศนียภาพอันน่าทึ่ง Horn ไม่เพียงแต่เป็นจุดหมายปลายทางเท่านั้น แต่ยังเป็นประสบการณ์ที่ประทับใจไม่รู้ลืม ชวนให้ผู้มาเยือน สัมผัสกับความงามที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างไม่หยุดยั้งของเมืองนี้
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย นำท่านเดินทางสู่หมู่บ้านโอ () ตั้งอยู่ที่ปลายด้านใต้สุดของ Moskenesy และหมู่เกาะ Lofoten หมู่บ้านโอ เสมือน พิพิธภัณฑ์ ที่มีชีวิต กระท่อมของชาวประมง ตู้อบปลาแห้ง เป็นฉากโปสการ์ดที่วางจำหน่ายในร้านของที่ระลึก เป็นท่าเรือประมงที่สำคัญ (ปลามากกว่า 700,000 ตัวจะถูกแขวนไว้ให้แห้งที่นี่ทุกๆ ฤดูร้อน) จากนั้นเดินทางสู่ พิพิธภัณฑ์ไวกิ้ง (Viking Museum) ที่ใหญ่ที่สุดที่เคยขุดพบในโลกของชาวไวกิ้ง สัมผัสกลิ่นน้ำมันดินและควัน ศึกษาสถาปัตยกรรมและศิลปะและงานฝีมือ ตั้งอยู่บนฐานบ้านเรือนเก่าของชุมชนชาวไวกิ้งโบราณ นิทรรศการทางโบราณคดีของชาวไวกิ้งในอดีต ท่านจะได้เรียนรู้และเข้าใจถึงความเป็นมาของชาวไวกิ้งมากขึ้น ภายในตัวอาคารจะมีของใช้และอุปกรณ์ในการดำรงชีวิตของชาวไวกิ้งที่ขุดค้นพบเจอในบริเวณนี้และมีเครื่องแต่งตัวให้ท่านได้ทดลองสวมใส่และเก็บภาพเป็นที่ระลึก สมควรแก่เวลาเดินทางกลับสู่เมืองสโวแวร์ https://www.lofotr.no/en/lofotr-vikingmuseum/ จากนั้นเดินทางกลับสู่เมืองสโวแวร์
ที่พัก: THON HOTEL LOFOTEN / SVOLVAER หรือที่พักระดับใกล้เคียง
หลังอาหารนำท่านเข้าชมภายใน The Magic Ice Svolvaer บาร์น้ำแข็งและพิพิธภัณฑ์น้ำแข็งแกะสลักที่ใหญ่ที่สุดในโลกภายในแสดงออกถึงความผูกพันระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติในรูปแบบที่ไม่เหมือนใคร ท่ามกลางความหนาวเย็นติดลบกว่า 10 องศา ท่านจะเห็นถึงความใสบริสุทธิ์และสวยงาม ตัวอาคารได้รับการออกแบบมาอย่างดี เขากับธีมแห่งโลกแห่งเวทมนตร์และความสนุกสนานที่ไม่เหมือนใคร เสมือนเรากำลังผจญภัยในเทพนิยายที่มีมนต์ขลังท่ามกลางหิมะและน้ำแข็งอันน่าพิศวง Magic Ice นำเสนอประสบการณ์มหัศจรรย์อย่างแท้จริง
เช้า บริการอาหารเช้า ที่ห้องอาหารของโรงแรม
หลังอาหารเดินทางสู่เมือง ‘เฮนนิงสวาร์’ (Henningsvr) บนเกาะโลโฟเทน ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือ ของนอร์เวย์ ประกอบด้วยเกาะเล็กเกาะน้อยมากมายหลายเกาะ เชื่อมต่อกันด้วยถนนสาย E10 ภูมิประเทศเป็น ภูเขา หินแกรนิตสูงตระหง่านสลับเรียงรายริมทะเล มีผืนน้ำสีฟ้าคราม แซมด้วยบ้านชาวประมงสีแดงโดดเด่นอยู่กลางทะเลนอร์วีเจียนทำให้เกิดทัศนียภาพงดงามราวกับเมืองในเทพนิยาย เดินเล่นไปตามถนนแคบๆ และสัมผัสบรรยากาศเมืองเล็กๆ ที่อบอุ่น ซึ่งแต่ละฤดูกาลมีเสน่ห์เฉพาะตัว มีบ้านไม้เก่าๆ บูติกที่ไม่เหมือนใคร คาเฟ่ ร้านอาหาร และหอศิลป์ รายล้อมไปด้วยทะเลและภูเขาสูงชัน จะพบกับร้านค้าเล็กๆ หลายแห่ง เฮนนิงสวาร์เป็นศูนย์กลางของศิลปะและวัฒนธรรมที่เต็มไปด้วยช่างฝีมือที่มีความสามารถซึ่งสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่สวยงามและใช้งานได้จริง จากนั้นนำท่านเดินทางสู่หมู่บ้านสแตมซุน (Stamsund) หมู่บ้านชาวประมงที่สวยงาม เป็นบริเวณที่มีการทำฟาร์มปลาแซลมอน(ในทะเล) จำนวนมาก นำท่านลงเรือ “RIB Boat” นำเที่ยวที่มีความปลอดภัยสูงขับและนำทางโดยไกด์ท้องถิ่นผู้ชำนาญเส้นทาง เข้าสู่บริเวณเขตฟยอร์ดตะวันตก “Vestfjorden” ที่ราบเรียบ ท่านจะได้เห็นวิธีการดักปู ของชาวนอร์เวย์ (Brown Crab) ที่มีอยู่ชุกชุมในบรเวณนี้ ให้ท่านเก็บภาพความประทับใจอย่างเต็มที่ ในบริเวณนี้จะเป็นที่อยู่อาศัยของเหยี่ยวทะเลนกท้องถิ่นที่จับปลากินเป็นอาหาร ไกด์ท้องถิ่นจะสาทิตให้ท่านได้ชมช่วงเวลาที่นกเหยี่ยวโฉบลงจับเหยื่อ(ทุกท่านเตรียมกล้องให้พ้อม) จากนั้นไกด์ท้องถิ่นจะนำเรือเข้าสู่ บริเวณกระชังเลี้ยงปลาแซลมอน สัตว์เศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศนอร์เวย์ ที่ส่งออกขายไปทั่วโลก ให้ท่านได้เข้าใจถึงวิธีการเลี้ยงและการเพาะพันธุ์ ได้เวลาสมควรนำท่านล่องเรือเดินทางเข้าสู่ท่าเรือสแตมซุน
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร พิเศษ...ให้ท่านได้ชมเนื้อปู “Brown Crab” ต้มสดๆ จากท้องทะเลพร้อมน้ำจิ้มรสเลิศ ***
จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่เมืองฮาร์สตัด(Harstad) เป็นเมืองท่ามกลางทิวเขาริมชายฝั่งและฟยอร์ดบนเกาะฮินเนยยาในเทศมณฑลทรุมส์ เส้นทางมรดกของภูมิภาคที่เผยให้เห็นประวัติศาสตร์ของชาวไวกิ้ง โรงนาเก่าแก่ที่มีเสน่ห์ และประเพณีการทำอาหารอันยาวนาน สัมผัสความงดงามบรรยากาศของยามบ่ายของขั้วโลก ฮาร์สตัดเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองในเทศมณฑลทรุมส์ โดยมีใจกลางเมืองที่เล็กกะทัดรัดที่หันหน้าออกไปรับกับทะเลนอร์เวย์ เดินท่องไปในตัวเมืองเพื่อชื่นชมหน้าอาคารมรดกสีสันสดใส พื้นที่แห่งนี้ขึ้นชื่อสำหรับปลาแซลมอนรมควันรสอร่อยและสตรอเบอร์รีสด
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร / นำท่านเข้าสู่ที่พัก
ที่พัก: SCANDIC HOTEL / หรือที่พักระดับใกล้เคียง
*** ในวันที่อากาศดีท่านอาจได้บเห็นปรากฏการณ์แสงเหนือ (Northern Lights) ในบริเวณโรงแรมที่พัก เนืองจากตั้งอยู่ในบริเวณเส้นอาร์ติด เซอร์เคิล (แสงเหนือเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติไม่สามารถกำหนดหรือทราบล่วงหน้าได้โอกาสที่จะได้เห็นขึ้นอยู่กับสภาพอากาศเป็นสำคัญ) ***
เช้า บริการอาหารเช้าแบบปิกนิก ระหว่างการเดินทาง
11.05 ออกเดินทางสู่ออสโล โดยสายการบินภายในประเทศ เที่ยวบินที่
12.50 เดินทางถึงกรุงออสโล / นำเข้าตัวเมือง
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองออสโล นำท่านชม “กรุงออสโล” Oslo เมืองหลวงของนอร์เวย์ ผสมผสานความทันสมัยของเมืองและความงามตามธรรมชาติได้อย่างลงตัว เมืองออสโลมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เดินเล่นไปตามถนนและละแวกที่มีชีวิตชีวา เมืองนี้จึงเป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดในนอร์เวย์ เป็นศูนย์กลางทางการเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมของประเทศ นำท่านเข้าชมสวนประติมากรรมวิเกลันด์ ซึ่งเป็นสวนประติมากรรมที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่สร้างโดยศิลปินเพียงคนเดียว โดยมีประติมากรรมมากกว่า 200 ชิ้นที่ทำจากบรอนซ์ หินแกรนิต และเหล็กดัด โดย Gustav Vigeland ชมเมืองออสโล เมืองหลวงแสนสวยของประเทศนอร์เวย์ ใจกลางเมืองมีขนาดกะทัดรัดและสามารถเดินได้ มีอาคารเก่าแก่ สถาปัตยกรรมสมัยใหม่ และพื้นที่ริมน้ำที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ครั้งใหญ่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา พบทุกสิ่งตั้งแต่สถาปัตยกรรมและพิพิธภัณฑ์ระดับโลกไปจนถึงบาร์ฮิปๆ ร้านค้า และคาเฟ่แต่ละเขตมีเสน่ห์เฉพาะตัว นำท่านชมวิวทิวทัศน์ย่านเอเคอร์บรูค (Aker Brygge) ย่านช้อปปิ้งข้างท่าเรือเป็นที่นิยมแห่งหนึ่งของนักท่องเที่ยว และที่ตั้งของศาลาว่าการ (Town Hall) แนวอาร์ตเดคโคสถาปัตยกรรมที่ดูทันสมัย ประดับไปด้วยน้ำพุ สวน และประติมากรรมเติมแต่งให้ดูกลมกลืนใกล้กันเป็น The Nobel Peace Centre สถานที่ ที่มีการจัดแสดงเกี่ยวกับผู้ที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติ และไกลออกไปคือโรงโอเปร่า ที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่ด้วยแนวคิดสถาปัตยกรรมร่วมสมัย ผ่านชมโบสถ์โดมคาทีดราล ตึกรัฐสภา พระราชวังราชวงศ์นอร์เวย์ จากนั้นอิสระทุกท่านช้อปปิ้งตามอัธยาศัยใน “ย่านคาร์ล โจฮัน เกต” (Karl Johans Gate) ย่านการค้าที่ใหญ่ที่สุดในประเทศนอร์เวย์
ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่: RADISSON BLU PARK HOTEL หรือที่พักระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม / ได้เวลาอันสมควร นำท่านเดินทางสู่ สนามบินออสโล
13.30 ออกเดินทางสู่ สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสายการบินไทย แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ TG 955
06.20 เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ
18 ซอย27 (บุญศิริ 2) ถนนสุขุมวิท ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ 10270
ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
ค้นหาโปรแกรมทัวร์
หน้าหลัก
ขอใบเสนอราคา