
เมื่อพูดถึง “LINE” คนไทยหลายคนจะนึกถึงแอปแชตยอดนิยมที่ใช้กันอย่างแพร่หลายทั้งในชีวิตประจำวัน การสื่อสารระหว่างเพื่อน ครอบครัว และกิจกรรมทางธุรกิจเบื้องต้น แต่คุณเคยสงสัยไหมว่า ใครเป็นเจ้าของ LINE จริง ๆ? แอปนี้มีต้นกำเนิดอย่างไร ใครเป็นผู้ก่อตั้ง และโครงสร้างเจ้าของปัจจุบันเป็นอย่างไร? บทความนี้จะพาคุณย้อนรอย จุดเริ่มต้น และโครงสร้างความเป็นเจ้าของของ LINE ในปัจจุบัน พร้อมวิเคราะห์ประเด็นที่อาจเป็นจุดเปลี่ยนในอนาคต

วิศวกรของ NHN Japan จึงพัฒนาระบบสื่อสารทางอินเทอร์เน็ต (แอปแชต) เพื่อให้พนักงานสามารถติดต่อสื่อสารกันได้ในช่วงเวลาวิกฤต และต่อมาจึงเปิดให้ผู้ใช้งานทั่วไปใช้งานในเดือนมิถุนายนนั้น ภายในเวลาไม่นาน LINE ก็ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว โดยสามารถขยายฐานผู้ใช้เป็นหลักล้านภายในไม่กี่เดือน
หลังจากนั้น LINE ได้พัฒนาระบบนิเวศ (ecosystem) ของตนเอง โดยเพิ่มบริการอื่น ๆ เข้ามา เช่น สติกเกอร์ (Sticker) บริการทางการเงิน (LINE Pay), บริการเนื้อหา, เกม ฯลฯ ซึ่งช่วยให้ LINE ไม่ได้เป็นเพียงแอปแชตธรรมดา แต่เป็น “แพลตฟอร์มชีวิต” สำหรับผู้ใช้งานหลายประเทศในเอเชีย
การเปลี่ยนแปลงชื่อและโครงสร้างทางธุรกิจ
การรีแบรนด์เป็น LINE Corporation
ในวันที่ 1 เมษายน 2013 NHN Japan ได้เปลี่ยนชื่อเป็น LINE Corporation เพื่อให้ชื่อองค์กรสอดคล้องกับแบรนด์ที่เป็นที่รู้จักในวงกว้าง
ต่อมา NHN ซึ่งเป็นบริษัทแม่ได้แยกเป็นสองหน่วย คือ Naver Corporation (ด้านค้นหา / แพลตฟอร์ม) และ NHN Entertainment (ด้านเกม) ในปีเดียวกันนั้น
การขยายเข้าสู่ตลาดทุน และการผนวกรวมกับ Yahoo / Z Holdings
ในปี 2016 LINE Corporation ได้เข้าทำ IPO ทั้งในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE) และตลาดหลักทรัพย์โตเกียว เพื่อระดมทุนสำหรับการขยายธุรกิจ (เช่น บริการใหม่ การขยายตลาดต่างประเทศ)
อย่างไรก็ตาม ต่อมาในเดือนธันวาคม 2020 LINE ได้ถอนการจดทะเบียน (delist) จากทั้งตลาด NYSE และตลาดโตเกียว เพื่อเตรียมการควบรวมกิจการกับ Yahoo Japan ภายใต้โครงสร้างการถือหุ้นใหม่
ในปี 2021 LINE Corporation ได้รวมกิจการกับ Yahoo Japan ซึ่ง Yahoo Japan เป็นบริษัทภายใต้ Z Holdings (ซึ่งเป็น บริษัทในเครือของ SoftBank) โดยสร้างโครงสร้างการถือหุ้นแบบใหม่ ที่ A Holdings (ซึ่งถือหุ้นโดย Naver Corporation และ SoftBank) มีบทบาทสำคัญในการควบคุม Z Holdings ที่ดำเนินงาน LINE และ Yahoo Japan ต่อมา
จากนั้นในวันที่ 1 ตุลาคม 2023 ได้มีการรวม Z Holdings, LINE Corporation, Yahoo Japan, Z Entertainment และ Z Data เข้าด้วยกัน และเปลี่ยนชื่อเป็น LY Corporation (LINE-Yahoo) เพื่อดำเนินธุรกิจร่วมกันภายใต้ชื่อใหม่
ปัจจุบัน LY Corporation ถือเป็นบริษัทแม่ที่ดูแลธุรกิจ LINE และ Yahoo Japan รวมถึงโครงสร้างและทรัพย์สินหลายอย่างในเครือ
.png)
ใครเป็นเจ้าของ LINE ปัจจุบัน?
โครงสร้างเจ้าของหลัก
LY Corporation เป็นบริษัทที่รวมธุรกิจของ LINE และ Yahoo Japan ภายใต้โครงสร้างการถือหุ้นใหม่
เจ้าของใหญ่ของ LY Corporation คือ A Holdings ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุน (Joint Venture) ระหว่าง Naver Corporation (เกาหลีใต้) และ SoftBank Group / SoftBank Corp. (ญี่ปุ่น)
อัตราส่วนการถือหุ้นของ A Holdings ใน LY Corporation อยู่ในระดับที่สำคัญ (โดยรวมอยู่ที่ประมาณ 63.6 %)
อย่างไรก็ตาม ในปี 2024 มีรายงานข่าวว่า SoftBank กำลังเจรจากับ Naver เพื่อปรับโครงสร้างการควบคุมของ LY Corporation หลังมีประเด็นข้อมูลรั่วไหลซึ่งเป็นประเด็นต่อความปลอดภัยข้อมูลและแรงกดดันจากรัฐบาลญี่ปุ่น
บทบาทของฝ่ายต่าง ๆ
Naver — มีบทบาททางเทคโนโลยี ด้านการพัฒนาระบบ การดูแลข้อมูล และบริการด้าน backend ของ LINE
SoftBank / Z Holdings — ทำหน้าที่ในส่วนของการบริหารภาพรวม การสนับสนุนทางการเงิน มุมมองตลาด และการควบรวมกับ Yahoo Japan ในญี่ปุ่น
LY Corporation — ในฐานะบริษัทแม่ใหม่ ทำหน้าที่บริหารจัดการธุรกิจ LINE และ Yahoo Japan ภายใต้โครงสร้างเดียวกัน พร้อมทั้งรับผิดชอบต่อการบูรณาการ บริหารโครงสร้างองค์กร และกลยุทธ์ระยะยาว
ทำไมโครงสร้างเจ้าของ LINE ถึงซับซ้อน?
มีหลายปัจจัยที่ทำให้โครงสร้างเจ้าของของ LINE มีความซับซ้อนและมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ:
การขยายธุรกิจสู่หลายภาคส่วน
LINE จากเดิมเป็นแอปแชต ได้ขยายบริการไปยังธุรกิจอื่น ๆ ทั้งเกม, Fintech (LINE Pay), คอนเทนต์, การเงิน ฯลฯ การทำธุรกิจหลายมิติ ทำให้จำเป็นต้องจัดโครงสร้างองค์กรให้มีการแบ่งหน่วยธุรกิจ และกลไกการกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพ
การรวมกับ Yahoo Japan / Z Holdings
เพื่อสร้างพลังการแข่งขันในตลาดญี่ปุ่นและตะวันออกเอเชีย LINE ได้ควบรวมกับธุรกิจอินเทอร์เน็ตในญี่ปุ่น (Yahoo Japan) ซึ่งมีเทคนิคและฐานผู้ใช้ที่แข็งแกร่งในญี่ปุ่น และนำมารวมกับเครือข่ายของ SoftBank / Z Holdings
ประเด็นด้านความปลอดภัยข้อมูลและกฎหมาย
มีเหตุการณ์ที่ข้อมูลผู้ใช้บางส่วนรั่วไหลซึ่งเกี่ยวเนื่องกับการที่ Naver มีบทบาทในระบบข้อมูล backend ซึ่งทำให้รัฐบาลญี่ปุ่นแสดงความกังวลถึงอิทธิพลจากต่างชาติ (เกาหลีใต้) ในบริการที่มีบทบาทสำคัญต่อประชาชนญี่ปุ่น ซึ่งอาจเป็นเหตุให้มีการกดดันให้ลดการควบคุมโดย Naver หรือปรับโครงสร้างการถือหุ้นใหม่
แรงกดดันทางภูมิรัฐศาสตร์ / ความมั่นคงของข้อมูล
บริการออนไลน์ที่มีผู้ใช้จำนวนมากมักตกเป็นเป้าหมายของการตรวจสอบเรื่อง sovereignty (อธิปไตยข้อมูล) รัฐบาลญี่ปุ่นจึงให้ความสนใจต่อโครงสร้างเจ้าของและการควบคุมระบบภายในจากต่างประเทศ ซึ่งอาจเป็นเรื่องละเอียดอ่อนทางการเมือง/เศรษฐกิจ
การเจรจาปรับโครงสร้างระหว่าง Naver และ SoftBank
ด้วยเหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหลที่เกิดขึ้นในปี 2023–2024 มีรายงานว่า SoftBank กำลังหาทางเพิ่มบทบาทในการควบคุม LY Corporation มากขึ้น และอาจลดบทบาทของ Naver ในบางส่วนของธุรกิจ หรือแยกระบบข้อมูลออกจาก Naver เพื่อให้การควบคุมอยู่ในมือญี่ปุ่นมากขึ้น
บทวิเคราะห์และแนวโน้มในอนาคต
การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างหุ้น
ถ้า SoftBank ประสบความสำเร็จในการเจรจาให้อำนาจการควบคุมใน LY Corporation มากขึ้น อาจเกิดการปรับลดบทบาทของ Naver — ซึ่งอาจหมายถึงการลดสัดส่วนการถือหุ้น หรือการถ่ายโอนพันธกิจด้านข้อมูลบางส่วนออกจาก Naver
การแยกระบบข้อมูล / การตั้งหน่วยข้อมูลภายในญี่ปุ่น
เพื่อให้เป็นที่พอใจของรัฐบาลญี่ปุ่นและลดความเสี่ยงทางกฎหมาย อาจมีการตั้งศูนย์ข้อมูล (data center) ภายในประเทศญี่ปุ่น หรือแยกระบบ backend ที่เกี่ยวข้องกับ Naver ออกจากโครงสร้างหลักของ LINE
การขยายตลาดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอื่น ๆ
LINE ยังคงมองหาโอกาสในการเติบโตนอกญี่ปุ่น โดยเฉพาะในประเทศที่ LINE มีผู้ใช้หนาแน่น เช่น ไทย ไต้หวัน อินโดนีเซีย ซึ่งอาจทำให้บทบาทของบริษัทในต่างประเทศ (เช่น LINE Thailand) มีความสำคัญมากขึ้น
ความท้าทายจากคู่แข่งและเทคโนโลยีใหม่
ด้วยการแข่งขันจากแอปแชตอื่น ๆ (เช่น WhatsApp, Telegram, WeChat) และการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี (AI, Web3, บริการ super app) LINE อาจจำเป็นต้องปรับตัวเร็ว เพิ่มคุณค่า (value) ทางบริการ และรักษาความปลอดภัยข้อมูลให้เข้มแข็ง เพื่อคงความน่าสนใจสำหรับผู้ใช้และนักลงทุน
18 ซอย27 (บุญศิริ 2) ถนนสุขุมวิท ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ 10270
ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
ค้นหาโปรแกรมทัวร์
หน้าหลัก
ขอใบเสนอราคา