
| วันเดินทางไป - กลับ | ผู้ใหญ่ท่านละ | พักเดี่ยวเพิ่มเงิน | ราคาเด็กท่านละ | |
|---|---|---|---|---|
| 20 พ.ย. 69 - 29 พ.ย. 69 | 155,900 บาท | 28,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 04 ธ.ค. 69 - 13 ธ.ค. 69 | 159,900 บาท | 28,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 25 ธ.ค. 69 - 03 ม.ค. 70 | 169,900 บาท | 28,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 12 ก.พ. 70 - 21 ก.พ. 70 | 155,900 บาท | 28,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 19 มี.ค. 70 - 28 มี.ค. 70 | 155,900 บาท | 28,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
22.00 สมาชิกทุกท่านพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ชั้น 4 เคาน์เตอร์ U จุดนัดพบที่ทางการท่าจัดให้ พร้อมเจ้าหน้าที่คอยดูแลเช็คสัมภาระและบัตรที่นั่งบนเครื่อง
00.50 ออกเดินทางสู่ สนามบินนานาชาติมิวนิค ประเทศเยอรมัน โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 924
07.05 เดินทางถึงสนามบินนานาชาติมิวนิค ประเทศเยอรมนี หลังผ่านการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรแล้ว เดินทางสู่หมู่บ้านโอเบอร์อัมเมอร์เกา (Oberammergau) (120 กม.) เมืองขนาดเล็กบริเวณพรมแดนติดกับประเทศออสเตรีย ของขึ้นชื่อของที่นี่คืองานแกะสลักไม้และภาพเขียนเฟสโก ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับศาสนาคริสต์ ภาพเขียนเหล่านี้ถูกวาดลงบนผนังและจั่วหน้าบ้านทุกหลัง จากนั้นเดินทางสู่เมืองการ์มิช-พาร์เทินเคียร์เชิน (40 กม.) เดินทางสู่สถานีกระเช้า “ขึ้นชมยอดเขาซุกสปิตซ์ (Zugspitze Mt.)” ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในเยอรมัน (2,962 เมตร) ชมทิวทัศน์ที่สวยงามระหว่างทาง ท่านสามารถมองเห็นธารน้ำแข็งและมองเห็นมุมกว้างได้รอบ 360 องศา ในวันอากาศดีท่านสามารถชมยอดเขา 400 ยอด จากทั้งสี่ประเทศ เยอรมัน ออสเตรีย สวิส และอิตาลี เก็บภาพไม้กางเขนสีทองสัญลักษณ์ของเขาซุกสปิตซ์ และใช้เป็นแบ่งเขตระหว่างประเทศเยอรมัน และออสเตรีย สมควรแก่เวลาเดินทางลงจากขอดเขา จากนั้นนำท่านลงกระเช้าสู่ด้านล้าง
เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย เดินทางสู่เมือง “อินนส์บรูค”(Innsbruck) (63 กม.) ประเทศออสเตรีย ชม “เมืองอินซ์บรูก” แห่งลุ่มแม่น้ำอินน์ที่มีอายุกว่า 800 ปี อดีตเคยเป็นศูนย์กลางทางการค้าบนถนนสายโรมัน Via Cuaudla Augusta ตั้งอยู่ใจกลางเทือกเขาแอลป์ นำคณะสู่ “ถนนมาเรียเทเรซ่า” ถนนสายหลักของเมืองอินน์สบรูก เชื่อมระหว่างเขตเมืองเก่ากับย่านช้อปปิ้งสมัยใหม่ ตรงกลางถนนเป็นที่ตั้งของ “เสาอันนาซอยแล” (เสานักบุญแอนน์) ซึ่งตั้งขึ้นเพื่อรำลึกถึงการถอนกองกำลัง ทหารบาวาเรีย ออกไปจากเมือง เข้าสู่ “ย่านเมืองเก่า” ที่ยังคงสภาพและบรรยากาศของยุคกลางได้เป็นอย่างดี อาคารบ้านเรือนที่มีอาร์คเดคชั้นล่างและมีมุขยื่นออกมาที่ชั้นบน แสดงให้เห็นถึง สถาปัตยกรรมแบบโกธิคตอนปลาย และเรอเนสซองส์ ชมสัญลักษณ์ของเมือง “ หลังคาทองคำ ” Golden Roof ที่สร้างในปี ค.ศ.1500 สมัยจักรพรรดิแม็กซิมิเลี่ยนที่ 1 หลังคามุงด้วยแผ่นทองแดงเคลือบทองสว่างไสวและโรงแรมเก่าแก่ประจำเมือง โรงแรมโกลเดนเนอร์แอดเลอร์ ซึ่งเคยใช้ในการต้อนรับเจ้านายในราชวงศ์และบุคคลชั้นสูง
ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร / นำคณะเดินทางเข้าสู่ที่พัก
พักที่: AC Hotel Innsbruck / หรือเทียบเท่าระดับใกล้เคียง
เช้า รับประทานอาหารมื้อเช้า ณ โรงแรมที่พัก
หลังอาหารเดินทางสู่โซลเดน (Slden) (87 กม.) สกีรีสอร์ตบนภูเขาที่สูงที่สุดในออสเตรียตั้งอยู่ทางใต้ของประเทศในพื้นที่เทือกเขา Tyrolean Alps ใกล้ชายแดนอิตาลี มีธารน้ำแข็งหลายแห่งซึ่งสามารถเล่นสกีได้เกือบตลอดทั้งปี เป็นสถานที่ที่ยิ่งใหญ่ ภูเขา และทุ่งหญ้าจำนวนมากที่ล้อมรอบทุกด้านทำ ธารน้ำแข็งที่อยู่รอบๆ โดดเด่นด้วยความงามอันน่าทึ่ง ขึ้นกระเช้าลอยฟ้าสู่ยอดเขาโซลเดน นำท่านนั่งกระเช้าชมวิวขึ้นสู่ยอดเขา Gaislachkogl (ความสูง 3,058 ม.) สู่ใจกลางของ เขตออสเตรียนอัลไพน์ ในช่วงฤดูหนาวโซลเดน(Slden) จะกลายเป็นสวรรค์ของกีฬาฤดูหนาว ส่วนหนึ่งของพื้นที่เล่นสกีโซลเดนเป็นพื้นที่เล่นสกี น้ำแข็งบนธารน้ำแข็ง Rettenbach และ Tiefenbach Glaciers และยังใช้สำหรับการแข่งขัน Alpine Ski World Cupอีกด้วย ชมจุดชมวิว BIG3 อันงดงาม นำท่านเข้าสู่โลกของเจมส์ บอนด์ ในยอดเขาโซลเดนที่ 007 ELEMENTS ซึ่งเป็นอาคารจัดวางแบบโรงภาพยนตร์บนยอดเขา ที่สะท้อนถึงการเดินทางของผู้มาเยือนผ่านแกลเลอรีต่างๆ ซึ่งแต่ละห้องกลั่นกรองงานฝีมือจากองค์ประกอบอันเป็นเอกลักษณ์ที่นิยามภาพยนตร์เจมส์ บอนด์ ภาพยนตร์จัดวางมุ่งเน้นไปที่ Spectre ซึ่งถ่ายทำในโซลเดน และยังนำเสนอเรื่องอื่นๆ ในภาพยนตร์แฟรนไชส์บอนด์ที่มีมายาวนานอีกด้วย
เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคารบน ภัตตาคาร ICE Q RESTAURANT
บ่าย หลังอาหารให้ท่านได้เก็บภาพความประทับใจและสนุกสนานกับการเล่นหิมะตามอัธยาศัย / ได้เวลาสมควรนำท่านโดยสารกระเช้าลงสู่สถานีด้านล่าง / นำท่านเดินทางสู่หมู่บ้าน “อาร์มเซา” (Ramsau) เมืองเล็กๆ ในเทือกเขาแอลป์บาวาเรียที่โอบล้อมด้วยขุนเขาและสายน้ำสวยงามชมโบสถ์เซนต์เซบาสเตียน (St. Sebastian Pfarrkirche) คริสตจักรนิกายโรมันคาทอลิกที่มักปรากฏบนโปสการ์ดและได้รับความนิยมมากในหมู่นักถ่ายภาพและเหล่าจิตรกร เนื่องจากที่ตั้งของโบสถ์มีความสวยงามและมีภูมิทัศน์สำหรับการวาดภาพ จากนั้นเดินทางสู่ เมืองเบิร์ชเทสกาเด้น (Berchtesgaden) เจ้าของเส้นทางดิ อัลไพน์ โร้ด 1 ใน 6 เส้นทางแสนสวยและยังเป็น เส้นทางเก่าแก่ที่สุดที่นักท่องเที่ยวนิยมใช้เลาะเลียบเทือกเขาแอลป์ เมืองนี้ถูกก่อตั้งขึ้นให้เป็นศูนย์กลางทางการค้าและการสำรวจหาเกลือและสินแร่บริเวณเมืองเก่าเต็มไปด้วย ศิลปะการสร้างอาคารในรูปแบบบาวาเรียตอนบน ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวตกแต่งด้วยลายปูนสไตล์สตัดโก้ และในอดีตเคยเป็น ฐานบัญชาการใหญ่ของกองทัพนาซีทางตอนใต้ เป็นเมืองตากอากาศที่ อดอฟ อิตเลอร์ชื่นชอบเป็นอย่างยิ่ง โดยมียอดเขาวัตซ์แมนน์(Watzmann mountain) ตั้งเด่นตระหง่านเป็นฉากหลังด้วยความสูงถึง 2,713 เมตร และรูปทรงที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีเวลาให้ท่านเดินเล่นชมความงดงามของเมืองอย่างจุใจ
ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่: Alpenhotel Kronprinz Hotel, Berchtesgaden หรือเทียบเท่าระดับใกล้เคียง
เช้า รับประทานอาหารมื้อเช้า ณ โรงแรมที่พัก
หลังอาหารจากนั้นเดินทางสู่ท่าเรืองหมู่บ้านโคนิค ล่องเรือชมความงามของ “ทะเลสาบกษัตริย์” (Konigsee) ทะเลสาบที่สวยงามที่สุดอีกแห่งหนึ่งของประเทศเยอรมนี ในเขตเทือกเขาแอลป์ ที่กำเนิดจากการละลายของกลาเซียร์บนยอดเขาตั้งแต่ยุคน้ำแข็งจนเกิดเป็นทะเลสาบที่สวยงาม / นำท่านล่องเรือจนถึงท่าเรือของโบสถ์เซนต์ บาร์โทโลมิว (St.Bartholom) เป็นโบสถ์โรมันคาทอลิกในสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1134 ตั้งชื่อตาม Saint Bartholomew the Apostle ผู้เป็นนักบุญอุปถัมภ์ของเกษตรกรในระแวกแถบนี้ ตัวโบสถ์แห่งนี้ตั้งอยู่ที่ชายฝั่งด้านตะวันตกของทะเลสาบโคนิค และสามารถเข้าถึงได้โดยทางเรือ หรือการเดินข้ามภูเขาเข้ามาเท่านั้น มีเวลาให้ท่านชื่นชมความงดงามอย่างเต็มอิ่ม จนได้เวลาอันสมควรนำท่านลงเรือกลับสู่หมู่บ้านโคนิค
เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านเข้าสู่ “เมืองซอลส์เบิร์ก” เมืองที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสี่ของประเทศออสเตรีย เมืองแห่งนี้เต็มไปด้วยศิลปะแบบบารอก จนได้ชื่อว่าเป็นนครหลวงแห่งศิลปะบารอก เป็นเมืองเกิดของคีตกวีเอกของโลก โวล์ฟกังก์อมาเดอุส โมสาร์ท (Wolfgang AmadeusMozart) และเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์อมตะเรื่อง The Sound of Music และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก้เมื่อปี ค.ศ. 1997
นำท่านเดินเข้าชม “สวนมิราเบลล์” (Mirabell Garden) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพระราชวังมิราเบลล์ ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1606 โดยพระราชประสงค์ของเจ้าชาย อาร์คบิชอป วูล์ฟดาย์ทริซ ปัจจุบันเป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมที่สุดของคู่บ่าวสาวและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก มีเวลาให้ท่านเดินชมและเก็บภาพความสวยงาม จากนั้นนำท่านเดินข้ามสะพานแม่น้ำซอลซาค (Salzach River) อันงดงามมุ่งสู่ เขตเมืองเก่าเพื่อถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับบ้านของโมสาร์ท โมสาร์ทเกิดในปี ค.ศ.1756 ในบ้าน Hagenauer Haus เลขที่ 9 จากนั้นนำท่านชมสถานที่ที่สำคัญๆ ของเมืองเก่าที่ท่านต้องตื่นตาตื่นใจกับความงดงามของสถานที่ต่างๆ เหล่านั้น จากนั้นมีเวลาอิสระเพื่อให้ได้ท่านสนุกสนานกับการจับจ่ายใช้สอยในการเลือกซื้อสินค้าแบรนด์เนม, สินค้าที่ระลึกชื่อดังมากมาย ตลอดจนขนมและซ็อคโกแลตชื่อดังจากออสเตรียมากมาย
พักที่: Imlauer Hotel Pitter Salzburg / หรือเทียบเท่าระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ที่ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
หลังอาหารเดินทางสู่หมู่บ้านเซนต์กิลเกน (St. Gilgen) ตั้งอยู่ริมทะเลสาบวูล์ฟกัง (Wolfgangsee) เป็นทะเลสาบที่เกิดจากการละลายของธารน้ำแข็งซึ่งตั้งอยู่ในหุบเขาทางตะวันออกในรัฐซาลซ์บูร์ก อยู่ในเขตมรดกโลกซัลทซ์คัมเมอร์กูท ทะเลสาบแห่งนี้ตั้งชื่อตามนักบุญวูล์ฟกัง แห่ง เรเกนส์บูร์ก ผู้ริเริ่มสร้างโบสถ์แห่งแรกของเมืองนี่ ทะเลสาบแห่งนี้แบ่งออกเป็นสองตอนคือตะวันออกและตะวันตก ผ่านภูมิทัศน์ฤดูหนาวอันน่าหลงใหลเดินทางเข้าสู่หมู่บ้าน ‘ฮัลสตัทท์’ ในรัฐอัปเปอร์ออสเตรีย ซึ่งเป็น 1 ใน 9 รัฐของประเทศออสเตรีย ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 7,000 ปี และที่นี่มีบันไดไม้ที่เก่าแก่ที่สุดในโลกท่ามกลางลักษณะเด่นอื่นๆ มากมาย ชมหมู่บ้านที่งดงามราวภาพวาดบนชายฝั่งของทะเลสาบฮัลสตัทท์ นับว่าเป็นหมู่บ้านที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในออสเตรีย เสมือนดั่งในเทพนิยาย
เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านเดินสู่สถานนีรถรางไฟฟ้า (Funicular) เพื่อขึ้นสู่สถานี Salz Welten เพื่อไปยังเหมืองเกลือที่ตั้งอยู่บนภูเขาที่มีความสูงกว่าระดับน้ำทะเล ประมาณ 838 เมตร นำท่านเปลี่ยนชุดชาวเหมืองสุดเท่ห์ เข้าชมเหมืองเกลือ (Salt Mine) ที่เก่าแก่ซึ่งถูกดัดแปลงมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ดึงดูดผู้คนจากทั่วโลก มาเที่ยวชม จนทำรายได้มหาศาลให้กับเมืองฮัลสตัทท์ นำท่านผจญภัยใน เหมืองเกลือ(Salt Mine) เรียนรู้ขั้นตอนการขุดหาเกลือ ซึ่งถือว่าเป็นทรัพยากรดินที่มีค่าดุจทอง สร้างความมั่งคั่งให้กับอาณาจักรต่างๆ ที่เป็นเจ้าของ และสนุกสนานกับการเปลี่ยนระดับในเหมืองด้วยไม้เลื่อนแบบชาวเหมืองในอดีตอันแสนงดงามเกินคำบรรยาย จากนั้นนำท่านสู่จุดชมวิว Sky Walk ที่สามารถมองเห็นทะเลสาบฮัลสตัทท์ และตัวเมืองได้อย่างชัดเจนชมสถาปัตยกรรมที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวด้วยการประดับเครื่องไม้และเก็บเกี่ยวความสวยงามที่ยังคงมีชีวิตชีวา มีเวลาสบายๆจากนั้นอิสระทุกท่านชื่นชมกับบรรยากาศในหมู่บ้านฮัลล์สตัทท์ อย่างเต็มที่
*** อิสระให้ทุกท่านเดินเล่นพักผ่อนในหมู่บ้านที่น่ารักแห่งนี้ตามอัธยาศัยอย่างจุใจ***
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร เมนู GRILLED WHOLE TROUT พร้อมมันฝรั่งอบ รสเลิศ
พักที่: Heritage Hotel / Seehotel Grner Baum หรือเทียบเท่าระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ที่ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
นำท่านล่องเรือแม่น้ำดานูป ชมความงามของ “วาเคาน์ วาเลย์” วาเคาน์คือดินแดนช่วงสั้นๆ บริเวณสองฝั่งแม่น้ำดานูบ (เพียง 22 ไมล์จากความยาวทั้งสิ้น 1,740 ไมล์) ที่มีลักษณะภูมิทัศน์หลากหลาย มีโบราณสถานทางวัฒนธรรมและหมู่สถาปัตยกรรมทางประวัติศาสตร์ ตามเมืองเล็ก เมืองน้อยเรียงรายตลอดสองฝั่งแม่น้ำ ลักษณะที่สร้างความโดดเด่นให้แก่เมืองวาเคาท์ คือ ความงามตามธรรมชาติ ทั้งสายน้ำดานูปที่คดเคี้ยว ทุ่งหญ้าและพุ่มไม้เขียวชอุ่มริมฝั่ง ไร่องุ่นขั้นบันได, หมู่บ้านที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของตัว, ฟาร์ม ,โบสถ์, ปราสาท และซากโบราณสถานฯลฯ จนถึงสำนักสงฆ์เมลค์ ปราสาทเชิร์นบือเฮล Schoenbuehel Castle ซากปราสาทอักชไตน์ดืนชไตน์ และฮินแทร์เฮาส์ จนถึงสำนักสงฆ์เก็ทไวก์ บนยอดเขาที่มองเห็นได้แต่ไกล ผ่านชม “ปราสาทดรุนสไตล์” Durnstein Castle ที่เคยเป็นที่คุมขังพระเจ้าริชาร์ดใจสิงห์ แห่งอังกฤษ ที่มาร่วมในสงครามครูเสด นำท่านเข้าสู่เมืองเมลค์ (Melk) ตัวเมืองตั้งอยู่ในบริเวณริมแม่น้ำดานูป
นำคณะเที่ยวชม“เมืองเมลค์”(Melk) เมืองเล็กๆที่มีความสวยงามของบ้านเรือนในยุค“เรอเนอซองส์” เป็นจุดแวะพักยอดนิยมที่ตั้งอยู่ตรงช่วงคุ้งน้ำของแม่น้ำดานูบช่วงที่ไหลผ่านประเทศออสเตรียที่ตั้งของเมืองนี้มีความสำคัญมาแต่ครั้งโบราณตั้งแต่สมัยยุคโรมันและสมัยของราชวงศ์บาเบนเบิร์กที่ปกครองออสเตรีย นำท่านเข้าชมความงามของ “ โบสถ์สตีฟท์เมลค์ ”(Melk Abbey) ที่มีอายุเก่าแก่กว่า 900 ปี ของคณะเบเนดิคทีนที่ตั้งอยู่บนหน้าผาริมฝั่งแม่น้ำดานูป ชมโบสถ์ใหญ่ที่ตกแต่งด้วยศิลปะสไตล์บารอคที่มีความงดงามวิจิตรพิสดารที่สุดในโลก ทีเดียว ผนังสุกปลั่งด้วยทองเหลืองอร่ามทุกด้าน ส่วนเพดานเป็นภาพเขียนเฟรสโกลวงตาให้แลดูสูงชนฟ้าที่แห่งนี้ใช้เป็นพื้นเรื่องของนิยายขายดีระดับโลกเรื่อง A Nome Of A Rose
เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
สมควรแก่เวลา เดินทางเข้าสู่กรุงเวียนนา จากนั้นนำท่านเดินเขาสู่กรุงเวียนนา นำท่านเข้าสู่กรุงเวียนนา เมืองหลวงของประเทศออสเตรีย เป็นศูนย์กลางแห่งความเจริญจากอดีตกาลมาสู่ปัจจุบัน เป็นเมืองประวัติศาสตร์ซึ่งราชวงศ์ฮับส์บวร์กเป็นราชวงศ์ที่มีบทบาทเด่นที่สุดในประเทศ “เวียนนา” เป็นเมืองที่ได้รับการขนานนามว่า “เป็นเมืองที่มั่งคั่งด้วยศิลปะและการดนตรีระดับโลก”ชื่อเสียงนี้เป็นผลมาจาก นักประพันธ์บทเพลงวอลท์ ผู้ยิ่งใหญ่ที่ได้ใช้ช่วงชีวิตที่เวียนนาและสร้างผลงานฝากไว้ที่นี่ เช่น โวล์ฟกังอามาเดอุส โมซาร์ท และ ลุดวิก ฟัน เบโธเฟน นำท่านเข้าสู่ย่านถนนคนเดิน “คาร์ทเนอร์ สตาเซ่” ย่านเมืองเก่าที่สวยงามมีศูนย์กลางคือโบสถ์เซนต์ สเตฟาน มหาวิหารสไตล์โกธิค ที่สวยงามและเก่าแก่ที่สุดของกรงเวียนนา มีเวลาให้ทุกท่านเลือกซื้อสินค้าต่างๆตามอัธยาศัย ที่งสินค้าแบรนด์เนม และของที่ระลึกมากมาย
ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร เมนูพิเศษซี่โคลงหมูอบสไตล์เวียนนา
พักที่: VOCO Hotel, Novotel City Hotel ,Vienna / หรือเทียบเท่าระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
หลังอาหาร นำท่านชมความงดงามรอบกรุงเวียนนา เริ่มต้นจาก “ถนนวงแหวน” Ring Strasseผ่านชม โรงอุปรากร, พระราชวังฮอฟบวร์ก, อาคารรัฐสภา, ศาลาว่าการกรุงเวียนนา, มหาวิทยาลัยเวียนนา, โบสถ์ประจำเมือง, ศาลสูง ฯลฯ นำท่านเก็บภาพความสวยงามภายใน“ สวนสาธารณะสตัดปาร์ค ” สวนสาธารณะกลางใจเมืองที่ร่มรื่นและยังเป็นที่ตั้งของ “ อนุสาวรีย์ โยฮันสเตร้าส์ จูเนียร์ ” ศิลปินที่มีชื่อเสียงก้องโลก เจ้าของบทเพลงอมตะ By The Beautiful Blue Danube นำท่าน “เข้าชมภายในพระราชวังเชินบรุนน์” (Schonbrunn Palace) พระราชวังฤดูร้อนอันยิ่งใหญ่ของราชวงศ์ฮัปสบวร์กที่ถูกสร้างขึ้นในปลายศตวรรษที่ 17 โดยพระประสงค์ของ “พระนางมาเรียเทเรซ่า” จักรพรรดินีแห่งจักรวรรดิโรมันที่ตั้งพระทัยว่า จะสร้างพระราชวังแห่งนี้ให้มีความงดงามไม่แพ้พระราชวังแวร์ซายส์ในกรุงปารีส” ด้านหลังของพระราชวังในอดีตเคยใช้เป็นที่ล่าสัตว์ปัจจุบันได้ตกแต่งเป็นสวนและ น้ำพุอย่างสวยงาม ในอดีตนั้นพระราชินีฝรั่งเศส มารีอังตัวเนต ได้เคยใช้ชีวิตช่วงวัยเด็ก ณ พระราชวังแห่งนี้ และ โมสาร์ทยังเคยมาบรรเลงดนตรี จักพรรดินโปเลียนเคยได้เสด็จมาประทับอยู่กับพระราชโอรสของพระองค์ เข้าชมความงดงามอันวิจิตรตระการตาภายในห้อง อาทิ ห้องทรงงาน ห้องบรรทม ห้องแกลลอรี่, ห้องมิลเลี่ยน, ไชนีสรูม ห้องบอลลูม ใช้จัดงานเต้นรำ หรือแสดงดนตรี ปัจจุบันยังมีการใช้งานอยู่เป็นครั้งคราว ฯลฯ ชมอุทยานและสวนดอกไม้นานาพันธุ์
เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย นำคณะเข้าสู่ เอาท์เล็ท พาร์นดอร์ฟ “Parndorf Outlet” เป็นเอาท์เล็ท แบรนด์เนมที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปตะวันออก มีให้ท่านได้มีเวลาเลือกซื้อสินค้าแบรนด์เนมมากมายในราคาพิเศษ เช่น PRADA, Lacoste, Samsonite, McGregor, Ulla Popken, Gaastra, Hallhuber,Guess, Polo Ralplauren, Geox, Bally, Armani, Burberry, Camel, Timberland, Vans, Levi’s, Diesel, Nike, Adidas ฯลฯ จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่เมืองกมุนเดน (Gmunden) เมืองแสนสวยน่ารักริมทะเลสาบทรุนซี (Traunsee) เป็นเมืองในแคว้นอัปเปอร์ออสเตรีย ในเขตกมุนเดน ในเมืองนี้เคยเป็นเหมืองเกลือที่สำคัญและมีการตั้งถิ่นฐานอยู่แล้วตั้งแต่ในศตวรรษที่ 5 ในปี ค.ศ. 1186 เมืองกมุนเดนกลายเป็นเมืองสำคัญและมีป้อมปราการล้อมรอบไปด้วยกำแพง และได้ถูกสถาปณาขึ้นเป็นเมืองในปี ค.ศ. 1278
ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่: Seehotel im Weyer Gmunden / หรือที่พักระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ที่ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
นำท่านเดินทางชมเมืองกมุนเดน(Gmunden) เก็บภาพเมืองเก่าที่งดงามรวมถึงจุดไฮไลท์ที่สำคัญของตัวเมืองคือปราสาท ปราสาทออร์ธ(Orth Castle)ริมทะเลสาบ ซึ่งเป็นแลนด์มาร์กของเมืองกมุนเดน(Gmunden)เป็นสถานที่ที่ต้องไปเยือนให้ได้ ทิวทัศน์สวยงามของกมุนเดนท่านสามารถเห็นได้จากริมทะเลสาบ นำท่านเข้าสู่สถานีกระเช้าชมวิว ณ สถานีกมุนเดน (Gmunden Station) สู่สถานีกรุนเบิร์ก (Grnberg Station) จุดชมวิวและเป็นสถานที่พักผ่อนทางธรรมชาติที่สำคัญ ของชาวออสเตรียรวมถึงนักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลก บริเวณเนินเขากรุนเบิร์กเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่น่าสนใจและสวยงามที่สุดของอัปเปอร์ออสเตรีย นำท่านเดินเข้าสู่เส้นทางเดินธรรมชาติ ขึ้นสู่จุดชมวิว ทรีท็อป ซัลซ์คัมเมอร์กุท(Baumwipfelpfad Salzkammergut) สถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่สุดอันซีน มีเวลาให้ท่านเดินสำรวจเส้นทางธรรมชาติและจุกชมวิวที่สวยงามของทะเลสาบทรุนซี
เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านเดินทางสู่กรุงมิวนิค เมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดในรัฐบาวาเรียทางตอนใต้ของเยอรมนี ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศไม่ไกลจากชายแดนติดกับออสเตรีย ตั้งอยู่บนแม่น้ำอิซาร์ ซึ่งไหลไปทางเหนือจากเทือกเขาไทโรเลียนผ่านตัวเมือง และต่อมาบรรจบกับแม่น้ำดานูบ ก่อตั้งขึ้นเช่นเดียวกับเมืองอื่นๆ เพื่อปกป้องการข้ามแม่น้ำ (และเพื่อเก็บค่าผ่านทางจากพ่อค้าที่ใช้สะพานและแม่น้ำ) เมืองนี้กลายเป็นศูนย์กลางของศิลปะและวัฒนธรรมในช่วงยุคเรอเนซองส์และยุคบาโรกในยุคกลาง
ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคารโรงเบียร์เยอรมัน เมนูขาหมูเยอรมัน พร้อมเครื่องดื่มรสเลิศ / นำคณะเดินทางเข้าสู่ที่พัก
พักที่: Hilton Garden Inn Munich, Holiday Inn Munich - City Centre / หรือที่พักระดับใกล้เคียง
เช้า รับประทานอาหารมื้อเช้า ณ โรงแรมที่พัก
จากนั้นนำท่านผ่านชมจุดที่สวยงามของกรุงมิวนิค แวะเก็บภาพบริเวณพระราชวังและสวนนิมเฟนเบิร์ก (Nymphenburg Palace and Park) ตั้งอยู่ทางตะวันตกของเมืองมิวนิค แต่เดิมเป็นพระราชวังฤดูร้อนของราชวงศ์บาวาเรียมาหลายศตวรรษ ตัวพระราชวังและสวนได้รับการออกแบบและตกแต่งแบบผสมผสานในสไตล์ฝรั่งเศสและอังกฤษ จึงได้รับการยกย่องว่าเป็น หนึ่งในศูนย์รวมแบบอย่างงานศิลป์ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป / ได้เวลาสมควรนำท่านเดินทางสู่ “สนามบินมิวนิค” เพื่อผ่านขั้นตอนการตรวจเช็คบัตรโดยสารและทำคืนภาษี
14.25 ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ โดยสายการบินไทย แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ TG 925
06.05 น.เดินทางถึง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ
18 ซอย27 (บุญศิริ 2) ถนนสุขุมวิท ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ 10270
ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
ค้นหาโปรแกรมทัวร์
หน้าหลัก
ขอใบเสนอราคา