
18.15 สมาชิกทุกท่านพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศชั้น 4 เคาร์เตอร์สายการบินกาต้าร์แอร์เวย์ (เคาเตอร์ Q) เจ้าหน้าที่คอยดูแลเช็คสัมภาระและบัตรที่นั่งบนเครื่อง
21.15 ออกเดินทางสู่กรุงโดฮา โดยสายการบินกาต้าร์แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ QR833
00.05 เดินทางถึงกรุงโดฮา ประเทศกาต้าร์ (แวะพักเปลี่ยนเครื่อง)
01.25 ออกเดินทางสู่โรม โดยสายการบินกาต้าร์แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ QR123
06.40 เดินทางถึงสนามบินนานาชาติฟูมิชิโน(กรุงโรม) ประเทศอิตาลี หลังผ่านการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรแล้วนำท่านเดินทางสู่กรุงโรม ซึ่งเป็นศูนย์กลางของประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม มีชื่อเสียงไปทั่วโลกในด้านความมหัศจรรย์ทางสถาปัตยกรรม โดยเฉพาะจากยุคบาโรก เข้าสู่ “นครรัฐวาติกัน” สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดแห่งหนึ่งในศาสนาคริสต์ เป็นหลักฐานยืนยันถึงประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่าสองพันปี เป็นที่ตั้งของหลุมฝังศพของนักบุญปีเตอร์ ซึ่งเป็นสุสานแห่งแรกของพระสันตะปาปาแห่งโรมที่ครองราชย์ต่อเนื่องกันมา เข้าชมมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ อาคารทางศาสนาที่ใหญ่ที่สุดในโลก ชมประติมากรรม “พระแม่มารีในชุดคลุมพร้อมพระเยซูที่สิ้นพระชนม์อยู่ในอ้อมแขน” หรือรู้จักกันในฃื่อ “ความสงสารของนักบุญปีเตอร์” (The Piet of Saint Peter’s) ซึ่งอาจเป็นประติมากรรมทางศาสนาที่โด่งดังที่สุดในโลก ที่มีความงามและความสมบูรณ์แบบเหนือมนุษย์ ปั้นขึ้นในปี ค.ศ. 1498 โดยไมเคิลแองเจโล (ขอสงวนสิทธิ์ในการงดการเข้าชมภายในมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ ในกรณี มีการจัดงานพิธีต่างๆ ซึ่งไม่อาจเข้าชมได้ หรือในกรณีคิวต่อแถวในการเข้าชมยาวมากเพื่อไม่ให้เป็นผลกระทบกับรายการท่องเที่ยวอื่นๆ ในโปรแกรมทัวร์) จากนั้นเดินทางสู่ สัญลักษณ์ของกรุงโรม “อัฒจันทร์ฟลาเวียน” (Flavian Amphitheatre) หรือที่รู้จักกันทั่วไปในชื่อ “โคลอสเซียม” (Colosseum) เป็นโรงละครกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในอาณาจักรโรมันหนึ่งในสิ่งก่อสร้างที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก จักรพรรดิเวสปาเซียนได้เริ่มสร้างโคลอสเซียม ในปีค.ศ. 70-72 ถือเป็นเครื่องพิสูจน์ความยิ่งใหญ่และอำนาจของจักรวรรดิโรมัน โคลอสเซียมซึ่งได้รับการจัดให้เป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ยังได้รับการรับรองจาก UNESCO ให้เป็นแหล่งมรดกโลกอีกด้วย ชม “ประตูชัยคอนสแตนติน” (The Arch of Constantine) ซุ้มประตูโค้งที่สวยงามแห่งนี้สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 315 เพื่อเฉลิมฉลองชัยชนะของจักรพรรดิคอนสแตนตินเหนือแม็กเซนติอุส ในยุทธการที่สะพานมิลเวียน ประตูชัยตั้งอยู่ระหว่างโคลอสเซียมและเนินพาลาไทน์
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย หลังอาหารนำท่านสู่ “น้ำพุเทรวี” (Trevi Fountain) เป็นน้ำพุที่สวยที่สุดและใหญ่ที่สุดในกรุงโรม น้ำพุ เทรวีมีความกว้างประมาณ 20 เมตรและสูง 26 เมตร การออกแบบน้ำพุแห่งนี้เป็นการผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างประติมากรรมและน้ำ แสดงให้เห็นถึงความงามของยุคบาโรก น้ำพุแห่งนี้สร้างขึ้นโดย Nicola Salvi และสร้างเสร็จในปี 1762 โดยเป็นภาพของโอเชียนัส เทพเจ้าแห่งน้ำ ล้อมรอบด้วยรูปปั้นแห่งความอุดมสมบูรณ์ ไทรทัน และฮิปโปแคมปัส ซึ่งแกะสลักอย่างประณีตงดงาม น้ำพุแห่งนี้ถือเป็นเรื่องเล่าที่มีชีวิตของวิวัฒนาการของกรุงโรมซึ่งเป็นตัวแทนของมรดกอันยั่งยืนของกรุงโรม จากนั้นเดินทางสู่ “บันไดสเปน” ซึ่งมีอายุเกือบ 300 ปี ตั้งอยู่ใจกลางกรุงโรม บันไดสเปนมีทั้งหมด 138 ขั้น ทำให้บันไดแห่งนี้เป็นบันไดที่กว้างที่สุดในยุโรป บันไดนี้ได้รับการออกแบบในปี ค.ศ. 1723 โดย Francesco De Sanctis ซึ่งเชื่อมระหว่างสถานทูตสเปนในกรุงโรมกับ Trinita Dei Monti บันไดได้รับการออกแบบเป็นพิเศษด้วยส่วนโค้ง ระเบียง และองค์ประกอบพิเศษอื่นๆ ซึ่งทำให้บันไดนี้กลายเป็นสถานที่ที่งดงามตระการตา สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่เมืองปิซ่า
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก: Galilei Hotel Pisa, Toscana Charme Hotel / หรือที่พักระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
หลังอาหารเดินทางสู่ “เมืองปิซ่า” เมืองที่มีชื่อเสียงในด้านสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ ประวัติศาสตร์อันยาวนานและวัฒนธรรมที่มีชีวิตชีวา เมืองปิซาเคยเป็นท่าเรือโรมันที่เจริญรุ่งเรือง นำท่านเช้าสู่ Piazza dei Miracoli (จัตุรัสแห่งปาฏิหาริย์) อันเป็นเอกลักษณ์ของเมือง ซึ่งเป็นมรดกโลกของยูเนสโก และเป็นที่ตั้งของ “หอเอนแห่งเมืองปิซ่า” 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกในยุคกลาง สร้างด้วยหินอ่อน สูง 181 ฟุต มี 8 ชั้น เริ่มก่อสร้างในปี ค.ศ. 1173 ความพยายามในการแก้ไขความเอียงของหอเอน กินเวลานานกว่า 180 ปี ซึ่งอาจเป็นความผิดพลาดทางสถาปัตยกรรมที่โด่งดังที่สุดในโลก จนทำให้เกิดการเอียงอันเป็นเอกลักษณ์มาจนถึงปัจจุบัน ชมภายนอกมหาวิหารปิซา หรือ อาสนวิหารซานตามาเรีย อัสซุนตา (Cathedral di Santa Maria Assunta) มหาวิหารแห่งนี้อยู่ติดกันและถือเป็นอัญมณีทางประวัติศาสตร์ในตัวของมันเอง อาคารสไตล์โรมันที่สวยงามนี้สร้างด้วยหินอ่อนสีขาว ภายนอกของอาสนวิหารสร้างความประทับใจด้วยลายทางสีดำและสีขาวที่มีต้นกำเนิดจากอาหรับ ใกล้กับอาสนวิหารคือ “หอศีลจุ่มบัทติสเทโร ดิ ซาน โจวานนี” (Battistero di San Giovanni) อาคารทรงวงกลมสูง 54 เป็นหอศีลจุ่มที่ใหญ่ที่สุดในอิตาลี สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1152 สมควรแก่เวลาเดินทางสู่เมือง โบโลญญา
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย เดินทางสู่เมือง “เวนิส” หนึ่งในเมืองที่สวยที่สุดในประเทศอิตาลี เป็นเมืองที่รู้จักกันในด้านของความเจริญรุ่งเรืองทางประวัติศาสตร์และศิลปะที่ได้รับฉายาว่า ราชินีแห่งทะเลอาเดรียตริก เมืองแห่งสายน้ำ นำท่านลงเรือล่องสู่เกาะเวนิส เมืองเวนิสเป็นเมืองที่อยู่เหนือกาลเวลาและเต็มไปด้วยมนต์ขลัง ประกอบด้วยเกาะ 118 เกาะที่เชื่อมถึงกันด้วยสะพานมากกว่า 400 แห่งในบริเวณทะเลสาบเวนิเทียทะเลสาบน้ำเค็มนี้ตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งระหว่างปากแม่น้ำโปกับแม่น้ำพลาวิ ในภาคเหนือของประเทศอิตาลี โดยทั้งเมืองและทะเลสาบได้ถูกประกาศให้เป็นมรดกโลกในปี 1987 ชม “สะพานถอนหายใจ” สะพานแห่งตำนานและสะพานที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองเวนิส ชม “ปาลาซโซ ดูคาเล” (Palazzo Ducale) หรือ “พระราชวังดอจ” อาคารสไตล์โกธิกที่สวยงามเป็นสถานที่บริหารของสาธารณรัฐเวนิสที่ยิ่งใหญ่ แต่กลับเป็นอาคารสไตล์เวนิสที่สวยงามอย่างแท้จริง นอกเหนือจากเสาหินเรียงแถวอันวิจิตรงดงามและด้านหน้าอาคาร เข้าสู่ “จัตุรัสซานมาร์โก” (หรือจัตุรัสเซนต์มาร์ก) ที่มีอายุกว่า 1200 ปี ชมภายนอก “มหาวิหารซานมาร์โก” มหาวิหารแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นในศตวรรษที่ 9 เพื่อเก็บศพของนักบุญมาร์ก ด้านหน้าของมหาวิหารเซนต์มาร์กมีริ้วคลื่นและยอดแหลมเหมือนคลื่น โดยมีประตูโค้ง 5 บานที่มีช่องเปิดปิดด้วยกระเบื้องโมเสกที่ระยิบระยับและซุ้มหินโค้ง ซึ่งเป็นโบสถ์แบบไบเซ็นไทน์ที่ “ใหญ่ที่สุด” ในยุโรปตะวันตก สมควรแก่เวลา เดินทางล่องเรือกลับสู่ท่าเรือทรอนเค็ตโต ฝั่งเมสเตร้
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร เมนูพิเศษ อิตาเลียนพิซซ่า, อิตาเลียนสปาเก๊ตตี้พร้อมของหวาน
ที่พัก: Move Hotel Venecia Nord, Bel Stay Hotel / หรือที่พักระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
นำท่านออกเดินทางสู่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ผ่านชมเมืองต่างๆระหว่างทาง ซึ่งเป็นบริเวณดินแดนทะเลสาบของประเทศอิตาลีถึง “เมืองโคโม” เดินทางข้ามพรมแดนสู่สวิตเซอร์แลนด์ ระหว่างทางชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม ผ่าน เมืองลูกาโน ที่อยู่ในภาคใต้ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในเขตรัฐทีชีโน โดยตัวเมืองนั้นถูกล้อมรอบด้วยภูเขาจำนวนมาก อีกทั้งยังตั้งอยู่ริม “ทะเลสาบลูกาโน” ที่ตั้งอยู่ระหว่างพรมแดนของประเทศสวิตเซอร์แลนด์-อิตาลี
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย หลังอาหารเดินทางสู่เมือง “ลูเซิร์น” (Lucerne) เมืองที่ได้ชื่อว่านักท่องเที่ยวบันทึกภาพไว้มากที่สุด นำคณะไปถ่ายรูปกับ “อนุสาวรีย์สิงโต” อนุสรณ์รำลึกถึงการเสียชีวิตของทหารสวิสฯผู้ถวายการอารักขาแด่พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ในสงครามปฏิวัติใหญ่ฝรั่งเศส นำท่านเดินชมเมืองเก่าเดินข้าม “สะพานไม้คาเปล” ที่มีชื่อเสียงที่สุดของลูเซิร์น ซึ่งเป็นสะพานไม้ที่มีหลังคาคลุมตลอด ทอดตัวข้าม “แม่น้ำรุซซ์” (Reuss) ซึ่งสร้างมากว่า 660 ปี เพื่อเชื่อมเขตเมืองใหม่ในฝั่งใต้และเขตเมืองเก่าในฝั่งเหนือ สะพานแห่งนี้เคยถูกไฟไหม้เมื่อปี 1993 แต่ก็ได้บูรณะใหม่จนมีสภาพใกล้เคียงของเดิม
อิสระตามอัธยาศัยกับการเที่ยวชมบรรยากาศของเมือง นำท่านเดินทางเข้าสู่บริเวณจัตุรัสใจกลางเมือง “ชวาเน่นท์พลัทซ์” ให้ท่านช้อปปิ้งสินค้าขึ้นชื่อของประเทศสวิสเซอร์แลนด์ นานาชนิด อาทิ มีดพับสวิสฯ ช็อคโกแล็ต ของที่ระลึกต่างๆ มากมาย
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก: Astoria Hotel Lucerne, Hotel Seeburg Luzern / หรือที่พักระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก / หลังอาหารเดินทางสู่ “หมู่บ้านเลาเทอร์บรุนเนน” ผ่านชมวิวน้ำตกชเตาบ์บาค (Staubbach Waterfall) ที่ไหลลงมาจากหน้าผาเสมือนเป็นสัญลักษณ์ของหมู่บ้านแห่งนี้ จากการนั่งรถไฟฟันเฟือง สู่ “ยอดเขาจุงเฟรา” ที่ได้ชื่อว่า “สถานีรถไฟที่สูงที่สุดในยุโรป” เป็นพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติแห่งแรกของยุโรป เปลี่ยนขบวนรถไฟ (Cog Wheel) ณ “สถานีไคลน์ไชเด็ค” ขึ้นสู่ความสูงถึง 3,464 เมตร จนถึง “สถานีรถไฟที่สูงที่สุดในยุโรป” ซึ่งได้รับการ ยกย่องว่า เป็น Top of Europe ชม “ถ้ำน้ำแข็ง 1,000 ปี” ที่มีอายุเก่าแก่กว่า 1,000 ปี ชมงานแกะสลักน้ำแข็งที่สวยงามอยู่ใต้ธารน้ำแข็ง 30 เมตร เก็บภาพความสวยงามและยิ่งใหญ่ของของธารน้ำแข็ง Aletsch ที่ยาวที่สุดในเทือกเขาแอลป์(มรดกโลก) จากนั้นอิสระทุกท่านสนุกสนานบนลานหิมะอย่างเต็มอิ่ม สำหรับภายในตัวอาคารจุงเฟรายังมีห้องนิศรรษการเกี่ยวกับประวัติการสร้างทางรถไฟจุงเฟรา, ร้านจำหน่ายช็อคโกแลตลินน์, ร้านนาฬิกาและร้านจำหน่ายของที่ระลึก ท่านสามารถส่งโปสการ์ดถึงคนพิเศษเพื่อเป็นที่ระลึกจากยอดเขาแห่งนี้ได้อีกด้วย *** หมายเหตุ กรณี มีการปิดซ่อมราง จะขึ้นรถไฟจากสถานีกรุนด์ สู่ยอดเขาจุงเฟราแทน บริษัทขอสงวนสิทธ์การเปลี่ยนแปลงรายการ โดยไม่ไปเมือง เลาเท่นบรุนเน่น ***
เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคารบนยอดเขา พร้อมชมวิวแบบอลังการ
บ่าย จากนั้นโดยสารกระเช้าชมวิวเทือกเขาแอล์ป (THE V-CABLEWAY) ลงสู่สถานีเทอร์มินัล กรินเดลวาล์ด ซึ่งใช้เวลาเพียง 12 นาทีเท่านั้นชมวิวทิวทัศน์ที่สวยหลักล้าน รายล้อมไปด้วยทิวทัศน์สุดอลังการของเทือกเขาอันยิ่งใหญ่ ทิวสน, ทุ่งหญ้าสีเขียวขจีและบ้านเรือนในสไตล์สวิสฯชาเล่ต์
เดินทางต่อสู่ “เมืองอินเทอร์ลาเก้น” เมืองหลวงของแบร์นเนอร์โอเบอร์ลันด์ เมืองตากอากาศแสนสวยสุดแสนโรแมนติค ที่ตั้งอยู่กลางทะเลสาบสองแห่ง คือ Thunersee และ Brienzersee รายล้อมด้วยเทือกเขาน้อยใหญ่ และป่าสน โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านจะได้เห็นเขาจุงเฟราอันลือชื่อ, นาฬิกาดอกไม้, สถานคาสิโน ฯลฯ ท่านสามารถเลือกซื้อของในร้านค้าต่างๆ โดยเฉพาะนาฬิกาสวิสฯแบรนด์ต่าง, กระเป๋าและเครื่องหนัง รวมถึงผลิตภัณฑ์คอสเมติกราคาพิเศษในร้าน Kirthofer สามารถทำภาษีคืนได้จากที่ร้าน หรือท่านที่ต้องการซื้อของฝากจากซุปเปอร์ มาร์เก็ตก็จะมีร้านใหญ่ชื่อ Migros และ COOP ร่วมถึงร้านขายของที่ระลึกมากมาย / ได้เวลาสมควรนำท่านเดินทางสู่กรุงเบิร์น (ฟรีบูร์ก)
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก: Holiday Inn Bern Westside, Ambassador Spa Hotel / หรือที่พักระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
หลังอาหารเดินทางสู่เมือง “ดีฌง” เมืองหลวงของแคว้นบูร์กอญ-ฟร็องช์-กงเตทางภาคกลางทางตะวันออกของฝรั่งเศส ถือเป็นจุดหมายปลายทางทางวัฒนธรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุด โดยเมืองแห่งนี้ได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการว่าเป็น “Ville d’art et d’histoire”
เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย นำท่านออกเดินทางเข้าสู่ “มหานครปารีส” เมืองหลวงของประเทศฝรั่งเศส โดยรถไฟด่วน TGV หรือ Train A Grande Vitesse ด้วยความเร็วกว่า 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ท่านจะได้ชมวิวสวยงามระหว่างทาง และเปลี่ยนบรรยากาศ การเดินทางด้วยรถไฟ นำท่าน “ล่องเรือชมแม่น้ำแซนน์” พร้อมชมชมสถานที่สำคัญคู่บ้านคู่เมืองสองฝั่งของแม่น้ำแซนน์ โบราณสถานและอาคารที่เก่าแก่สร้างด้วยศิลปะแบบเรอเนสซองส์ ควรค่าแก่การอนุรักษ์และสร้างภาพให้ปารีสโดดเด่นเป็นมหานครที่งดงามแห่งหนึ่งของโลก อาทิเช่น หอไอเฟล, พิพิธภัณฑ์ลูฟร์, ศาลาว่าการ โอเต็ล เดอ วิลส์, เกาะเซนต์ หลุยส์, โบสถ์นอร์ทเตรอดาม, พิพิธภัณฑ์ออร์เซย์, แซงวาลี้ด, พระราชวังบูร์บ็อง ,สะพานอเล็กซานเดอร์ที่ 3 ฯลฯ
ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร
เมนูพิเศษ!! สามคอร์ส หอยเอสคาโก้, สเต๊กสไตล์ฝรั่งเศส(เนื้อวัวหรือเป็ดหรือปลาหรือไก่), ของหวาน พร้อมเสริฟไวน์แดงฝรั่งเศส
ที่พัก: Mercure La Defense Hotel, H4 Hotel by Wyndham / หรือที่พักระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
หลังอาหารนำท่านเข้าชมความสวยงามภายใน “พระราชวังแวร์ซายย์” ไกด์ประจำพระราชวังคอยบรรยายตามจุดต่างที่สำคัญๆของพระราชวัง จัดเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคปัจจุบัน เพราะความสวยงามใหญ่โตของตัวปราสาท และสวนดอกไม้ที่มีการตกแต่งไว้อย่างสวยงาม ผู้ที่ก่อสร้างพระราชวังแวร์ซายส์ที่งดงามแห่งนี้ คือ พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ของฝรั่งเศส พระราชวังในอดีตแห่งนี้มีพื้นที่ประมาณถึง 37,000 ไร่ แต่ปัจจุบันนั้นพื้นที่ บางส่วนถูกนำไปใช้ประโยชน์ด้านอื่นจึงเหลือพื้นที่เพียง 5,500 ไร่แต่อย่างไรก็ตามพระราชวังแวร์ซายส์ ก็ยังคงความงดงามและยิ่งใหญ่อลังการเสมอมา นำท่านชมห้องหับต่างๆ ที่ตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจงตามชื่อเทพเจ้าต่างๆ อาทิเช่น ห้องเฮอคิวลีส, ห้องวีนัส, ห้องนโปเลียน, ห้องอพอลโล, ฮอลล์ออฟมิเรอร์ (Hall of Mirrors) แต่ละห้องของพระราชวังล้วนมีค่าด้วยภาพเขียนสีแบบเฟรสโก้ โดยช่างฝีมือเอกชาวฝรั่งเศส ควรค่าแก่การยกย่องให้เป็นพระราชวังที่งดงามล้ำค่าที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ชมห้องประวัติศาสตร์เมื่อคราวที่พระยาโกษาธิบดี(ปาน) เข้าเฝ้าราชสำนักฝรั่งเศส
เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย หลังอาหารเดินทาง เข้าชมภายใน “พิพิธภัณฑ์ลูฟร์” (ไกด์ประจำพิพิธภัณฑ์ คอยบรรยายตามจุดต่างที่สำคัญๆของพิพิธภัณฑ์) ภายในจัดแสดงศิลปวัตถุชิ้นสำคัญ อาทิ ภาพวาดโมนาลิซ่า ของลีโอนาร์โด ดาวินชี, รูปปั้นวีนัส เดอมิโล, รูปแกะสลักทาสของไมเคิล แองเจโล ฯลฯ ประตูทางเข้าตรงกลางครอบไว้ด้วยปิรามิดกระจกซึ่งเพิ่งก่อสร้างเพิ่มเติมขึ้นมาในปี ค.ศ.1989
จากนั้นช้อปปิ้งสินค้าปลอดภาษีที่ BENLUXE DUTYFREE อิสระกับการ ช้อปปิ้งสินค้าตามรสนิยมแบรนด์ชื่อดังนานาชนิด อาทิ น้ำหอม เสื้อผ้ากระเป๋า เครื่องสำอาง จากนั้น ชมลานประวัติศาสตร์ “จัตุรัสคองคอร์ด” Place de la Concorde ที่พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 และพระนางมารีอังตัวเนต ถูกตัดสินประหารชีวิตโดยกิโยตินในสมัยปฏิวัติฝรั่งเศส ชมถนนแห่งแฟชั่น “ถนนชองเอลิเซ่” (Champs-Elysees) ที่มี ความยาวกว่า 2 กิโลเมตรที่ร่มรื่นไปด้วยต้นเมเปิ้ลตลอดสองข้างทางและถือว่าเป็นถนนที่ติดอันดับสวยที่สุดในโลก ให้ท่านได้ถ่ายภาพคู่กับ “หอไอเฟล” สัญลักษณ์อันโดดเด่นของมหานครปารีส บริเวณ “จัตุรัสทรอคาเดโร” ชม “ประตูชัย” Arc de Triomphe เป็นประตูชัยที่มีชื่อเสียงที่สุดในปารีส ประเทศฝรั่งเศส สถานที่สำคัญของปารีสที่น่าประทับใจ
จากนั้นนำท่านขึ้นลิฟท์สู่ชั้น 2 ของหอไอเฟล พร้อมชมวิวมหานครปารีสจากมุมสูง เก็บบรรยากาศความสวยงามและยิ่งใหญ่ของมหานครแห่งแฟชั่นอันดับหนึ่งของโลกแห่งนี้
ค่ำ บริการอาหารเย็น ณ ภัตตาคารไทย
ที่พัก: Mercure La Defense Hotel, H4 Hotel by Wyndham / หรือที่พักระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
นำท่านเดินทางเข้าสู่ “ย่านมองมาร์ต” (Montmarte) เป็นเนินเขา ทางเหนือของปารีสและเป็นจุดที่สูงที่สุดของเมือง ชม “มหาวิหารซาเครเกอร์” ( Bassilica of Sacre Coeur ) ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์สถานที่อุทิศแด่ชาวฝรั่งเศส ที่เสียชีวิตจากสงครามกับปรัสเซีย ออกแบบตามแบบศิลปะสไตล์โรมัน - ไบเซนไทน์ Roman-Byzantine สีขาวสวยเด่นเป็นสง่าบนเนิน เขามองมาร์ต นำท่านชมความงามของวิว สวยของปารีสที่แห่งนี้ยังเปรียบได้กับว่าเป็น เนินแห่งความฝัน ของบรรดาศิลปินทั้งหลาย ณ ที่แห่งนี้คือ ที่นัดพบของศิลปินมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 ผลงานศิลปะได้มี การสร้างสรรค์จากที่นี่เป็นจำนวนมาก อิสระให้ทุกท่านได้เพลิดเพลินกับบรรยากาศแบบชาวปารีเซียง ในย่านมองมาร์ตตลอดสองข้างทางจะเต็มไปด้วยร้านกาแฟสไตล์ปารีเซียง อิสระให้ท่านได้เดินชมบรรยากาศ และเลือกซื้อของที่ระลึกต่างๆ
***อิสระกับอาหารมื้อกลางวันเพื่อความสะดวกในการช้อปปิ้งของทุกท่าน***
อิสระกับการช้อปปิ้งที่ห้างสรรพสินค้า Galeries Lafayette Paris Haussmann ที่มีชื่อเสียงระดับโลก เป็นสัญลักษณ์ของความสง่างามแบบฝรั่งเศส ห้างสรรพสินค้าแห่งนี้มีสินค้าแบรนด์เนมมากกว่า 3,500 แบรนด์ เป็นห้างสรรพสินค้าใหญ่ที่สุดในยุโรป เต็มไปด้วยสินค้าแบรนด์เนมมากมาย อาทิ น้ำหอม เสื้อผ้ากระเป๋า เครื่องสำอาง ร้านอาหารมากมาย ระเบียงที่มองเห็นอนุสรณ์สถานต่างๆ ของปารีส
..……… ได้เวลาพอสมควรเดินทางสู่สนามบิน ชาร์ เดอ โกลล์
22.00 เดินทางกลับสู่สนามบินโดฮา โดยสายการบินกาตาร์ แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ QR038
06.30 ถึงสนามบินโดฮา (รอเปลี่ยนเครื่อง 1.20 ชั่วโมง)
07.50 เดินทางกลับสู่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสายการบินกาตาร์ แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ QR832
18.20 ถึงสนามบินสถวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ
18 ซอย27 (บุญศิริ 2) ถนนสุขุมวิท ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ 10270
ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
ค้นหาโปรแกรมทัวร์
หน้าหลัก
ขอใบเสนอราคา