
ญี่ปุ่นถือเป็นประเทศที่ให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อ “ความปลอดภัยทางยา” (Drug Safety Regulation) รัฐบาลญี่ปุ่นกำหนดข้อบังคับเพื่อป้องกันการใช้ยาที่มีส่วนผสมของสารกระตุ้น (เช่น pseudoephedrine หรือ codeine) ซึ่งอาจมีผลต่อระบบประสาทส่วนกลาง
ยาหลายชนิดที่เราซื้อได้ทั่วไปในประเทศไทย เช่น ยาแก้หวัด ยาแก้ไอ หรือยาลดน้ำมูก อาจมีส่วนผสมที่เข้าข่าย “สารควบคุม” ตามกฎหมายญี่ปุ่น ดังนั้นแม้จะเป็นการพกเพื่อใช้ส่วนตัวก็อาจถือว่าผิดกฎหมาย
⚠️ รายชื่อ 12 ยาที่ห้ามนำเข้าประเทศญี่ปุ่น (อัปเดต 2025)
1. ยาดมสมุนไพร
แม้จะดูเป็นของพื้นบ้าน harmless แต่ยาดมบางยี่ห้อมีส่วนผสมของสารเมนทอลและแอลกอฮอล์เข้มข้น ซึ่งอาจอยู่ในรายชื่อควบคุมของญี่ปุ่นได้
คำแนะนำ: หากจำเป็นต้องใช้ ให้เลือกยาดมสูตรอ่อน หรือขอใบรับรองส่วนผสมจากร้านขายยาก่อนเดินทาง
.png)
2. Lomotil (ยาแก้ท้องเสีย)
Lomotil มีส่วนผสมของ diphenoxylate และ atropine ซึ่งอยู่ในกลุ่ม “ยาควบคุมสารเสพติด” ของญี่ปุ่น ห้ามนำเข้าเด็ดขาด แม้จะมีใบสั่งแพทย์จากต่างประเทศก็ตาม
.png)
3. Vicks Inhaler (ยาดมวิกส์)
เป็นยาดมยอดนิยม แต่มีส่วนผสมของ pseudoephedrine ซึ่งจัดเป็นสารกระตุ้นที่ห้ามนำเข้า เพราะอาจถูกนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์
.png)
4. Dristan Sinus
เป็นยาในกลุ่มยาบรรเทาอาการหวัดและภูมิแพ้ โดยมีทั้งแบบยาเม็ดและสเปรย์พ่นจมูก ยา Dristan ชนิดเม็ด มีส่วนประกอบหลักคือออกซีเมตาโซลีน ซึ่งช่วยลดอาการบวมของเยื่อบุในจมูกเพื่อบรรเทาอาการคัดจมูกและไซนัส
.png)
5. Dristan Cold “No Drowsiness”
ทั้งสองชนิดมีส่วนผสมของ pseudoephedrine และ chlorpheniramine maleate ที่เป็นสารควบคุมในญี่ปุ่น แม้จะใช้เพื่อแก้หวัดแต่ก็ไม่สามารถพกเข้าประเทศได้
.png)
6. Sudafed
ยาลดน้ำมูกชื่อดังตัวนี้ก็อยู่ในรายชื่อ “ยาอันตราย” ของญี่ปุ่น เพราะมีสาร pseudoephedrine hydrochloride เช่นกัน
คำแนะนำ: หากต้องการยาแก้คัดจมูก ให้ซื้อจากร้านขายยาในญี่ปุ่นซึ่งมีสูตรปลอดภัยและผ่านการอนุมัติ
.png)
7. NyQuil
ยาแก้หวัดแบบน้ำยอดนิยมในอเมริกา มีส่วนผสมของ dextromethorphan และ pseudoephedrine ซึ่งญี่ปุ่นจัดเป็นสารที่ห้ามนำเข้า
.png)
8. Advil Cold & Sinus
แม้ชื่อ Advil จะดูคุ้นหูเพราะขายทั่วไปในไทย แต่สูตร “Cold & Sinus” มีสาร pseudoephedrine ที่ผิดกฎหมายในญี่ปุ่นเช่นกัน
.png)
9. NyQuil Liquicaps
เป็นยาแก้หวัดชนิดแคปซูลที่มีส่วนผสมเดียวกับ NyQuil Liquid จึงห้ามนำเข้าเช่นเดียวกัน
.png)
10. Tylenol Cold
Tylenol เวอร์ชัน “Cold” หรือ “Sinus” บางรุ่นมี pseudoephedrine อยู่ในส่วนผสม ดังนั้นควรหลีกเลี่ยง และหากต้องการใช้ยาแก้ปวดให้เลือก Tylenol ปกติเท่านั้น
.png)
11. Drixoral Sinus
จัดอยู่ในกลุ่มยาที่มีสารกระตุ้นเช่นกัน ไม่สามารถนำเข้าญี่ปุ่นได้ แม้จะเป็นปริมาณเล็กน้อย
.png)
12. Actifed
เป็นยาที่มีชื่อเสียงในกลุ่มยาแก้แพ้และแก้หวัด แต่มี pseudoephedrine เช่นเดียวกัน ถือว่าห้ามโดยเด็ดขาด
.png)
หากเป็นยาใช้ประจำ เช่น ยาโรคหัวใจ ยาเบาหวาน หรือยาควบคุมความดัน สามารถนำเข้าได้ แต่ต้องมีเอกสารรับรองจากแพทย์ (Medical Certificate) ระบุชื่อยา ปริมาณ และเหตุผลในการใช้
นอกจากนี้ หากมียาที่มีส่วนผสมของสารควบคุม ต้องขออนุญาตล่วงหน้า (Yakkan Shoumei) จากกระทรวงสาธารณสุขญี่ปุ่นก่อนเดินทางอย่างน้อย 4 สัปดาห์
ขั้นตอนยื่นขอ Yakkan Shoumei:
💡 เคล็ดลับสำหรับนักเดินทางและผู้จองทัวร์ญี่ปุ่น
ถ้าใช้บริการ ทัวร์ญี่ปุ่น ส่วนใหญ่จะมีหัวหน้าทัวร์หรือเจ้าหน้าที่ช่วยตรวจสอบเอกสารก่อนเดินทางได้ เพื่อป้องกันปัญหาที่สนามบิน
การเตรียมตัวก่อนเดินทางไปต่างประเทศไม่ใช่แค่เรื่องกระเป๋าและเอกสารเท่านั้น แต่เรื่องสุขภาพก็สำคัญไม่แพ้กัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณจอง ทัวร์ญี่ปุ่น ที่มักมีตารางกิจกรรมแน่น เช่น เดินชมวัด ศาลเจ้า หรือเที่ยวภูเขาในฤดูหนาว การมีสุขภาพดีและไม่ต้องเจอปัญหากับศุลกากรเรื่องยา จะทำให้ทริปเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัย
🌸 สรุป: เช็กก่อนพก ปลอดภัยทุกทริป!
แม้ยาบางชนิดจะดูเหมือนปลอดภัยในไทย แต่ในญี่ปุ่นกลับจัดเป็นสารควบคุมที่มีโทษสูง หากฝ่าฝืนโดยไม่รู้เท่าทัน อาจถูกยึดยาหรือมีปัญหาทางกฎหมายได้ การเตรียมตัวให้พร้อมและตรวจสอบรายชื่อยาอย่างละเอียดคือสิ่งสำคัญ
ก่อนเดินทางทุกครั้ง ควรตรวจสอบเว็บไซต์ของ Embassy of Japan in Thailand เพื่อดูรายชื่อยาที่ห้ามนำเข้าอัปเดตล่าสุด เพื่อความสบายใจตลอดทริปญี่ปุ่นของคุณ
18 ซอย27 (บุญศิริ 2) ถนนสุขุมวิท ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ 10270
ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
ค้นหาโปรแกรมทัวร์
หน้าหลัก
ขอใบเสนอราคา