ทัวร์ตุรเคีย อานาโตเลีย

ทัวร์ตุรเคีย อานาโตเลีย - บริษัท แองเจิลออนทัวร์ จำกัด
รหัสทัวร์
002-33058
วันที่เดินทาง
พ.ย.68 - ก.ค.69
ช่วงเวลา
11 วัน 9 คืน
เดินทางโดย
Turkish Airlines (TK)

ไฮไลท์

  • กาซิแอนเทป – พิพิธภัณฑ์ซุกมาโมเสก - ซานลิอุรฟา – ถ้ำอับราฮัม
  • ฮาร์ราน – บ้านรังผึ้ง – เนมรุต – สะพานเซนเดเร – เมืองโบราณอาร์เซเมีย
  • สุสานคาราคูซ – ชมพระอาทิตย์ขึ้นภูเขาเนมรุต - มัสยิดคู่ - อิสตันบูล – มัสยิดสีน้ำเงิน
  • โบสถ์อัคดามาร์ – ปราสาทวาน - พระราชวังอิชาค ปาชา – เทือกเขาอารารัต - พระราชวังทอปกาปึ

เลือกวันเดินทาง

วันเดินทางไป - กลับ ผู้ใหญ่ท่านละ พักเดี่ยวเพิ่มเงิน ราคาเด็กท่านละ
30 เม.ย. 69 - 10 พ.ค. 6999,900 บาท22,900 บาทสอบถามเพิ่มเติมจอง
29 พ.ค. 69 - 08 มิ.ย. 6999,900 บาท22,900 บาทสอบถามเพิ่มเติมจอง
19 มิ.ย. 69 - 29 มิ.ย. 6999,900 บาท22,900 บาทสอบถามเพิ่มเติมจอง
24 ก.ค. 69 - 03 ส.ค. 6999,900 บาท22,900 บาทสอบถามเพิ่มเติมจอง

แผนการเดินทาง

05.00 พร้อมกัน ณ เคาน์เตอร์เช็คอินสายการบินเตอร์กิช อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศสนามบิน สุวรรณภูมิโดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวก

07.55 ออกเดินทางสู่นครอิสตันบูล ประเทศตุรกี โดยเที่ยวบิน TK 59 (ใช้เวลาบินประมาณ 10.25 ชั่วโมง) เพลิดเพลินกับภาพยนตร์หลากหลายกับ จอทีวีส่วนตัวทุกที่นั่ง และสายการบินฯ บริการ อาหารกลางค่า และอาหารเช้าระหว่างเที่ยวบินสู่นครอิสตันบูล ประเทศตุรกี

13.55 ถึงสนามบินอิสตันบูล Transit สู่เมืองกาซิแอนเทป

15.20 ออกเดินทางสู่เมืองกาซิแอนเทป โดยเที่ยวบิน TK 2226 (บินภายในประเทศ)

17.40 ถึงสนามบินเมืองกาซิแอนเทป (Gaziantep) กาซิแอนเทป เป็นหนึ่งในเมืองที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอานาโตเลียตะวันออกเฉียงใต้ของตุรกี ตั้งอยู่ที่จุดตัดของเส้นทางการค้าโบราณหลายสายที่เชื่อมระหว่างเอเชียและยุโรป และเคยปกครองโดยอาณาจักรต่างๆ มากมาย รวมถึงอาณาจักรกรีกโบราณ อาณาจักรโรมัน และอาณาจักรออตโตมัน

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ โรงแรมที่พัก

พักที่: HOLIDAY INN GAZIANTEP หรือที่พักระดับใกล้เคียง

เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

หลังอาหารนำท่านชมเมืองกาซิแอนเทป (Gaziantep) เมืองโบราณตั้งอยู่ใกล้กับแม่น้ำซาเซอร์ซูยู ซึ่งเป็นสาขาของแม่น้ำยูเฟรทีสอันยิ่งใหญ่ กาซิแอนเทป ได้รับการขนานนามว่าเป็น “เมืองหลวงแห่งอาหารของตุรกี” จึงเป็นสวรรค์ของคนรักอาหาร ตลาดที่คึกคักของเมืองอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของเครื่องเทศบดสดใหม่ และยังเป็นแหล่งผลิต “fstk” (พิสตาชิโอ) ในเมืองจะเต็มไปด้วยร้านขนมประมาณ 180 ร้านที่ผลิตบัคลาวาพิสตาชิโอที่อร่อยที่สุดในโลก ท่านชม “พิพิธภัณฑ์ซุกมา โมเสก” (Zeugma Mosaic Museum) ซึ่งเป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์โมเสกที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ที่มีความหลากหลายและงดงามที่สุดในโลก รูปปั้นเทพเจ้ามาร์ส (Ares) เทพเจ้าแห่งสงคราม ทำจากทองสัมฤทธิ์ เป็นหนึ่งในโบราณวัตถุที่โดดเด่นที่สุดที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์โมเสกซุกมา นอกจากนี้ ยังมีโมเสก “สาวยิปซี” อันเลื่องชื่อระดับโลกจัดแสดงอยู่ที่นี่ด้วย จากนั้นนำท่านสู่ย่านตลาดขายสินค้าพื้นเมือง Coppersmith Bazaar หรือ “ตลาดช่างทองแดง” เป็นหนึ่งในตลาดที่เก่าแก่ที่สุดของเมือง เชื่อกันว่าสร้างขึ้นในช่วงใกล้ศตวรรษที่ 19 ตลาดแห่งนี้ยังคงรักษาบรรยากาศดั้งเดิมเอาไว้ พบกับเครื่องครัวหลากหลายประเภท รวมถึงหม้อทองแดง ถาด และเหยือกทองแดงที่รังสรรค์อย่างประณีต ตลาดแห่งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่แหล่งขายเครื่องทองแดงเท่านั้น แต่ยังมีสินค้าหลากหลายประเภท เช่น พรมทอมือ พรมเช็ดเท้า ชุดพื้นเมือง และของที่ระลึกที่ประดับประดาด้วยลวดลายท้องถิ่น ซึ่งสะท้อนถึงมรดกทางวัฒนธรรมอันรุ่มรวยของ อิสระให้ท่านเลือกซื้อสิ้นค้า พื้นเมืองตามอัธยาศัย

เที่ยง บริการอาหารเที่ยง ณ ภัตตาคาร อาหารท้องถิ่น

บ่าย เดินทางสู่เมืองซานลิอุรฟา (Sanliurfa) เมืองเก่ากว่า 1,200 ปีก่อนคริสตกาล เมืองนี้ตั้งอยู่ห่างจากชายแดนซีเรียห้าสิบกิโลเมตร ใต้แสงอาทิตย์แห่งเมโสโปเตเมีย ในภูมิภาคอานาโตเลียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นเมืองแห่งศาสดา ผู้พิชิต และกษัตริย์ที่ถูกลืมเลือน ด้วยความสำคัญทางศาสนา บางคนจึงกล่าวถึงเมืองนี้ในฐานะเมืองแห่งศรัทธาและเยรูซาเล็มแห่งอานาโตเลีย ดังเห็นได้จากมัสยิดโบราณ ลานหิน และแหล่งโบราณคดี การมาเยือนซานลิอุรฟา ให้ความรู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปในอดีต ด้วยสถาปัตยกรรมที่ยังคงรักษาไว้ ประวัติศาสตร์อันยาวนาน และวัฒนธรรมอันยิ่งใหญ่ นำท่านชม “ถ้ำเมฟลิดอี ฮาลิลูร์เราะห์มาน” (Mevlid-i Halilurrahman Cave) หรือ “ถ้ำอับราฮัม” สถานที่ประสูติของศาสดาอับราฮัมในซานลิอุรฟา เป็นสถานที่แสวงบุญที่มีชื่อเสียง ซึ่งผู้ศรัทธาจะไปสวดมนต์และแสดงความเคารพต่อหนึ่งในศาสดาที่ได้รับการเคารพนับถือมากที่สุดในประวัติศาสตร์ เชื่อกันว่าท่านประสูติในถ้ำแห่งหนึ่งในซานลิอุรฟา ซึ่งท่านใช้ชีวิตอยู่ราวสิบปี เพื่อเป็นการป้องกันตนเองจากกษัตริย์นิมรอดผู้โหดร้าย ซึ่งต่อมาได้สั่งให้สังหารเด็กแรกเกิดทุกคนเมื่อทราบข่าวการประสูติของอับราฮัม มีการสร้างพื้นที่สำหรับสวดมนต์ในถ้ำ แต่จุดที่อับราฮัมประสูติได้รับการปกป้องด้วยกระจกใส นอกจากนี้ยังมีก๊อกน้ำสำหรับให้ผู้ศรัทธาล้างมือด้วยน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์

ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ โรงแรมที่พัก

พักที่: HARRAN SANLIURFA HOTEL หรือที่พักระดับใกล้เคียง

เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

หลังอาหารเดินทางสู่เมือง ฮาร์ราน (Harrann) “ประตูสู่วิทยาศาสตร์และศรัทธาแห่งตุรกีโบราณ” พระคัมภีร์บันทึกไว้ว่าอับราฮัมอาศัยอยู่ที่นี่ และเทราห์ บิดาของเขาเสียชีวิตที่นี่ พ่อค้าชาวสุเมเรียนแห่งอูร์ได้ก่อตั้งเมืองฮาร์รานขึ้นระหว่าง 2500-2000 ปีก่อนคริสตกาล และเมื่อเวลาผ่านไป เมืองโบราณแห่งนี้เป็นหนึ่งในสถานที่ที่ถูกยึดครองยาวนานที่สุดในตุรกียุคปัจจุบัน ชม “บ้านรังผึ้ง” (Beehive Village) อันเลื่องชื่อของเมืองฮาร์ราน ซึ่งมีหลังคาทรงกรวย ได้ให้ที่พักอาศัยแก่ผู้อยู่อาศัยมานานกว่า 3,000 ปี บ้านเหล่านี้สร้างขึ้นโดยใช้อิฐโคลนเพียงอย่างเดียว โดยไม่เสริมด้วยไม้ จึงเหมาะอย่างยิ่งกับสภาพอากาศที่เลวร้ายของภูมิภาคนี้ เย็นสบายในฤดูร้อนและอบอุ่นในฤดูหนาว รูปลักษณ์ที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของบ้านเหล่านี้ทำให้เป็นสัญลักษณ์ของมรดกอันยั่งยืนของเมืองฮาร์ราน สมควรแก่เวลาเดินทางสู่เมืองเนมรุต (Nemrut)

เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย หลังอาหารเดินทางสู่เมืองเนมรุตซึ่งเป็นที่ตั้งของภูเขาเนมรุต (Nemrut Dagi) เป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์และวิหารของอาณาจักรคอมมาจีนีโบราณ ตั้งอยู่บนเทือกเขาเทารัสทางตะวันออก เป็นที่ตั้งของอนุสรณ์สถานอันทรงคุณค่าที่สุดของราชอาณาจักรคอมมาจีนี มีชื่อเสียงในด้านรูปปั้นอันน่าทึ่ง ซึ่งสูงถึง 32 ฟุต และจารึกยาวเหยียด องค์การยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียนภูเขาเนมรุตเป็นมรดกโลกขององค์การยูเนสโกในปี 1987 และยังได้รับการยกย่องให้เป็นสิ่งมหัศจรรย์อันดับที่ 8 ของโลกอีกด้วย ระหว่างเดินทางนำท่านชม “สะพานเซนเดเร เคอปรู” (Cendere Kprs) ซึ่งหมายถึงสะพานข้ามแม่น้ำเซนเดเร หรือรู้จักกันในชื่อ “สะพานเซปติมิอุส เซเวรัส” (Bridge of Septimius Severus) สะพานเซนเดเร หรือที่รู้จักกันในชื่อสะพานโรมันเซเวรัน สะท้อนให้เห็นถึงสถาปัตยกรรมของกรุงโรมโบราณ เป็นที่ทราบกันว่ามีความกว้างประมาณ 8 เมตร ยาว 120 เมตร และสูง 30 เมตรสร้างขึ้นในสมัยโรมันในศตวรรษที่ 2 และมีชื่อเสียงอย่างยิ่งในด้านการออกแบบสถาปัตยกรรมอันวิจิตรงดงามและโครงสร้างที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดีเยี่ยม จากนั้นชมเมืองโบราณ “อาร์เซเมีย” (Arsameia) หรือ “ซากโบราณสถานแห่งอาร์ซาเมีย” เมืองโบราณอาร์ซาเมียเพิ่งถูกค้นพบในปี ค.ศ. 1951 ชมแผ่นศิลาจารึกนูนต่ำ อนุสาวรีย์สลักหิน จากนั้นชมเมืองโบราณ “ซากโบราณสถานแห่งอาร์ซาเมีย” (Arsameia Archaeological Site) เมืองนี้ก่อตั้งขึ้นโดยอาร์เซเมส บรรพบุรุษฝ่ายบิดาของแอนติโอคัสที่ 1 ในช่วงครึ่งแรกของศตวรรษที่ 3 ก่อนคริสตกาล เมืองโบราณอาร์ซาเมียเพิ่งถูกค้นพบในปี ค.ศ. 1951 ชมแผ่นศิลาจารึกนูนต่ำ อนุสาวรีย์สลักหิน จารึกที่ใหญ่ที่สุดของตุรกีซึ่งตั้งอยู่บนพื้นที่นี้ เป็นเครื่องยืนยันถึงความสำคัญของอาร์ซาเมยาในสมัยโบราณ ชม “สุสานคาราคูซ” (Karakus Tumulus) เป็นอนุสรณ์สถานสำหรับฝังศพที่สร้างขึ้นโดยมิธริดาตที่ 2 แห่งคอมมาจีนี (Mithridates II of Commagene) ในปี 31 ก่อนคริสตกาล เพื่อเป็นที่ฝังพระศพของพระมารดาอิเซียส (Isias) พระขนิษฐาอันติโอคิส (Antiochis) และพระนัดดาอาคาที่ 1 (Aka I) อนุสรณ์สถานแห่งนี้มีขนาดเล็กกว่าภูเขาเนมรุต แต่มีการออกแบบที่คล้ายคลึงกัน เป็นเนินดินที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อเน้นย้ำถึงความสำคัญของสตรีในราชวงศ์คอมมาจีนีในช่วงเวลานี้ ตั้งอยู่บนยอดเขาที่สูงตระหง่านเหนือภูมิประเทศโดยรอบ เสาเหล่านี้ประดับด้วยรูปปั้นนูนต่ำและรูปปั้นวัวกระทิง สิงโต และนกอินทรี ทางด้านทิศใต้ของสุสานคาราคูช เหลือเพียงเสาเดียวเท่านั้น ประกอบด้วยกลองเจ็ดใบ และยอดเสาด้านบนมีรูปสลักกษัตริย์แห่งโคมาจีนีและรูปปั้นนกอินทรีสูง 2.54 เมตร ซึ่งเป็นที่มาของชื่ออนุสาวรีย์ (คาราคูช แปลว่า “นกสีดำ” ในภาษาตุรกี)

ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ โรงแรมที่พัก

พักที่: NEMRUT EUPHRAT HOTEL หรือที่พักระดับใกล้เคียง

05.30 รุ่งอรุณยามเช้า นำท่านชมความสวยงามของพระอาทิตย์ขึ้นที่ ภูเขาเนมรุต (Mount Nemrut) ยอดเขาที่มีความสูง 2,150 เมตร เป็นหนึ่งในยอดเขาที่สูงที่สุดทางตะวันออกของเทือกเขาเทารัส สถานที่แห่งนี้ได้รับการออกแบบให้เข้าถึงได้จากทางทิศตะวันออกหรือทิศตะวันตก โดยมีรูปปั้นให้ชมได้ทั้งในเวลา “พระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก” รูปปั้นหินปูนขนาดยักษ์ 5 องค์ของเทพเจ้ากรีกและเปอร์เซียโบราณ ประทับอยู่บนภูเขา โดยมีรูปปั้นสัตว์ผู้พิทักษ์อยู่ด้านข้างทั้งสองข้าง กลุ่มซากปรักหักพังโบราณตั้งอยู่บนยอดเขาเนมรุต ย้อมเป็นสีแดงฉานทุกเช้าด้วยแสงตะวันขึ้น รูปปั้นเหล่านี้งดงามจับใจภายใต้แสงสีทองอร่าม เบื้องล่างคือแม่น้ำยูเฟรทีสทอดยาวออกไปไกล แสงส่องกระทบทุ่งหญ้าเป็นสีเหลืองทอง การชมพระอาทิตย์ขึ้นเหนือยอดเขาที่สูงที่สุดแห่งหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงใต้ของตุรกีเป็นประสบการณ์อันน่าจดจำ การมาเยือนภูเขาเนมรุตในยามเช้าจะทำให้สัมผัสได้ถึงความเก่าแก่และประวัติศาสตร์ของดินแดนโบราณรอบตัว เป็นเครื่องเตือนใจถึงอารยธรรมโบราณที่บรรจบกัน ณ ดินแดนแห่งนี้ และชนชาติต่างๆ ที่อาศัยอยู่ที่นี่ตลอดหลายพันปี สมควรแก่เวลากลับสู่โรงแรมที่พัก

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

บ่าย หลังอาหารเดินทางสู่เมืองดิยาบาเคือร์ (Diyarbakr) เมืองหลวงทางวัฒนธรรมของประเทศตุรกี ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำไทกริสในอานาโตเลียตะวันออกเฉียงใต้ เมืองแห่งนี้เป็นเมืองที่อารยธรรมและวัฒนธรรมมากมายดำรงอยู่ตลอดประวัติศาสตร์กว่าเก้าพันปี ได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมขององค์การ

ยูเนสโก เมืองนี้เคยเป็นสะพานเชื่อมระหว่างอานาโตเลียและเมโสโปเตเมีย ซึ่งเป็นถิ่นฐานที่เก่าแก่ที่สุดในโลก นำท่านชม “กำแพงเมืองดิยาบาเคือร์” (Diyarbakir City Wall) กำแพงและป้อมปราการเมืองดิยาร์บาเคือร์มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน สร้างขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ. 297 โดยชาวโรมันภายใต้คำสั่งของจักรพรรดิคอนสแตนติอัสที่ 2 กว่า 1,500 ปี ต่อมา กำแพงเหล่านี้ได้รับการขยายและเสริมความแข็งแกร่งด้วยหินภูเขาไฟจากบริเวณโดยรอบ หินบะซอลต์สีดำนี้จึงเป็นที่มาของชื่อ “ป้อมปราการสีดำ” ตัวกำแพงสร้างล้อมรอบเมืองเก่า มีเส้นรอบวงมากกว่า 5 กิโลเมตร กำแพงสูงกว่า 10 เมตร กำแพงและป้อมปราการและภูมิทัศน์โดยรอบเป็นศูนย์กลางสำคัญมาตั้งแต่ยุคเฮลเลนิสติก ผ่านยุคโรมัน ไบแซนไทน์ อิสลาม และออตโตมันมาจนถึงปัจจุบัน จากนั้นนำท่านชม “สะพานดิยาร์บากีร์ ดิเกล” (The Diyarbakir Dicle Bridge) หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ออน เกอซลู เคอปรู” On Gzl Kpr หรือ “สะพานสิบโค้ง” ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของเมือง ทอดข้ามแม่น้ำไทกริส สร้างขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 1065-1067 สะพานแห่งนี้สร้างขึ้นโดยนิซามุดดินและมูเอียิดดุดเดฟเลในสมัยราชวงศ์เคิร์ด ยุคมาร์วานิดส์ ในเมืองดิยาร์บาเคือร์ โดยสร้างเสร็จในปี ค.ศ. 1065

เที่ยง บริการอาหารเที่ยง ณ ภัตตาคาร อาหารท้องถิ่น

บ่าย หลังอาหารเดินทางสู่เมืองมาร์ดิน (Mardin) “เมืองแห่งกาลเวลา” ที่เป็นหนึ่งในเมืองที่เก่าแก่ที่สุดในเมโสโปเตเมียตอนเหนือ ตั้งอยู่ระหว่างแม่น้ำไทกริสและยูเฟรทีส มีชื่อเสียงในด้านสถาปัตยกรรม ประวัติศาสตร์โบราณ ด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวและสถาปัตยกรรมอันน่าทึ่ง นับเป็นเมืองโบราณที่โดดเด่นด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนาน ด้วยลักษณะทางยุทธศาสตร์ เมืองนี้จึงเป็นศูนย์กลางของศาสนาและวัฒนธรรมมากมายตลอดหลายศตวรรษที่ผ่านมา ซึ่งรวมถึงชาวอัสซีเรีย ชาวโรมัน ชาวมุสลิม ชาวมองโกล ชาวคาทอลิก ชาวอาร์เมเนีย และชาวเคลเดีย เมืองนี้ถูกผนวกเข้ากับจักรวรรดิออตโตมันในศตวรรษที่ 16 และยังคงอยู่ภายใต้การปกครองของตุรกี นำท่านสู่จุดชมวิวพาโนรามาของเมืองมาร์ดิน จากนั้นนำท่านชมสุเหร่าประจำเมืองมาร์ดิน (Great Mosque of Mardin) มัสยิดใหญ่มาร์ดินเป็นสัญลักษณ์อันโดดเด่นของเมืองมาร์ดิน โดดเด่นด้วยโดมทรงตัดและหอคอยสุเหร่า เชื่อกันว่าสร้างขึ้นในสมัยอาร์ทูกิด เดิมทีมัสยิดแห่งนี้มีหอคอยสุเหร่าสองแห่ง แต่ปัจจุบันเหลือเพียงแห่งเดียว หอคอยสุเหร่าที่มีจารึกระบุว่าอาคารนี้สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1176 จากนั้นอิสระให้ท่านเดินเล่นถ่ายรูปในย่านเมืองเก่า ผ่านตรอกซอกซอยสีน้ำผึ้งเผยให้เห็นคฤหาสน์หินเก่าแก่ ตลาดทรงโดม อารามที่ซ่อนเร้น และหอคอยที่สูงตระหง่าน ในขณะที่มรดกทางวัฒนธรรมของที่นี่เป็นการผสมผสานอันน่าหลงใหลของอิทธิพลจากตะวันออกกลาง เมดิเตอร์เรเนียน และเอเชียกลาง

ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ โรงแรมที่พัก

พักที่: RAMADA PLAZA BY WYNDHAM MARDIN หรือที่พักระดับใกล้เคียง

เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

หลังอาหารเดินทางสู่ “เมืองโบราณดารา” (Dara Ancient City) ตั้งอยู่ในเมโสโปเตเมียตอนบน ซากปรักหักพังโบราณของดารา ซึ่งเดิมรู้จักกันในชื่ออนาสตาซิโอโปลิส ส่วนใหญ่ถูกแกะสลักเข้าไปในหิน เมืองโบราณดารามีอายุกว่า 2,300 ปี เป็นหนึ่งในชุมชนที่งดงามที่สุดในภูมิภาคมาร์ดิน ชาวโรมันทิ้งร่องรอยอันน่าสนใจไว้มากมาย ทั้งสุสานหิน ซากโบสถ์ พระราชวัง ตลาด โกดังเก็บของ คุกใต้ดิน โรงหล่อปืนใหญ่ และท่อส่งน้ำ มีการคาดเดากันว่าดาราเคยเป็นกองทหารรักษาการณ์ของกษัตริย์ดาริอัสที่ 3 (336-330 ปีก่อนคริสตกาล) จากนั้นเดินทางสู่เมืองวาน (Van) ตั้งอยู่ทางตะวันออกของตุรกี ที่มีความพิเศษเฉพาะตัว หนึ่งในนั้นคือแมวสายพันธุ์หายากที่อาศัยอยู่รอบทะเลสาบวาน แมววานมีดวงตาสีต่างๆ ที่น่าสนใจ คือสีอำพันและสีฟ้าและที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นคือความหลงใหลในการว่ายน้ำในทะเลสาบวานอันกว้างใหญ่ นอกจากแมวพันธุ์แปลกแล้ว เมืองวานยังมีความภาคภูมิใจในประวัติศาสตร์อันยาวนานที่ย้อนกลับไปได้ถึง 5,000 ปีก่อนคริสตกาล อารยธรรมและอาณาจักรต่างๆ ล้วนหล่อหลอมประวัติศาสตร์ของเมืองวาน ไม่ว่าจะเป็นอารยธรรมอูราร์เตียน อาร์เมเนีย ไบแซนไทน์ เซลจุค และออตโตมัน แต่ละยุคสมัยเหล่านี้ล้วนทิ้งร่องรอยอันน่าทึ่งไว้ เช่น ป้อมปราการวาน (อูราร์เตียน) และโบสถ์ไม้กางเขนศักดิ์สิทธิ์ (อาร์เมเนีย) นอกจากนี้ ธรรมชาติยังมอบทะเลสาบที่เป็นแหล่งน้ำที่ใหญ่ที่สุดในตุรกีให้แก่เมืองวานอีกด้วย

เที่ยง บริการอาหารเที่ยง ณ ภัตตาคาร อาหารท้องถิ่น

บ่าย หลังอาหารเดินทางสู่ “เกาะอัคดาม่า” (Akdamar Island) ตั้งอยู่ในทะเลสาบแวน ทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในตุรกี เกาะอักดามาร์ เกาะแห่งนี้เป็นที่ตั้งของ “โบสถ์อักดามาร์” หรือรู้จักกันในชื่อ “โบสถ์แห่งกางเขนศักดิ์สิทธิ์” ซึ่งสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 10 ซึ่งถือเป็นหนึ่งในตัวอย่างสถาปัตยกรรมอาร์เมเนียยุคกลางที่สำคัญที่สุด โบสถ์แห่งนี้มีชื่อเสียงในด้านงานแกะสลักและภาพนูนต่ำ “ระบำอาร์เมเนียของอัครสาวกศักดิ์สิทธิ์” ซึ่งตั้งอยู่บนด้านหน้าอาคารด้านตะวันตกของโบสถ์ จากนั้นนำท่านชมความสวยงามของ “ปราสาทวาน” (Van Castle) หรือ “ป้อมปราการวาน” สร้างในต้นของยุคเหล็กในอนาโตเลีย ตั้งอยู่บนเนินเขาสูงชัน มองเห็นผืนน้ำของทะเลสาบวาน ซึ่งพื้นที่ทะเลสาบวานเป็นดินแดนที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดของภูมิภาค และด้วยเหตุนี้จึงดึงดูดผู้ตั้งถิ่นฐานจำนวนมากตลอดหลายพันปี ที่ตั้งของปราสาทแวนยังคงร่องรอยของอารยธรรมออตโตมัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เป็นที่ตั้งของซากมัสยิดที่สร้างโดยสุลต่านสุไลมานผู้ยิ่งใหญ่แห่งจักรวรรดิออตโตมัน (ค.ศ. 1494-1566) ตลอดหลายศตวรรษที่ผ่านมา ป้อมปราการแห่งนี้ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของอารยธรรมหลากหลาย ทั้งกรีก เปอร์เซีย อาหรับ เซลจุค ออตโตมัน และแม้แต่รัสเซีย “ด้วยการตระหนักถึงความสำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมเมืองเก่าวานและป้อมปราการวานจึงถูกเพิ่มเข้าในรายชื่อเบื้องต้นของ UNESCO ในปี 2016”

ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ โรงแรมที่พัก

พักที่: RONESANS LIFE VAN HOTEK หรือที่พักระดับใกล้เคียง

เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

หลังอาหารเดินทางสู่เมืองโดอูเบยาซึต (Dogubeyazit) พื้นที่นี้มีประวัติศาสตร์อันยาวนานย้อนกลับไปถึงอาณาจักรอูราตูเมื่อ 2700 ปีก่อนคริสตกาล ตัวเมืองตั้งอยู่เชิงเขาอารารัต “ภูเขาในตำนานที่เชื่อกันว่าโนอาห์และเรือของเขาได้ลงจอดหลังจากน้ำท่วมโลก” ชมความสวยงามของ “พระราชวังอิชาค ปาชา” (Ishak Pasha Palace) พระราชวังอิชาค ปาชา บนเส้นทางสายไหมใกล้ชายแดนอิหร่าน เป็นกลุ่มอาคารที่มีความซับซ้อน พระราชวังแห่งนี้เป็นพระราชวังที่มีชื่อเสียงที่สุดในยุคหลัง รองจากพระราชวังท็อปกาปึ อิสตันบูล ตั้งอยู่บนพื้นที่สูงใหญ่ที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ พระราชวังแห่งนี้มีลักษณะเด่นที่ผสมผสานรูปแบบสถาปัตยกรรมของอารยธรรมออตโตมัน เปอร์เซีย และเซลจุค พระราชวังแห่งนี้สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1685 โดยพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 อิชาค ปาชา และ โชลัก อับดี ปาชา

เที่ยง บริการอาหารเที่ยง ณ ภัตตาคาร อาหารท้องถิ่น

บ่าย หลังอาหารเดินทางผ่าน “เทือกเขาอารารัต” หรือ “ภูเขาแห่งเทพเจ้า” ตั้งอยู่ทางตะวันออกของตุรกี ใกล้ชายแดนอาร์เมเนีย อาเซอร์ไบจาน และอิหร่าน ภูเขาอารารัตมีความสำคัญทางศาสนาและศาสนาอย่างลึกซึ้งต่อวัฒนธรรมและศาสนาต่างๆ ความเชื่อมโยงกับเรื่องราวมหาอุทกภัยทำให้ “ภูเขาแห่งนี้เป็นสัญลักษณ์ของอำนาจของพระเจ้าในการชำระล้างบาปของโลกและมอบการเริ่มต้นใหม่ให้กับมนุษยชาติ” ภูเขาอารารัตถือเป็นสถานที่ที่เรือโนอาห์ได้ขึ้นฝั่งหลังจากเกิดน้ำท่วมใหญ่ ในบันทึกเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในพระคัมภีร์ไบเบิลในตำนานกรีกโบราณเล่าว่าขนแกะทองคำถูกซ่อนไว้บนเนินเขา เจสันและสหายจึงเดินทางไปที่นั่นเพื่อนำมันกลับมาเดินทางเข้าสู่ “เมืองคาร์ส” (Kars) เมืองทางตะวันตกเฉียงเหนือของตุรกีเมืองอันน่าหลงใหลแห่งนี้ตั้งอยู่บนที่ราบสูงของอนาโตเลียตะวันออก โดดเด่นด้วยผืนพรมอันงดงามที่ถักทอด้วยอิทธิพลจากอารยธรรมหลากหลายที่ฝากร่องรอยไว้ตลอดหลายศตวรรษ

ชม “แหล่งโบราณคดีอานี” (Archaeological Site of Ani) สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่บนที่ราบสูงอันเงียบสงบทางตะวันออกเฉียงเหนือของตุรกี มองเห็นหุบเหวที่ก่อตัวเป็นพรมแดนธรรมชาติติดกับอาร์เมเนีย เมืองยุคกลางแห่งนี้ผสมผสานระหว่างที่อยู่อาศัย ศาสนา และการทหาร อันเป็นเอกลักษณ์ของวิถีชีวิตแบบเมืองยุคกลางที่สืบทอดกันมาหลายศตวรรษ เป็นแหล่งโบราณคดีที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอนาโตเลียตะวันออก มีกำแพงล้อมรอบแหล่งโบราณคดีเป็นองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมที่สำคัญที่สุด ซึ่งสิ่งก่อสร้าง 21 แห่ง เช่น วัด โบสถ์ พระราชวัง สถานีคาราวาน มัสยิด โรงอาบน้ำ โรงสี ฯลฯ และแหล่งโบราณคดีที่หลงเหลือจากตัวอย่างสถาปัตยกรรมทางศาสนา การปกครอง การทหาร และพลเรือนในเมืองอานี ซึ่งเป็นเมืองการค้าบนเส้นทางสายไหมและเป็นที่ตั้งของอารยธรรมมากมาย อานีได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมขององค์การยูเนสโก เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2016 สมควรแก่เวลากลับเข้าที่พัก

ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ โรงแรมที่พัก

พักที่: SAPRAN DELUXE HOTEL KARS HOTEL หรือที่พักระดับใกล้เคียง

เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหาร ของโรงแรม

เดินทางสู่เมืองแอร์ซูรุม (Erzurum) จังหวัดที่ใหญ่ที่สุดในอานาโตเลียตะวันออก ตั้งอยู่บนความสูง 1,757 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล เมืองมีประวัติศาสตร์อันยาวนานและหลากหลาย เป็นหนึ่งในเมืองที่มีผู้อยู่อาศัยอย่างต่อเนื่องและเก่าแก่ที่สุดในโลก ทำเลที่ตั้งอันเป็นยุทธศาสตร์บนเส้นทางการค้าโบราณ เช่น เส้นทางสายไหม ทำให้แอร์ซูรุมเป็นศูนย์กลางการค้าและวัฒนธรรมที่สำคัญตลอดหลายศตวรรษ ชม “มัสยิดแฝด” (Twin Minaret Madrasah) เป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างอันเป็นสัญลักษณ์ประจำแอร์ซูรุม เชื่อกันว่าสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 13 อาคารหลังนี้มีอายุย้อนไปถึงยุคเซลจุค เผยให้เห็นรายละเอียดอันประณีตของศิลปะแบบเซลจุค

เที่ยง บริการอาหารเที่ยง ณ ภัตตาคาร อาหารท้องถิ่น

บ่าย เดินทางสู่ “น้ำตกทอร์ตุม” (Tortum Falls) น้ำตกที่สูงที่สุดในประเทศ ไหลลงสู่หน้าผาหินสูงถึง 48 เมตร นอกจากนี้ น้ำตกอันงดงามแห่งนี้ยังได้รับการยกย่องว่าเป็นน้ำตกที่สูงที่สุดในยุโรป และสูงเป็นอันดับสามของโลก น้ำตกทอร์ตุมก่อตัวขึ้นราวคริสต์ศตวรรษที่ 18 เมื่อเกิดดินถล่มครั้งใหญ่ ทำให้หินขนาดใหญ่แยกตัวออกจากภูเขาเคเมอร์ลิดาจ (Kemerlidag) ปรากฏการณ์ทางธรรมชาตินี้ปิดกั้นหุบเขาเทฟ (Tev Valley) ซึ่งเป็นที่ที่ลำธารทอร์ตุมไหลผ่าน น้ำจึงไหลผ่านหุบเขาใหม่ ก่อให้เกิดทั้งน้ำตกอันน่าประทับใจ สมควรแก่เวลาเดินทางสู่เมืองกือมึช ฮาเน (Gumushane) เมืองที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางเทือกเขาสูงชันทางตะวันออกเฉียงเหนือของตุรกี เป็นหนึ่งในจังหวัดที่มีผู้มาเยือนมากที่สุดของทะเลดำ ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศ

ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ โรงแรมที่พัก

พักที่: RAMADA GUMUSHANE HOTEL หรือที่พักระดับใกล้เคียง

เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

หลังอาหารเดินทางสู่ “อารามซูเมลา” (Sumela Monastery) สถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่ตั้งอยู่ในประเทศตุรกีในปัจจุบัน ด้วยอายุกว่าพันปี อารามแห่งนี้จึงเป็นหนึ่งในอารามที่เก่าแก่ที่สุดในโลกคริสต์ศาสนาก่อตั้งขึ้นเพื่ออุทิศแด่พระแม่มารี และเป็นหนึ่งในอารามที่สำคัญที่สุดในอานาโตเลีย ชาวบ้านเรียกอารามนี้ว่า “Meryem Ana” ซึ่งแปลว่า พระแม่มารี เชื่อกันว่าชื่อของอารามนี้มาจากคำว่า “เมลา” ซึ่งแปลว่า “สีดำ” หรือ “สีเข้ม” ในภาษากรีก เนื่องจากอารามแห่งนี้สร้างขึ้นรอบถ้ำธรรมชาติ บนเนินเขาสูงชันของคาราดัก (ภูเขาสีดำ) พื้นที่อารามอารามซูเมลาประกอบด้วยอาคารหลายหลัง ได้แก่ โบสถ์หิน โบสถ์น้อย ห้องครัว ห้องพักนักเรียน ห้องนอน ห้องสมุด และน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวคริสต์นิกายออร์โธดอกซ์ตะวันออกเคารพนับถือ

เที่ยง บริการอาหารเที่ยง ณ ภัตตาคาร อาหารท้องถิ่น

บ่าย หลังอาหารเดินทางสู่เมือง “แทรบซอน” (Trabzon) “ไข่มุกแห่งทะเลดำ” เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออกของคาราเดนิซ โดยเมืองนี้ถูกก่อตั้งโดยชาวอาณานิคมกรีกในศตวรรษที่ 8 ก่อนคริสตกาล แทราบซอนเป็นศูนย์กลางการค้าที่สำคัญตลอดประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสมัยจักรวรรดิไบแซนไทน์และออตโตมัน ทำเลที่ตั้งอันเป็นยุทธศาสตร์ของเมืองบนเส้นทางสายไหมทำให้เมืองนี้เจริญรุ่งเรืองในฐานะศูนย์กลางของพ่อค้าและนักเดินทางจากทั่วโลก ชม “สุเหร่าโซเฟีย” (Hagia Sophia) โบสถ์ไบแซนไทน์อันงดงาม ซึ่งอาจเป็นสถานที่ที่สำคัญที่สุดในเมืองแทรบซอน โบสถ์ไบแซนไทน์สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 13 แห่งนี้ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “โบสถ์แห่งปัญญาอันศักดิ์สิทธิ์” ตั้งอยู่ใจกลางเมือง หลังจากการพิชิตของจักรวรรดิออตโตมัน โบสถ์แห่งนี้จึงถูกเปลี่ยนเป็นมัสยิด โดยมีชื่อใหม่ว่า “อายาโซเฟีย” (Aya Sofia) จากนั้นเข้า ย่านบาซาร์ของเมืองทราซอน (Trabzon Bazaar District) ศูนย์กลางการค้าที่มีชีวิตชีวาและสำคัญ ตั้งอยู่ใจกลางจัตุรัสกลางเมือง เต็มไปด้วยย่านตลาดบาซาร์มากมาย เช่น “ตลาดรัสเซียในเมืองแทรบซอน หรือที่รู้จักกันในชื่อตลาดยุโรป” เป็นแหล่งช้อปปิ้งที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวใจกลางเมือง หรือ “ตลาดบาดาซาน” (Badasan Market) เป็นหนึ่งในตลาดยอดนิยมที่โดดเด่นที่สุดในแทรบซอน และเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ มีชื่อเสียงในหมู่ผู้ที่ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ตลาดแห่งนี้มีสินค้าหลากหลายประเภท ทั้งผ้าคุณภาพสูง เสื้อผ้า เครื่องหนัง และผ้าขนสัตว์ นอกจากนี้ยังมีสินค้าตกแต่ง เครื่องประดับ อัญมณี และสินค้าตุรกีทั้งแบบดั้งเดิมและสมัยใหม่ให้เลือกมากมาย และ “ตลาดเคเมอรัลตี” (Kemeralt Market) ตลาดเคเมอรัลตีในแทรบซอนเป็นหนึ่งในตลาดเก่าแก่เมือง ตั้งอยู่ใจกลางย่านออร์ตาฮิซาร์ ภายในมีร้านค้ามากมายที่จำหน่ายเสื้อผ้าและผ้าคุณภาพสูง รวมถึงร้านค้าเฉพาะทางที่จำหน่ายเครื่องประดับ ของที่ระลึก และศิลปวัตถุพื้นบ้านมากมาย ได้เวลาอันสมควรนำท่านสู่ที่พัก

ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ โรงแรมที่พัก

พักที่: MERCURE TRABZIN HOTEL หรือที่พักระดับใกล้เคียง

เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

......... ได้เวลาอันสมควรนำท่านสู่สนามบิน

10.40 เดินทางสู่สนามบินอิสตันบูล เที่ยวบินที่ TK2821 (บินภายในประเทศ)

12.45 ถึงสนามบินกรุงอิสตันบูล

*** บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร ***

บ่าย นำท่านสู่ “แกรนด์บาซาร์” (Grand Bazaar) ตลาดช้อปปิ้งที่ใหญ่และโด่งดังที่สุดในกรุงอิสตันบูล เป็นตลาดสไตล์เตอร์กิชแท้ ๆ ภายในตลาดตกแต่งไว้อย่างสวยงามและเป็นตลาดเก่าแก่เปิดมานานกว่า 1,500 ปี ซึ่งสร้างตั้งแต่ปี ค.ศ. 1453 มีเนื้อที่ทั้งหมดเกือบ ๆ 200 ไร่ มีร้านค้าขายของต่าง ๆ มากถึง 5,000 ร้านค้า ที่ตลาดแกรนด์บาซ่าร์มีสินค้าให้เลือกมากมายไม่ว่าจะเป็นของกินเล่นขนมของตุรกีที่หาซื้อจากที่ไหนไม่ได้ ของที่ระลึกที่แนะนำก็จะเป็น ลูกปัดตาปีศาจ เครื่องราง ชา ผลไม้อบแห้ง ถั่วหลากชนิด เช่น ถั่วแมคคาดาเมีย พิตาชิโอ หรือจะเป็นขนมหวาน เตอร์กิสดีไลต์ เครื่องเทศ เซรามิก จาน ชาม แจกัน เครื่องดนตรีพื้นเมือง โคมไฟ และของที่ระลึกอื่นอีกมากมาย

ค่ำ บริการล่องเรือดินเนอร์ชมช่องแคบบอสฟอรัส พร้อมชมวิวเส้นขอบฟ้าอันงดงามและสถานที่สำคัญอันเลื่องชื่อของอิสตันบูล ประทับใจกับทิวทัศน์อันตระการตาทั้งฝั่งยุโรปและเอเชีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยามค่ำคืนที่อาคารสำคัญที่สุดของเมืองจะสว่างไสว มัสยิดสีน้ำเงิน (Blue Mosque) หอคอยคิซ คูเลซี (Kiz Kulesi Tower) และพระราชวังโดลมาบาห์เช (Dolmabahe Palace) ล้วนสว่างไสวด้วยสีทองอร่าม แสงสุดท้ายส่องประกายสะพานฟาติห์ สุลต่าน เมห์เมต (Fatih Sultan Mehmet Bridge) ซึ่งมีชื่อเสียงในการเชื่อมสองทวีปเข้าด้วยกันไม่มีวิธีใดที่จะดื่มด่ำกับทัศนียภาพอันน่าทึ่งเหล่านี้ได้ดีไปกว่าการล่องเรือดินเนอร์ยามค่ำคืนอันน่าจดจำของช่องแคบบอสฟอรัส เพลิดเพลินกับการแสดงดนตรีและการเต้นรำอันน่าทึ่งที่เน้นย้ำถึงวัฒนธรรมอนาโตเลียของเมือง ระหว่างการแสดง เตรียมตัวพบกับระบำหน้าท้องสุดคลาสสิก พร้อมท่วงท่าสุดสนุกและส่ายสะโพกที่ทุกคนจะต้องประทับใจ

เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของที่พัก

หลังอาหารนำท่านชมเมืองเก่า “อิสตันบูล” (Istanbul) เดิมชื่อ “คอนสแตนติโนเปิล” เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานหลายศตวรรษตั้งแต่ก่อนคริสตกาล ตั้งอยู่บริเวณช่องแคบบอสฟอรัส ซึ่งทำให้อิสตันบูลเป็นเมืองสำคัญเพียงเมืองเดียวในโลก ที่ตั้งอยู่ใน 2 ทวีป คือ ทวีปยุโรป และทวีปเอเชีย สถาปัตยกรรมอันงดงามผสมผสานทั้ง 2 ทวีป ทำให้อิสตันบูลมีเอกลักษณ์เฉพาะที่พิเศษ นำท่านเข้าชมพร้อมเก็บภาพ “มัสยิดสีน้ำเงิน” (Blue Mosque) หรือที่รู้จักกันอย่างเป็นทางการว่า มัสยิดสุลต่านอาห์เหม็ด เป็นมัสยิดเก่าแก่ในอิสตันบูล ประเทศตุรกี มัสยิดแห่งนี้มีชื่อเสียงในด้านกระเบื้องอิซนิกสีฟ้าอันวิจิตรงดงามที่ประดับประดาภายใน และหออะซานทั้งหกแห่ง ซึ่งถือเป็นสิ่งแปลกตาสำหรับมัสยิดทั่วไป การก่อสร้างเริ่มต้นในปี ค.ศ. 1609 และแล้วเสร็จในปี ค.ศ. 1616 จากนั้นนำท่านเข้าชม “พระราชวังทอปคาปึ” (Topkapi Palace) ตั้งอยู่ในเขตเมืองเก่าซึ่งถือเป็นเขตประวัติศาสตร์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโกตั้งแต่ปี ค.ศ. 1985 พระราชวังทอปคาปึ สร้างขึ้นโดยสุลต่านเมห์เมตที่ 2 ในปี ค.ศ.1459 บนพื้นที่กว้างใหญ่ถึง 4 ลานกว้าง และมีอาคารขนาดเล็กอีกจำนวนมาก ณ จุดที่สร้างพระราชวังแห่งนี้สามารถมองเห็นช่องแคบบอสฟอรัสโกลเดนฮอร์นและทะเลมาร์มาร่าได้อย่างชัดเจน ในช่วงที่เจริญสูงสุดของอาณาจักรออตโตมัน พระราชวังแห่งนี้มีราชวงศ์และข้าราชบริพารอาศัยอยู่รวมกันมากถึงสี่พันกว่าคน นำท่านเข้าชมส่วนของท้องพระโรงที่เป็นที่จัดแสดงทรัพย์สมบัติ ข้าวของเครื่องใช้ส่วนพระองค์เครื่องเงินต่างๆ มากมาย ปัจจุบันพระราชวังทอปกาปึกลายเป็นพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติที่ใช้เก็บมหาสมบัติอันล้ำค่าอาทิ เช่น เพชร 96 กะรัต กริชทองประดับมรกต เครื่องลายครามจากจีน หยก มรกต ทับทิม และเครื่องทรงของสุลต่านในแต่ละยุคสมัย

เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร “Beef Steak at Nusr-Et” สเต๊กเนื้อ ชื่อดังของตุรกี พร้อมเครื่องดื่ม ท่านที่ไม่ทานเนื้อสามารถเปลี่ยนเป็นเนื้อไก่, ปลาหรือแกะแทน

บ่าย สมควรแก่เวลา นำทุกท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานอิสตันบูล อาตาตูร์ก

16.50 ออกเดินทางสู่ประเทศไทย โดยเที่ยวบินที่ TK 58 (ใช้เวลาบินประมาณ 9 ชั่วโมง)

06.20 เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดีภาพและความประทับใจ

** เพื่อความถูกต้อง กรุณาตรวจสอบข้อมูลเดินทางและเงื่อนไขการชำระเงินกับทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายขายทุกครั้ง

พยากรณ์อากาศ

TURKEY WEATHER

อัตราแลกเปลี่ยน

 

ราคาเริ่มต้น
99,900 บาท
รหัส 002-33058 ทัวร์ตุรเคีย อานาโตเลีย
ระยะเวลา 11 วัน 9 คืน
ราคาเริ่มต้น 99,900 บาท
เดินทางช่วง พ.ย.68 - ก.ค.69
เดินทางโดย Turkish Airlines (TK)
--------------------------------------
ดูเพิ่มเติม https://angel2.vm109.net/tours/002-33058
--------------------------------------
ชมโปรแกรม PDF https://tourfiles.vm101.net/pdf/989/002-33058.pdf
--------------------------------------
สนใจติดต่อ บริษัท แองเจิลออนทัวร์ จำกัด
เลขที่ใบอนุญาต 11/09083
โทร Hotline 086-316-7436 ,Hotline 086-362-1960 ,Hotline 090-946-4072 ,Office 02-756-0334-5
LINE ID @angelontour
LINE URL https://line.me/ti/p/~@angelontour
อีเมล info.angelontour@gmail.com
คัดลอกข้อมูลทัวร์
เพิ่มในรายการโปรด
Share on social networks
Scan QRCode

โปรแกรมแนะนำ

บริษัท แองเจิลออนทัวร์ จำกัด
บริษัท แองเจิลออนทัวร์ จำกัด
บริษัท แองเจิลออนทัวร์ จำกัด
บริษัท แองเจิลออนทัวร์ จำกัด
บริษัท แองเจิลออนทัวร์ จำกัด
บริษัท แองเจิลออนทัวร์ จำกัด
บริษัท แองเจิลออนทัวร์ จำกัด
บริษัท แองเจิลออนทัวร์ จำกัด
ติดต่อสำนักงาน
บริษัท แองเจิลออนทัวร์ จำกัด
เลขที่ใบอนุญาต 11/09083

18 ซอย27 (บุญศิริ 2) ถนนสุขุมวิท ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ 10270

จันทร์ - ศุกร์ 09.00-18.00 น.
บริการของเรา
บริการจองตั๋วเครื่องบิน
บริการจัดนำเที่ยวในประเทศ
บริการเช่ารถตู้ รถบัสโดยสาร
บริการจัดอบรมประชุมสัมมนา
บริการจองที่พัก โรงแรม รีสอร์ท
ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
Add LINE Friends via QR Code
ติดตามเรา
home
หน้าหลัก
quatation
ขอใบเสนอราคา
chat
ติดต่อเรา
chat ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
search ค้นหาโปรแกรมทัวร์
home หน้าหลัก
approval ขอใบเสนอราคา