
20.00 พร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตูทางเข้าหมายเลข 8 เคาน์เตอร์ N สายการบินเตอร์กิส แอร์ไลน์ เจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยให้ความสะดวก ในการเช็คบัตรโดยสารและสัมภาระ
22.45 นำท่านออกเดินทางสู่สนามบินอิสตันบูล, ประเทศตูรเกีย โดยสายการบินเตอร์กิส แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ TK069
05.15 เดินทางถึงสนามบินอิสตันบูล ประเทศตุรกี เพื่อแวะเปลี่ยนเครื่อง
08.00 ออกเดินทางต่อสู่สนามบินเฮลซิงกิ โดยสายการบินเตอร์กิส แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ TK1761
11.40 เดินทางถึงสนามบินกรุงเฮลซิงกิ(Helsinki) ประเทศฟินแลนด์ นำท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและตรวจรับสัมภาระ นำท่านชมกรุงเฮลซิงกิเมืองหลวงของฟินแลนด์ ซึ่งมีสถาปัตยกรรมแบบ ผสมผสานระหว่างสวีดิชและรัสเซีย เจ้าของสมญานาม “ธิดาสาวแห่งทะเล บอลติก” นำท่านเข้าชม “โบสถ์หินเทมเปอเลียวคิโอ” Templiaukkio Church ที่สร้างขึ้นโดย การขุดเจาะในซอกหินแกรนิตขนาดมหึมาที่มีรูปร่างคล้ายจานบิน จากนั้นเยี่ยมชมมหาวิหารอุซเปนสกี้ Uspensky ของศาสนาคริสต์นิกายออร์ธอดอกซ์ที่งดงามด้วยลักษณะสถาปัตยกรรมแบบรัสเซีย จากนั้นชม “จัตุรัสรัฐสภา” Senate Square ซึ่งเป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์พระเจ้าอเล็กซานเดอร์และมหาวิหารใหญ่นิกายรูเธอรัน ชม “อนุสาวรีย์ซิเบลิอุซ” Sibelius คีตกวีเอกชาวฟินน์ผู้แต่งเพลงฟินแลนเดียที่สวนสาธารณะเวลล์ เดินเล่นย่าน “ตลาดนัดริมทะเล” Market Square ที่มีชื่อเสียงนอกจากจะเป็นตลาดย่านใจกลางเมืองที่ขายของที่ระลึกแก่นักท่องเที่ยว แหล่งขายปลานานาชนิด อาหารผลไม้ และดอกไม้แล้ว ยังเป็นที่ตั้งสถานที่สำคัญ อาทิ ทำเนียบประธานาธิบดี, ศาลากลางและโบสถ์ / ได้เวลาสมควรนำท่านออกเดินทางสู่ท่าเรือเฟอร์รี่ ออกเดินทางสู่กรุงทาล์ลินน์ ประเทศเอสโตเนีย
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารภายในเรือเฟอร์รี่
พักที่: Park Inn By Radisson Hotel / หรือระดับใกล้เคียง (1)
เช้า บริการอาหารเช้าในโรงแรมที่พัก
นำท่านเข้าชม พระราชวังแคทเดอริก (Kadriorg Art Museum Palace) เป็นพระราชวังสไตล์บาโร๊ค สร้างขึ้นตามพระประสงค์ของพระเจ้าปีเตอร์มหาราชที่ 1 แห่งรัสเซีย เพื่อเป็นที่ประทับของพระราชินีแคทเธอรีน โดยพระราชวังแห่งนี้ได้รับการออกแบบโดย Mr.Niccolo Michetti สถาปนิกชาวอิตาลีในปี ค.ศ. 1930 แต่ในปัจจุบันได้กลายมาเป็นพิพิธภัณฑ์แสดงผลงานทางศิลปะของประเทศ นอกจากนี้ท่านจะได้ชมความงดงามของสวนบริเวณโดยรอบพระราชวังเก่าแห่งนี้ด้วยได้เวลาสมควรนำท่านเดินทางกลับเข้ากรุงทาลลินน์ นำท่านชมกรุงทาลลินน์ (Tallinn) เมืองหลวงของประเทศเอสโตเนีย ซึ่งตั้งอยู่ทางชายฝั่งตอนใต้ของอ่าวฟินแลนด์ ทาลลินน์ ถือเป็นเมืองที่มีชื่อเสียง ในเรื่องของสถาปัตยกรรมอันวิจิตรงดงามในช่วงยุคกลาง จักรวรรดิซาร์แห่งรัสเซีย สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับเจ้าชายอเล็กซานเดอร์ ยาโรสลาวิทซ์ เนฟสกี้
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านเที่ยวชมย่านเมืองเก่าของเมืองทาลลินน์ ที่โอบล้อมด้วยกำแพงเมืองและป้อมปราการในยุคกลางให้บรรยากาศเหมือนอยู่ในยุคอัศวิน ชม เขตเมืองเก่าทูมเปีย (Toompea) ในเขตอัพเพอร์ทาวน์ ชมและถ่ายรูปภายนอกปราสาททูมเปีย (Toompea Castle) ซึ่งปัจจุบัน คือรัฐสภาแห่งเอสโตเนียชมวิวทิวทัศน์ของเมืองแบบพาโนรามา ที่มีสีสันสดใสราวกับภาพวาดที่มีโบสถ์เซนต์โอลาฟโดดเด่นเป็นสง่า นำท่านชมภายนอก โบสถ์อเล็กซานเดอร์เนฟสเก้ (Alexander Nevsky Cathedral) โบสถ์ใหญ่ที่มียอดโดมใหญ่ที่สุดในเมืองทาลลินน์ เป็นสถาปัตยกรรมแบบรัสเซียนออร์โธด็อกซ์ สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1900 ในช่วงที่เอสโตเนียเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซีย
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
พักที่: Park Inn By Radisson Hotel / หรือระดับใกล้เคียง (2)
เช้า บริการอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่เมืองแปร์นู (Parnu) (120 ก.ม.) เป็นเมืองพักผ่อนตากอากาศในช่วงฤดูร้อนทีมี่ชื่อเสียงที่สุดในฝั่งตะวันตกริมทะเลบอลติก ผ่านชมความสวยงามของเมืองท่านจะได้เห็นบ้านไม้แบบ Wooden House ซึ่งเป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของเอสโตเนีย ชมความสวยงามของ หาดแปร์นู Parnu Beach ที่ในช่วงฤดูร้อน จะมีชาวเมืองมากมายมาพักผ่อนกันที่หาดแห่งนี้ อิสระท่านเก็บภาพความงามตามอัธยาศัย จากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่ พิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง (Ethnographic open-air museum of Latvia)
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านเข้าชมภายในพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง (Ethnographic open-air museum of Latvia) เป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งอันเก่าแก่และใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรปตั้งอยู่ริมฝั่งทะเลสาบจุกลา (Jugla Lake) พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ไม่เหมือนใครเมื่อเทียบกับพิพิธภัณฑ์ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันทั่วโลก เนื่องจากมีการเก็บรวบรวมผลงานก่อนสงครามและทำให้วัตถุนิทรรศการหลายแห่งอยู่ในสภาพดีมากมีอาคารประวัติศาสตร์ 118 แห่งจากทั้ง 4 จังหวัดของประเทศลัตเวีย - Kurzeme, Vidzeme, Zemgale และ Latgale ที่จัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ อาคารเหล่านี้มีช่วงอายุและส่วนใหญ่สร้างขึ้นระหว่างศตวรรษที่ 17 จนถึงช่วงทศวรรษที่ 1930 ได้เวลาสมควร จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองริก้า (Riga) เมืองหลวงของประเทศลัตเวีย
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่: Hotel Mercure Riga / หรือระดับใกล้เคียง (3)
เช้า บริการอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่อุทยานแห่งชาติกัวจา (Gauja National Park) เป็นอุทยานแห่งชาติที่เก่าแก่ที่สุดและเก่าแก่ที่สุดในลัตเวียโดยมีความหลากหลายทางชีวภาพที่หลากหลายความหลากหลายของภูมิประเทศทัศนียภาพอันงดงามทางธรรมชาติและวัฒนธรรม ที่เป็นเอกลักษณ์ นำท่านเข้าชมถ้ำกัทแมน (Gutman’s Cave) เป็นถ้ำที่ใหญ่ที่สุดในบอลติคที่วัดความลึก 19 เมตรสูง 12 เมตร ไม่ได้เป็นเพียงแค่สิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ แต่ยังเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วย ตำนาน เรื่องราวความรักของหญิงสาวไมจา (Maija) ผู้แสนสวยถึงขนาดได้รับการขนานนามว่ากุหลาบแห่ทูไรดา (Turaida Rose) ที่มีต่อกับคนทำสวนของปราสาททูไรดา เธอซื่อสัตย์ต่อคนรัก แต่ต้องด้วยชีวิตของเธอ ตามตำนานว่าน้ำตาของเธอกลายเป็นกระแสน้ำของแม่น้ำกัวจา ด้านหน้าถ้ำยังมีร่องรอยแกะสลักเรื่องราวควารักของหนุ่มสาว และคู่รักที่เดินทางมาขอพร ณ ถ้ำแห่งนี้ จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่บริเวณตัวปราสาททูไรดา (Turaida Castle) ชมอาคารต่างๆ ที่ยังคงหลงเหลืออยู่ ตัวอาคารสร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ.1214 เอกลักษณ์คือใช้อิฐแดงทั้งหมด ตัวอาคารได้ผ่านการบูรณะและอนุรักษณ์ ทำให้เห็นสภาพก่อนหน้าของปราสาท ได้อย่างชัดเจนขึ้น
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านชม ย่านเมืองเก่ากรุงริก้า(Riga) เมืองที่มีส่วนผสมของอิทธิพลแบบลัตเวียน รัสเซียน และเยอรมัน ชมความสวยงามของสถาปัตยกรรมอันงดงาม ผ่านชมร่องรอยกำแพงเมืองโบราณ อาคารแบบอาร์ตนูโว ที่สร้างในยุคกลาง อายุเก่าแก่กว่า 800 ปี ผ่านชมปราสาทริก้า ซึ่งปัจจุบันได้ใช้เป็นทำเนียบประธานาธิบดี นำท่านชม โบสถ์เซนต์ปีเตอร์ (St. Peter Cathedral) ที่งดงามเป็นโบสถ์กอธิคที่สำคัญ และสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองริก้า ชมป้อมดินปืน The Powder Tower สร้างขึ้นตั้งแต่ ปี ค.ศ.17 ชม อนุสาวรีย์อิสรภาพ ตั้งอยู่ย่านใจกลางเมืองริก้า สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1935 เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานรำลึกถึงเหล่าทหารกล้าผู้เสียสละชีพในสงครามเรียกร้องอิสรภาพของลัตเวียระหว่างปี ค.ศ.1918 ถึงปี 1940 ชมโบสถ์เซนต์จาคอบ เป็นโบสถ์คาทอลิกที่โดดเด่นที่สุดในย่านเมืองเก่า ชมโบสถ์ประจำเมืองริก้า Riga Cathedral อยู่ริมจัตุรัส สร้างเมื่อปี ค.ศ.1211 ชมอนุสาวรีย์อิสรภาพ (Freedom Monument) ซึ่งเป็นเหมือนสัญลักษณ์ แห่งอิสรภาพของชาวลัตเวียที่หลุดพ้นจากชาติมหาอำนาจทั้งหลาย เป็นรูปหญิงสาวนามว่า Milda กำลังชูดาว 3 ดวงไว้เหนือศีรษะจนสุดแขน มีความสูงประมาณ 42 เมตร ซึ่งดาวทั้งสามนั้นเป็นสัญลักษณ์แทนการรวมตัวกันของภูมิภาคทั้งสามของลัตเวียซึ่งก็คือ KURZEME, VIDZEME และ LATGALE อิสระทุกท่านในย่านเมืองเก่าตามอัธยาศัย
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่: Hotel Mercure Riga / หรือระดับใกล้เคียง (4)
เช้า บริการอาหารเช้าในโรงแรม
นําท่านเดินทางสู่ เมืองฟิลส์รันดาเล (Pilsrundale) (82 กม.) ประเทศลัตเวีย นำท่านเข้าชมภายในพระราชวังรันดาเล (Rundale Palace) หนึ่งในงานสถาปัตยกรรมสไตล์บาร๊อค ในประเทศลัตเวีย ซึ่งเคยเป็นสถานที่ประทับในช่วงฤดูร้อนของท่านดยุค Ernst Johann Biron และ Russian Empress Anna Ioannovna ซึ่งเป็นพระราชวังที่ใหญ่ที่สุดของลัตเวีย สร้างในศตวรรษที่ 18 จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองซัวเลย์ (Siauliai) เมืองที่มีความเก่าแก่ในอดีตเคยถูกเผาในยุคสงครามถึง 7 ครั้งด้วยกันปัจจุบันทางการได้ฟื้นฟูจนกลายมาเป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรม
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
นำท่านชม สุสานไม้กางเขน (Hill of Crosses in Siauliai) สถานที่อันแสดงถึงความเชื่อของผู้คนที่นับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก ซึ่งมีมายาวนานนับตั้งแต่ช่วงยุคสงคราม สถานที่แห่งนี้เปรียบเสมือนสุสานไม้กางเขนนับแสนชิ้น แม้กระทั่งปัจจุบันนี้ก็ยังมีคนนำมาทิ้งอย่างต่อเนื่อง ให้ท่านได้เดินเล่นถ่ายรูปและชมวิวบนยอดเขาแบบพาโนรามา จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองเคานัส(Kaunas) นำท่านชมเมืองเคานัส ซึ่งเคยเป็นเมืองหลวงชั่วคราวของประเทศลิทัวเนีย ในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 ตั้งอยู่ตรงที่บรรจบกันของแม่น้ำเนริส และแม่น้ำเนมาน เป็นเมืองใหญ่มีประชากรมากเป็นอันดับสองของประเทศลิทัวเนีย รองจากวินิอุส
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร / นำท่านเข้าสู่ที่พัก
พักที่: Victoria Hotel Kaunas / Radisson Hotel Kaunas / หรือระดับใกล้เคียง (5)
เช้า บริการอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
นำท่านเก็บภาพความสวยงามของเมืองเคานัส อาทิ อาคารศาลาว่าการ(City Hall), ปราสาทเคานัส Kaunas Castle ปราสาทหินที่สร้างขึ้นมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 14 เพื่อป้องการกันการโจมทางด้านศาสนา ชมทัศนียภาพอันงดงามของแม่น้ำทั้งสองสายที่มาบรรจบกันที่เมืองนี้คือแม่น้ำเนริสและแม่น้ำเนมานจากบนปราสาท ชม Holy Cross Church ที่สร้างขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมสมัยใหม่แบบเรอแนสซองส์ และ วิหารเคานัส Kaunas Cathdral Basilica ที่มีการสร้างแบบผสมผสานตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 15
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองทราไก (Trakai) (70 กม.) อดีตเมืองหลวงเก่าของราชรัฐลิทัวเนียจาก 1864-1323 ก่อนที่จะย้ายไปยังวิลนีอุส นำท่านเข้าชม ปราสาททราไก หรือปราสาทที่ใครหลายๆคนเรียกว่า Little Marienburg ตั้งอยู่บนเกาะเล็กๆ ในทะเลสาบเกลฟ สร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่14 เป็นปราสาทที่ท่านแกรนด์ดุ๊ก วีเทาทัสประสงค์ใช้ชีวิตในช่วงบั้นปลาย ก่อนที่จะกลายเป็นคุกในช่วงศตวรรษที่ 17 มีตำนานที่เล่าต่อๆ กันมาถึง เรื่องราวความรัก โศกนาฏกรรม และได้รับคำโจษจันว่าเป็นปราสาทผีสิง โดยอีกด้านหนึ่งของปราสาทเป็นที่ตั้งของโบสถ์และสำนักสงฆ์ในนิกายเบเนดิกทีน ชมความงดงามทัศนียภาพโดยรอบทะเลสาบกับตัวปราสาทที่สามารถบอกเล่าเรื่องราวในประวัติศาสตร์ได้เป็นอย่างดี ชมความงามของทะเลสาบเกลฟ (Lake Galve) อยู่กลางเมืองทราไก มีเกาะแก่ง ประมาณ 21 เกาะ นำท่านเดินทางเข้าสู่กรุงวิลนีอุส (Vilnius) เมืองหลวงของประเทศลิทัวเนีย /
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำมื้อพิเศษ ณ ภัตตาคาร Belmontas พร้อมชมโชว์พื้นเมือง ที่รับวัฒนธรรมผสมผสานระหว่าง รัสเซีย สแกนดิเนเวีย และยุโรปเข้าด้วยกัน
พักที่: Best Western Vilnius Hotel หรือระดับใกล้เคียง(6)
เช้า บริการอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
นำท่านชม เมืองวิลนีอุส(มรดกโลก) และเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศตั้งอยู่ทางด้านตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งอยู่ระหว่างแม่น้ำสองสาย แม่น้ำเนริสและแม่น้ำวิลเนเลเล ตัวเมืองถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1323 โดยเมืองวิลนีอุสมีชื่อเสียงทางด้านงานสถาปัตยกรรมอันเก่าแก่ จึงได้รับสมญานามว่าเป็นเมืองหลวงแห่งวัฒนธรรมของยุโรปตั้งแต่ยุคโกธิค เรเนซองค์ บาร็อค และ คลาสสิค ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี ค.ศ.1994 นำท่านชมเนินปราสาทเจดิมินาส (Gediminas Tower) ปราสาทนี้ก่อสร้างด้วยอิฐแดง ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 13 – 14 ตัวปราสาทตั้งอยู่บนเนินเขา ซึ่งนอกจากจะได้ชมปราสาทแล้วตรงนี้ก็นับเป็นจุดชมวิวเมืองที่สวยงามอีกด้วย นำท่านเก็บภาพยอดเขาไม้กางเขนสามอัน (Three Crosses) อนุสาวรีย์รูปไม้กางเขนสีขาวสามอันขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่บนยอดนี้นับเป็นสถานที่เตือนความทรงจำในเหตุการณ์ทรมานนักบวชที่เข้ามาเผยแพร่ศาสนา นำท่านชมโบสถ์เซนต์แอน (St.Ann’s Church) โบสถ์แห่งนี้ตั้งอยู่ในเขตเมืองเก่า เป็นโบสถ์คริสต์นิกายโรมันคาทอลิกขนาดใหญ่และเป็นหนึ่งในโบสถ์ที่สวยที่สุดในวิลนีอุส นำท่านเก็บภาพความสวยงามของ มหาวิหารแห่งวิลนีอุส (Vilnius Cathedral) มหาวิหารขนาดใหญ่ตั้งอยู่ในเขตเมืองเก่าอยู่ไม่ห่างจาก Cathedral Square นับเป็นมหาวิหารขนาดใหญ่ที่สุดในลิทัวเนีย สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1251
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านชมประตูเมือง (GATE OF DAWN) ที่มองแวบแรกอาจคิดว่าเป็นตรอกอาคารทั่วไปเพราะถูกขนาบด้วย อาคารทั้งสองข้าง แต่จริงๆ แล้วนี่คือความคลาสสิกของอดีตที่แฝงอยู่ในรูปทรงอาคารซึ่งดูเหมือนเป็นประตูธรรมดา ดังที่เห็นประตูเมืองแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกาแพงเมืองโบราณ ถูกสร้างขึ้นในช่วงปี 1503-1522 เพื่อเป็นปราการ สำคัญในการป้องกันเมืองจากการโจมตีของข้าศึกศัตรู ชาววิลนีอุสจะรู้จักประตูเมืองแห่งนี้ในชื่อ MEDININKAI เพราะหากเดินลอดใต้ซุ้มประตูผ่านเข้าสู่ด้านในเราก็จะได้พบกับหมู่บ้าน MEDININKAI นั่นเอง ซึ่งจากเดิมที่มีประตู เมืองถึง 10 แห่ง หลังจากมีคำสั่งจากทางการให้ทำลายประตูอีก 9 แห่งทิ้งไปก็เหลือเพียงประตูแห่งนี้เพียงหนึ่งเดียว ที่ยังเหลืออยู่ หากเดินลอดประตูเข้าไปภายในจะมีโถงเล็กๆ ที่ชั้นบนกรุด้วยกระจกสี มีโบสถ์พระแม่มารีผู้เป็นที่ยึด เหนี่ยวจิตใจของชาวเมือง ซึ่งมักจะมีผู้คนผ่านเข้ามาอธิษฐานขอพรกันอยู่ตลอด นำท่านชมย่านเมืองเก่าที่ถือว่าเป็นเขตเมืองเก่าที่ใหญ่ที่สุดในเขตยุโรปกลาง และถ่ายรูปกับความงดงามของอาคารเก่าแก่เมื่อครั้งสมัยศตวรรษที่ 15-16 ถ่ายรูปกับกลุ่มอาคารเมืองเก่าและวิหารต่าง ๆ Orthodox Church of the Holy Spirit, Church of St.Anne, Church of St.Francis and Bernardine, Vilnius University และ Gediminas Tower เป็นต้น อิสระทุกท่านเลือกซื้อสินค้าและของที่ระลึกพื้นเมืองในย่านเมืองเก่าตามอัธยาศัย
.......... ได้เวลาพอสมควร เดินทางสู่สนามบินวิลนีอุส
20.20 ออกเดินทางสู่สนามบินอิสตันบูล โดยเที่ยวบินที่ TK1410
23.25 เดินทางถึงสนามบินอิสตันบูล เพื่อแวะเปลี่ยนเที่ยวบิน
01.45 ออกเดินทางสู่สนามบินสุวรรณภูมิ, กรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ TK068
15.25 เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ, กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ
18 ซอย27 (บุญศิริ 2) ถนนสุขุมวิท ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ 10270
ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
ค้นหาโปรแกรมทัวร์
หน้าหลัก
ขอใบเสนอราคา